Category: วัฒนธรรม

  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เผยเบื้องหลัง “ไมค่อน คาร์โดโซ่” เรียนอย่างไร ในวันที่เป็นนักเตะบาเยิร์น มิวนิค

    โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เผยเบื้องหลัง “ไมค่อน คาร์โดโซ่” เรียนอย่างไร ในวันที่เป็นนักเตะบาเยิร์น มิวนิค

    โดย Main Stand

    เขียนเมื่อ 10/03/2026 14:32 | อัพเดทล่าสุด 10/03/2026 14:32 112

    ไมค่อน คาร์โดโซ่ ดาวรุ่งสัญชาติบราซิล วัย 17 ปี ที่เพิ่งประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมที่เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 4-1 ในศึกบุนเดสลีกาเยอรมนี

    แม้ปัจจุบันสถานะของเขาจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่ในฐานะ “นักเรียน” ไมค่อนยังคงเป็นนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย และศึกษาอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในรุ่น BCC 174 ตามเดิม ซึ่งปัจจุบันศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเตรียมก้าวขึ้นเป็นพี่ใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

    อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ไมค่อน เรียนหนังสืออย่างไร ล่าสุดโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้เผยข้อมูลการเรียนของหลักสูตร BCC Hybrid Learning Program ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เช่น นักกีฬาทีมชาติ หรือนักเตะอาชีพสังกัดสโมสรต่างประเทศ โดยมีจุดเด่นที่เอื้อต่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ดังนี้

    📚 Learning Anywhere, Anytime : ผสมผสานการเรียนแบบ On-Demand ผ่านคลิปการสอนคุณภาพจากครู BCC พร้อมภาระงานบนแพลตฟอร์มของโรงเรียน ทำให้ไมค่อนสามารถศึกษาค้นคว้าได้จากทุกที่ทั่วโลก แม้จะมีเวลาที่แตกต่างกัน

    📚 Block Course System : นวัตกรรมการจัดตารางเรียนแบบเข้มข้นทีละรายวิชา (Block Course) ตามหน่วยกิต ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงตามเงื่อนไขของเวลาและความพร้อมของผู้เรียน ช่วยลดภาระในการเรียนหลายวิชาพร้อมกัน ทำให้นักเรียนสามารถโฟกัสเนื้อหาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้สูงสุด

    📚 Flexible Assessment : การประเมินผลที่ปรับให้สอดคล้องกับสถานะของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการสอบปากเปล่าหรือการสัมภาษณ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงผ่านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนโดยตรง

    ทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งมุมที่สะท้อนว่า การศึกษาและความฝันสามารถเดินควบคู่กันไปได้ แม้ในวันที่ “ไมค่อน คาร์โดโซ่” ก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพกับ บาเยิร์น มิวนิค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/index.php/th/news/1/article/24545&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D_Nt9dVEe2fiGGmd3zQrz

  • ประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    เปิดผลสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วน บ.ศ.9 ส่งสอบ 27 คน สอบได้ 3 คน

    วันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานประกาศผลสอบประโยคบาลีสนามหลวงระดับชั้นเปรียญธรรม (ป.ธ.) 7-9 ประโยค ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นระดับชั้นเปรียญเอกของการศึกษาบาลีระดับสูงสุดของคณะสงฆ์ ดังนี้

    ประโยค ป.ธ.9 ซึ่งเป็นการศึกษาสูงสุดของคณะสงฆ์ มีจำนวนส่งสอบ 599 รูป คงสอบ 521 รูป สอบได้ 121 รูป (พระภิกษุ 92 รูป สามเณร 29 รูป) ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดตั้งแต่มีการจัดสอบบาลีสนามหลวง

    ป.ธ. 8 ส่งสอบ 903 รูป สอบได้ 206 รูป

    ป.ธ. 7 ส่งสอบ 740 รูป สอบได้ 125 รูป

    ป.ธ. 6 ส่งสอบ 1,004 รูป สอบได้ 183 รูป

    ป.ธ. 5 ส่งสอบ 1,360 รูป สอบได้ 184 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 221 รูป

    ป.ธ. 4 ส่งสอบ 2,526 รูป สอบได้ 354 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 317 รูป

    ป.ธ. 3 ส่งสอบ 3,394 รูป สอบได้ 551 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 793 รูป

    1-2 ส่งสอบ 18,333 รูป แต่สอบได้เพียง 973 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 2,564 รูป

    ส่วนผลการสอบภาษาบาลีสำหรับฆราวาส คือ ประโยคบาลีศึกษา(บ.ศ.) ระดับชั้น 7-9 ดังนี้

    บ.ศ.9 ส่งสอบ 27 คน ขาดสอบ 5 คน สอบได้ 3 คน

    บ.ศ.8 ส่งสอบ 43 คน ขาดสอบ 14 คน สอบได้ 4 คน

    บ.ศ.7 ส่งสอบ 39 คน ขาดสอบ 12 คน สอบได้ 6 คน

    บ.ศ.6 ส่งสอบ 55 คน ขาดสอบ 10 คน สอบได้ 17 คน

    บ.ศ.5 ส่งสอบ 88 คน ขาดสอบ 11 คน สอบได้ 18 คน

    บ.ศ.4 ส่งสอบ 165 คน ขาดสอบ 32 คน สอบได้ 35 คน

    บ.ศ.3 ส่งสอบ 244 คน ขาดสอบ 59 คน สอบได้ 46 คน

    บ.ศ.1-2 ส่งสอบ 1,605 คน ขาดสอบ 517 คน สอบได้ 64 คน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2918913&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WJM-OXjl3zjIcdNsmWK1r

  • อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    ภูมิภาค

    อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นางผุสณีย์ ส้มเขียวหวาน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และ ภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม “ ให้รัก ให้ความสุข” เพื่อส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจให้แก่นักเรียน ณ โรงเรียนบ้านสงยางนาตากล้า ตำบลหนองข่า อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ

    กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเยวาชน โดยได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา  ได้แก่ ลูกฟุตบอล ลูกบาสเกตบอล ลูกและไม้ปิงปอง รวมถึง ลูกและไม้แบดมินตัน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

    นอกจากนี้ คณะผู้จัดกิจกรรมยังได้จัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มให้กับนักเรียนและคณะครู อาทิ ข้าวหมูแดง ข้างไก่ทอด พิซซ่า ผลไม้ และ ไอศกรีม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข และรอยยิ้มให้กับเด็กๆนักเรียนทั้งโรงเรียน รวมถึงคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมกว่า 100 คน

    บรรยากาศของกิจกรรมเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความประทับใจ สร้างกำลังใจให้กับนักเรียน และครูอาจารย์ ตลอดจนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแบ่งปันความสุขและส่งต่อพลังแห่งการให้แก่เยาวชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468686&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AvEOip-sJJfEoyu-zXFNN

  • ‘สกาย ไอซีที’ ทุ่ม10 ล้าน หนุนม.เกษตรปั้นบุคลากรการบิน

    ‘สกาย ไอซีที’ ทุ่ม10 ล้าน หนุนม.เกษตรปั้นบุคลากรการบิน

    ‘SKY ICT’ ทุ่ม 10 ล้าน เปิด ‘SKY Aviation Lab’ จำลองสนามบินอัจฉริยะในรั้ว ม.เกษตรศาสตร์ ปั้นบุคลากรการบินยุคดิจิทัล พัฒนาสกิล รองรับดีมานด์อุตสาหกรรมโต ยันจบการศึกษา-มีงานรองรับทันที

    10 มี.ค.2569-นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการสนามบินอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “SKY Aviation Lab” ณ อาคาร 11 ชั้น 8 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยใช้งบลงทุน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่ SKY ICT ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการร่วมวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

    สำหรับ SKY Aviation Lab มุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีและสถานการณ์จริงกับในสนามบิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรรุ่นใหม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันที รองรับตลาดแรงงานด้านการบิน ไปจนถึงช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาและวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย นอกจากนี้ เตรียมต่อยอดการดำเนินการในอนาคต โดยหากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลก จะใช้ Lab แห่งนี้ ทดลองใช้งานก่อนการใช้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศต่อไป

    นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง ประกอบด้วย Check-In and Boarding System (CUPPS) ระบบเช็กอินที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารกับสายการบิน และชั่งน้ำหนักกระเป๋า เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ยังมีระบบ Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) อัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง, Self Bag Drop บริการโหลดสัมภาระด้วยตนเอง ช่วยลดระยะเวลาการรอคิวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ และ Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้า ให้ผู้โดยสารยืนยันตัวตนและเดินผ่านขึ้นเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารซ้ำอีกทั้ง ยังมีวิดีโอสาธิตระบบครบตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่องและวิดีโอสาธิตระบบ BRS (Baggage Reconciliation System) สำหรับติดตามและจับคู่สัมภาระกับผู้โดยสาร เพื่อให้นิสิตเห็นภาพรวมการบริหารจัดการข้อมูลและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้โดยสารภายในสนามบิน

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสนามบินอัจฉริยะดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้งานจริงในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยภายใต้การบริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอทป ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ที่มีแผนเริ่มนำระบบเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ในท่าอากาศยานภูมิภาค 7 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ตรัง และอุบลราชธานี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการผู้โดยสาร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสนามบินไทยให้เทียบเท่าสนามบินชั้นนำของโลก

    ด้าน นายดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ม.เกษตรศาสตร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ SKY ICT เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และเข้ามาสนับสนุนการสร้าง SKY Aviation Lab ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการเรียนรู้ของนิสิตทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีที่ใช้จริงในสนามบินมาให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง ซึ่งจะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้พร้อมสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูง (High-Skilled Talent) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

    นายนวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การมีห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ที่จำลองระบบปฏิบัติงานจริงในสนามบิน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นิสิตได้เห็นภาพรวมและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน ผ่านระบบ APPS, AODB และ BRS ซึ่งทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Big Data ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับสนามบินของไทยให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งยังส่งเสริมให้นิสิตมีกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ และพร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการบินได้ทันทีที่จบการศึกษา

    ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านการบิน ทั้งในส่วนของนักบิน ลูกเรือ ฝ่ายช่าง และพนักงานบริการภาคพื้นดิน เนื่องจากอุตสาหกรรมการบิน มีการเติบโตเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ประกอบกับในปี 2569 สายการบินของไทย มีแผนรับมอบเครื่องบินรวม 60 กว่าลำ ซึ่งเครื่องบิน 1 ลำ มีความต้องการบุคลากรด้านการบิน ไม่น้อยกว่า 20 คน โดยเฉพาะนักบิน ที่เครื่องบิน 1 ลำ จะต้องใช้นักบิน 8-10 คน ดังนั้น สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย เพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม รองรับกับการขยายตัวของปริมาณผู้โดยสาร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub)

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/960719/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K4H9cHbaxVFlxgdr203Mz

  • ด่วน มติ ครม. สั่งข้าราชการ WFH ทันที-เปิดแอร์ 26 องศา-ถอดสูทประชุม-งดบินต่างประเทศ

    ด่วน มติ ครม. สั่งข้าราชการ WFH ทันที-เปิดแอร์ 26 องศา-ถอดสูทประชุม-งดบินต่างประเทศ

    ด่วน มติ ครม. สั่งข้าราชการ WFH ทันที-เปิดแอร์ 26 องศา-ถอดสูทประชุม-งดบินต่างประเทศ

    มติ ครม. ล่าสุด เคาะมาตรการด่วน! สั่งข้าราชการ Work from Home ทันที รับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมสั่งระงับดูงานต่างประเทศ-ถอดสูทประชุม

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (10 มีนาคม 2569) มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ ดังนี้

    1. มาตรการ Work from Home และงานบริการ

    ให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเริ่มปฏิบัติงานนอกสถานที่พัก (Work from Home) เต็มรูปแบบทันที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

    ข้อยกเว้น: สำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจในการบริการประชาชนโดยตรง ให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรับบริการของภาคประชาชน

    2. มาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงาน

    • รณรงค์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ “ถอดสูท” ในการเข้าประชุมหรือปฏิบัติงาน ซึ่งเริ่มมีการปฏิบัติแล้วในการประชุมครม.ในวันนี้
    • กำหนดให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในหน่วยงานไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าในภาพรวม

    3. การเดินทางไปต่างประเทศ

    • สั่งระงับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับในขณะนี้
    • ข้อยกเว้น: หากเป็นภารกิจการประชุมที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สามารถเดินทางได้ตามความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

    ทางด้าน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงการปรับตัวของภาคการศึกษาว่า การสั่ง Work from Home ในส่วนของมหาวิทยาลัยนั้นคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดเปิดภาคเรียน ทางกระทรวงจะมีการประเมินสถานการณ์และมาตรการรองรับอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลฃ

    รายละเอียดมติครม.ฉบับเต็ม

    ต่อมา นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีความผันผวน และเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน  เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น กระทรวงพลังงานได้เสนอ มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้กับภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคม ประกอบด้วยมาตรการสำคัญ ดังนี้

    1.การปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26 – 27 องศาเซลเซียส ใส่เสื้อแขนสั้นงดการใส่สูทผูกท้ายยกเว้นมีงานพิธีการ

    2.การลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

    3.การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน

    4.การลดการใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้

    5.การลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร

    6.การส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม

    นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การใช้รถร่วมกัน หรือ Car Pool และการวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน

    ทั้งนี้ มาตรการ WFH นอกเหนือจากมาตรการที่กระทรวงพลังงานได้แจ้งเวียนให้กับหน่วยงานถือปฏิบัตินั้น นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ 2 เรื่อง ดังนี้

    1. เริ่มดำเนินมาตรการ Work from Home ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ

    2. งดการเดินทางไปศึกษาดูงานหรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และให้ปรับรูปแบบการดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน

    “นายกฯได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการดังกล่าวโดยคำนึงถึงการให้บริการประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับมาตรการได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที” นางสาวลลิดา ระบุ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/653443&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gcnJrb0e30T3ZOegaiCbS

  • เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 และหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 12 เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

    เลขาธิการ คปภ. นำคณะผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 และหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 12 เข้ารับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

    เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ   สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) นำคณะผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตร สุดยอดผู้นำวิทยาการประกันภัยระดับสูง (Super วปส.) รุ่นที่ 3 และหลักสูตร วิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 12 และผู้บริหารสำนักงาน คปภ.จำนวน 156 คน เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ พร้อมทั้งขอพระราชทาน     ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินเพื่อสมทบทุนมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล และขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1002713&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_-kv1ub4M9Y1kD1o5MMUH

  • ครม.ไฟเขียว! สั่งทุกหน่วยงานรัฐ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ

    ครม.ไฟเขียว! สั่งทุกหน่วยงานรัฐ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ

    รัฐบาลสั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ Work From Home ทันที รับมือวิกฤตพลังงานโลก หากสถานการณ์รุนแรงอาจสั่งหรี่ไฟป้ายหลัง 4 ทุ่ม

    รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ Work From Home ในส่วนงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลก มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดการใช้พลังงานของภาครัฐและเตรียมความพร้อมหากเกิดวิกฤตพลังงาน

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินมาตรการทันที โดยให้ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เช่น การเดินทางไปศึกษาดูงานหรือการอบรมในต่างประเทศ และให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาใช้ระบบออนไลน์และการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น

    ตั้งศูนย์ติดตามพลังงาน รับมือความผันผวนตลาดโลก

    รัฐบาลระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก เพราะภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลัก จึงทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง

    กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์พลังงาน Energy ICS เพื่อเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่เกิดปัญหาด้านการจัดหาพลังงานในอนาคต

    ไทยใช้น้ำมันวันละกว่า 124 ล้านลิตร

    ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมประมาณ 8,055 ล้านลิตร

    อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวมีผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

    มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานรัฐ

    เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ รัฐบาลได้เสนอแนวทางลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบให้กับภาคเอกชนและภาคประชาชน

    มาตรการสำคัญประกอบด้วย

    • ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26–27 องศาเซลเซียส
    • ส่งเสริมการแต่งกายแบบเสื้อแขนสั้น งดใส่สูทและผูกเนกไท ยกเว้นงานพิธี
    • ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นภายในสำนักงาน
    • ใช้โหมด Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน
    • ลดการใช้ลิฟต์ ส่งเสริมการใช้บันไดในระยะใกล้
    • ลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร พร้อมส่งเสริมระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
    • เพิ่มการประชุมออนไลน์และการทำงานแบบ Work From Home

    ลดการใช้เชื้อเพลิงและส่งเสริมการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากมาตรการด้านไฟฟ้าแล้ว ภาครัฐยังมีแนวทางลดการใช้เชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การใช้รถร่วมกัน หรือ Car Pool รวมถึงการวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน

    รัฐบาลยังมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ช่วยรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานโลก

    หากสถานการณ์รุนแรง อาจบังคับหรี่ไฟป้ายและจำกัดเวลาเปิดปั๊มน้ำมัน

    หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ รัฐบาลอาจพิจารณามาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การให้ลดการใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายร้านค้า หรือป้ายโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ อาจกำหนดเวลาการเปิดให้บริการสถานีบริการน้ำมันไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสถานีบริการน้ำมันที่ตั้งอยู่บนทางหลวงสายหลัก

    ลดพลังงานเพียง 5% ประหยัดงบได้หลายล้านบาท

    รัฐบาลประเมินว่า หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ 5% จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ราว 330,000 ลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน

    ขณะเดียวกัน หากลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5% จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ พร้อมทั้งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9877510/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2afHXJuvL00mYHptgAHoXc

  • นายกฯ สั่งหน่วยงานราชการงดใส่สูท Work From Home-งดดูงานต่างประเทศ นับหนึ่งมาตรการประหยัดพลังงาน

    นายกฯ สั่งหน่วยงานราชการงดใส่สูท Work From Home-งดดูงานต่างประเทศ นับหนึ่งมาตรการประหยัดพลังงาน

    วันนี้ (10 มีนาคม 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการไปยังคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้านหรือ Work From Home ทันที ในหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน ขณะเดียวกันลดการศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ดูงานในประเทศแทน

    อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีตอนหนึ่งว่า สำหรับประเทศไทยมีความต้องการในการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยต่อวัน 124 ล้านลิตร ทั้งนี้ตัวเลขเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งสิ้น 8,055 ล้านลิตร โดยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ทั้งนี้กระทรวงพลังงานเสนอมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และมีการตั้งอุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส ให้ใส่เสื้อแขนสั้น งดใส่สูทผูกไท รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน ปิดไฟ ลดใช้อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น ใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ ลดการใช้ลิฟต์ ใช้บันไดในระยะใกล้ ลดการใช้กระดาษ เครื่องถ่ายเอกสาร และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการถ่ายเอกสารแทน ประชุมผ่านระบบออนไลน์ และ Work From Home ตามที่เหมาะสม

    ขณะเดียวกันยังมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เช่น การตรวจสภาพรถยนต์สม่ำเสมอ การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การใช้รถด้วยกัน และวางแผนเดินทางร่วมกันเพื่อลดใช้พลังงาน ทั้งยังประสานความร่วมมือให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ประชาสัมพันธ์การประหยัดพลังงานอย่างเหมาะสม

    ทั้งนี้หากสถานการณ์วิกฤตขึ้นก็จะบังคับเพิ่มเติม เช่น หรี่การใช้ไฟฟ้าในป้ายโฆษณาสินค้า บริการ ป้ายชื่อร้าน ป้ายต่างๆ ตามโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป และกำหนดเวลาเปิด-ปิด ปั๊มน้ำมันไม่เกิน 22.00 น. เว้นปั๊มน้ำมันบนทางหลัก

    “หากพี่น้องประชาชนสามารถบังคับตัวเองในการประหยัดพลังงานได้จะสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณร้อยละ 5 ลดการใช้น้ำมันได้ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่า 10.45 ล้านบาทต่อเดือน ถ้าลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะลดการใช้ไฟฟ้าได้ 3.6 ล้านหน่วยต่อเดือน”

    สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ คณะรัฐมนตรีต่างงดสวมสูท ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตในการประชุม เพื่อปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ เพื่อประหยัดไฟ อย่างไรก็ตามอนุทินได้ลาประชุมคณะรัฐมนตรีเนื่องจากป่วย เช่นเดียวกับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลาประชุมเช่นเดียวกัน

    Tags: , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-thai-government-work-from-home/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fHTyElxuRqecSiLAxSQHv

  • TM โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์เปิดรับสมัครนักเรียนบริบาลรุ่นที่ 6 พร้อมมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรเรียนจบแล้วมีงานรองรับ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TM โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์เปิดรับสมัครนักเรียนบริบาลรุ่นที่ 6 พร้อมมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรเรียนจบแล้วมีงานรองรับ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์ เปิดรับสมัครนักเรียนบริบาลหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุรุ่นที่ 6  พร้อมสวัสดิการที่พักฟรีและให้ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข การันตีเรียนจบแล้วมีงานรองรับ

    นายแพทย์วิรุฬห์ พรพัฒน์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ พาเร้นส์ จำกัด ในเครือ  บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยว่า โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์ เปิดรับสมัครนักเรียนบริบาล หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุจำนวน 420 ชั่วโมง และหลักสูตรใหม่ Caregiver Plus เพิ่มเติมอีก 66 ชั่วโมง สำหรับเรียนความรู้ด้านภาษาอาหรับ รวมถึงความรู้เบื้องต้นของศาสนาอิสลาม โดยเปิดรับนักเรียนทุกศาสนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและทางเลือกในสายอาชีพด้านการบริบาล ทั้งยังขยายโอกาสสู่อาชีพบริบาลระดับนานาชาติ  นอกจากนี้แล้วยังยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนด้านสายอาชีพบริบาลหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ  

    สำหรับจุดเด่นหลักสูตรนี้ เรียนจบแล้วได้รับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ในระบบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้แล้วยังได้รับประกาศนียบัตรภาษาอาหรับพื้นฐาน และประกาศนียบัตรหลักศาสนาอิสลามเพื่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นหลักสูตรบูรณาการความรู้ครบด้านในการดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง ที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข  นอกจากนี้แล้วยังได้เรียนภาษาอาหรับพื้นฐาน หลักปฏิบัติศาสนาอิสลามในการดูแลผู้สูงอายุ ที่สำคัญเรียนกับทีมแพทย์ พยาบาล สหสาขาวิชาชีพ และอาจารย์ศาสนาอิสลามทั้งในและต่างประเทศ

    ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนบริบาล จะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ เช่น  ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร

    ที่พักฟรี ชุดยูนิฟอร์มฟรี อาหารกลางวันฟรี เงินสนับสนุน 5,000 บาท โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เพศชาย/หญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป จบการศึกษาระดับ ม.3 หรือวุฒิศาสนา (มุตาวัซซีเตาะฮ์ / ซานาวียะฮ์) อ่านอัลกุรอานได้ดี สุขภาพแข็งแรง บุคลิกดี มีจิตเมตตา  มีใจรักในการดูแลผู้สูงอายุ

    สำหรับผู้ที่สนใจสมัครจะต้องเตรียมเอกสารดังกนี้  สำเนาบัตรประชาชน 2 ฉบับ สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 ใบ ใบรับรองแพทย์ 1 ฉบับ และสำเนาวุฒิการศึกษา  2 ฉบับ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 หรือติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-539-3318 ต่อ 204  และ 081-248-0963 หรือ FB : โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์ อีเมล : pncschool@theparents.com  LINE : @877iwdrh ทั้งนี้ โรงเรียนการบริบาล เดอะ พาเร้นส์ ตั้งอยู่เลขที่ 39 ซอยลาดพร้าว 92 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/10/624271/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22G_PW3NXWmBBwYtuTqSuD

  • “ซาบีดา” รับหารือแล้ว ไอเดียรวมกระทรวง “วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว”  คาด 6 เดือนชัดเจน

    “ซาบีดา” รับหารือแล้ว ไอเดียรวมกระทรวง “วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว” คาด 6 เดือนชัดเจน

    วันนี้ (10 มี.ค.2569) เวลา 09.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแยกงานท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และแยกเป็นกระทรวงกีฬาอย่างเดียว ว่า ยอมรับว่าในพรรคภูมิใจไทยมีการพูดคุยกันแล้ว ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มองว่าประเทศไทยมีพหุวัฒนธรรม แต่ไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ จึงต้องใช้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และกลายมาเป็นแนวคิดรวมกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

    รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การรวมกระทรวงดังกล่าวจะทำให้เร็วที่สุด แต่จากการหารือกับนายกรัฐมนตรี อยากให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน ส่วนการปฎิบัติจริงต้องดูหน้างานอีกครั้งว่า มีความซับซ้อนเพียงใด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การปรับโครงสร้างของกระทรวง แต่อยู่กับการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยนำเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการส่งออกทางวัฒนธรรม

    ภาพประกอบข่าว

    “อรรถกร” ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวออกจากกีฬา

    ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวออกจากกีฬาว่า พื้นฐานจากหลายประเทศที่ได้ทำงานร่วมกันมาในช่วง 5-6 เดือน ก็จัดสรรกระทรวงวัฒนธรรมอยู่กับการท่องเที่ยว เนื่องจากภารกิจใกล้เคียงกัน ซึ่งตนเองไม่มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้องกับแนวคิดนี้

    ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดนี้ทางกระทรวงฯ เคยมีการศึกษามาก่อนหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ในช่วงที่ตนเองเข้ามาทำงาน ไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ทราบว่ามีข้อเสนอแนะเรื่องนี้

    อ่านข่าว :

    ตำรวจรวบ “ดีเจรัสเซีย” เอเยนต์ยาเสพติดรายใหญ่บนเกาะพะงัน สั่งซื้อผ่านแอปฯ ส่งพิกัดให้ขุดดินรับของ

    สมช.ระบุยังไม่ได้รับรายงาน กรณี “ฮุน มาเนต” จ่อเจรจาขอคืนพื้นที่หลังสงกรานต์

    “นายกฯ” ลาป่วย ประชุม ครม. ให้ “พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะแทน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503146&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15NTMyHAkav-V6bH7fS63s