Category: วัฒนธรรม

  • ข่าวดีชาวเคหะฯ มอบทุนเรียนฟรี ปวช.-ปวส. พร้อมสวัสดิการระหว่างเรียน จบไปมีงานทำ

    ข่าวดีชาวเคหะฯ มอบทุนเรียนฟรี ปวช.-ปวส. พร้อมสวัสดิการระหว่างเรียน จบไปมีงานทำ

    การเคหะแห่งชาติ หนุนการศึกษาเยาวชนจับมือ CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ มอบทุนการศึกษาหลักสูตร ปวช. และ ปวส. ประจำปีการศึกษา 2569 ให้แก่เยาวชนในชุมชนการเคหะแห่งชาติได้เรียนฟรีตลอดหลักสูตร พร้อมสวัสดิการมีรายได้ระหว่างเรียน สร้างโอกาสสู่การมีงานทำและอนาคตที่มั่นคง

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักดีว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การเคหะแห่งชาติร่วมกับ CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ และเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถพัฒนาทักษะวิชาชีพ มีงานทำ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเอง รวมถึงดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง โดยภายหลังการลงนามความร่วมมือดังกล่าวได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

    ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปีการศึกษา 2569 CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยผู้สนใจเข้าสมัครเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะได้เรียนฟรี พร้อมรับทุนสนับสนุนค่าเทอม ตลอดหลักสูตร ส่วนผู้สนใจสมัครเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จะได้รับทุนการศึกษาจาก CP ALL ตลอดหลักสูตร  ซึ่งทั้ง 2 หลักสูตรจะได้รับสวัสดิการแบบจัดเต็มโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ได้แก่ ค่าแรกเข้า ค่ากิจกรรมเสริมหลักสูตร ค่าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ ค่าลงทะเบียนเรียน และบัตรนักศึกษา เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และต่อยอดสู่การมีงานทำที่มั่นคงในอนาคต

    การจัดการเรียนการสอนดำเนินการโดยวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ในรูปแบบระบบทวิภาคี โดยมีการเรียนภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการและนักธุรกิจยุคใหม่ ตลอดหลักสูตรผู้เรียนสามารถเรียนฟรี มีรายได้ระหว่างเรียน และมีโอกาสได้งานทำทันทีหลังสำเร็จการศึกษา ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าศึกษาได้ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ซอยงามวงศ์วาน 23 จังหวัดนนทบุรี โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0 2821 2576, 0 2821 2559 และ 0 2821 2555 ต่อ 1

    นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของการเคหะแห่งชาติในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่เยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2919144&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TMSeryj-D9LOe40eteAVS

  • ‘วัดตากฟ้า’ จัดทอดผ้าป่า ‘กองทุนรัตนภัตต์’ สนับสนุนการศึกษาพระ-เณร | เดลินิวส์

    ‘วัดตากฟ้า’ จัดทอดผ้าป่า ‘กองทุนรัตนภัตต์’ สนับสนุนการศึกษาพระ-เณร | เดลินิวส์

    พระเทพปัญญาภรณ์ (ริด ริตเวที) เจ้าอาวาสวัดตากฟ้า พระอารามหลวง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานผ้าไตรในการทอดผ้าป่ากองทุนพระราชทาน “กองทุนรัตนภัตต์” ทอดถวาย ณ วัดตากฟ้า พระอารามหลวง อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 2 เม.ย.2569 โดยมีน.ส.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ “กองทุนรัตนภัตต์” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 จากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯมาที่วัดตากฟ้า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2549 เพื่อทอดพระเนตรการจัดการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ณ สำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 1 พระองค์ได้ทอดพระเนตรการเรียนการสอนของพระภิกษุสามเณรอย่างใกล้ชิด โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน10,000 บาท เพื่อเป็นค่าภัตตาหารสำหรับพระภิกษุสามเณรผู้ศึกษาเล่าเรียน ณ วัดตากฟ้า ต่อมาในวันที่ 12 ต.ค. 2549 พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานนามว่า “กองทุนรัตนภัตต์” ซึ่งแปลว่า “อาหารอันมีค่าดุจแก้ว” และ“กองทุนรัตนภัตต์” จึงเกิดขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

    พระเทพปัญญาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น “กองทุนรัตนภัตต์” จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นค่าภัตตาหาร และส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า ซึ่งมีพระภิกษุสามเณรมาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ในพระอารามแห่งนี้เป็นจำนวนมาก และกองทุนนี้ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณและพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ที่ร่วมกันอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรผู้ใฝ่ศึกษา เพื่อให้พระพุทธศาสนาดำรงมั่นคงด้วย

    สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทอดผ้าป่า “กองทุนรัตนภัตต์” โดยบริจาคเข้าบัญชี “กองทุนรัตนภัตต์” ธ.กรุงไทย สาขาตากฟ้า เลขที่บัญชี 626-0-03116-5 หรือสอบถามได้ที่โทร.08-1973-1935 พระเทพปัญญาภรณ์ และโทร. 08-0106-4414 พระมหาทวีศักดิ์ อุทยชีวี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5675218/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EJLL-xqufHk-_yBYHIRtD

  • กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด


    10/03/2569 | 61 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน ประชุมขานรับข้อสั่งการนายกฯ เร่งมาตรการ Work From Home ทันที เน้นงานบริการประชาชนต้องไม่สะดุด

    วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมด่วนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก กอง ศูนย์ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน เข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการทรัพยากรภาครัฐ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก

    สืบเนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการด่วนให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิกฤตพลังงานในประเทศไทย กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้เร่งวางแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทันที ดังนี้ :

    – มาตรการ Work From Home: ให้หมุนเวียนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ (WFH) ในสัดส่วนร้อยละ 20 – 30 ของจำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยกำชับว่าต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

    – ปรับรูปแบบการประชุมเป็น Online: ให้การประชุมของจังหวัดเปลี่ยนจากรูปแบบ Onsite เป็นแบบ Online ทั้งหมด พร้อมทั้งให้รายงานผลกลับมาว่ามาตรการนี้ช่วยประหยัดงบประมาณลงไปได้เท่าไหร่

    – ยกเลิกการตรวจราชการแบบลงพื้นที่: ให้เปลี่ยนมาใช้การตรวจราชการและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์แทน เพื่อลดการใช้พลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทาง

    – ยกระดับการอบรมสู่ระบบออนไลน์: ปรับรูปแบบการจัดอบรมสัมมนาให้เป็นระบบออนไลน์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและที่พัก

    – ปรับแผนการอบรมเชิงรุก: ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการฝึกอบรม ให้พิจารณาปรับแผนโดยการเคลื่อนย้ายวิทยากรไปหาผู้อบรมในพื้นที่แทนการให้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภาพรวม

    – มาตรการ Carpool (ทางเดียวกันไปด้วยกัน): กำชับการใช้รถยนต์ราชการให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยต้องจัดที่นั่งให้เต็มความจุก่อนจึงจะพิจารณาใช้รถคันใหม่ เน้นการรวมกลุ่มเดินทางไปพร้อมกัน และงดการเดินทางไปที่เดียวกันด้วยรถหลายคัน

    – ควบคุมและสรุปค่าใช้จ่ายน้ำมัน: มอบหมายให้กองคลัง (กค.) สรุปรายงานค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบผลและหาทางลดค่าใช้จ่ายน้ำมันของจังหวัดในการเดินทางอย่างจริงจัง

    – ลดการใช้พลังงานในงานบำรุงรักษา: ให้ลดการใช้น้ำมันสำหรับเครื่องตัดหญ้าภายในบริเวณหน่วยงาน โดยพิจารณาดำเนินการเฉพาะจุดที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้น

    – งดการศึกษาดูงานต่างประเทศ: ปฏิบัติตามข้อสั่งการรัฐบาลอย่างเคร่งครัดในการงดเดินทางศึกษาดูงานหรืออบรมในต่างประเทศ โดยให้เปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน

    – การแต่งกายให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพื่อลดการใช้พลังงานที่เกินความจำเป็น

    กรมการพัฒนาชุมชนพร้อมร่วมใจกับรัฐบาลในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อร่วมฝ่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้ โดยกำชับให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังภายใต้มาตรการที่กำหนด เพื่อให้งานบริการประชาชนยังคงความทั่วถึงและรวดเร็ว อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานในทุกสถานการณ์

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/334882&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_-Rnr0MMD5rkIpKUKCs9F

  • เปิดเลขมงคล “หลวงปู่สวน” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    เปิดเลขมงคล “หลวงปู่สวน” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    คอหวยแห่ส่องเลขมงคล “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ” เกจิดังแห่งวัดหนองไผ่ ละสังขาร  ศิษยานุศิษย์ร่วมอาลัย

    บรรยากาศที่วัดหนองไผ่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังการละสังขารของ พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์ หรือ “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ” เจ้าคณะตำบลหลักเขต และเกจิอาจารย์สายเมตตามหานิยมชื่อดัง โดยมีคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมกราบสรีระสังขารเพื่อแสดงความอาลัย

    ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    หลวงปู่สวนได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 19.19.29 น. ณ กุฏิเจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ สิริอายุ 77 ปี พรรษา 57 หลังจากก่อนหน้านี้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    ขณะนี้ทางคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดอยู่ระหว่างหารือเพื่อกำหนดวันและรูปแบบพิธีทางศาสนา เพื่อให้สมเกียรติแก่หลวงปู่สวนต่อไป

    เปิดประวัติ “หลวงปู่สวน ฐิตปญฺโญ”

    หลวงปู่สวน มีนามเดิมว่า สวน กริดรัมย์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2491 ที่ตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดชุมพรวิสัย

    ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 ณ วัดหนองปรือ โดยมีพระอธิการวิโรจน์ วัดสนวนใน เป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่ออายุครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ณ วัดสร้อยทอง เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

    หลังจากนั้นท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน และเรียนรู้วิชาจากครูบาอาจารย์หลายรูป จนเป็นที่เคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก

    เส้นทางนักปกครองคณะสงฆ์

    ด้วยวัตรปฏิบัติที่งดงาม หลวงปู่สวนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะสงฆ์ เริ่มจากการเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดหลักเขตในปี พ.ศ. 2524 ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2529

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ท่านได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดหนองไผ่ ควบคู่กับตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลหลักเขต และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูประดิษฐ์ปัญญาภรณ์

    คอหวยตีเลขมงคลจากประวัติหลวงปู่

    ท่ามกลางความอาลัยรักของศิษยานุศิษย์ ชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคบางส่วนได้นำตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่สวนมาตีเป็นเลขมงคลตามความเชื่อ เช่น

    • สิริอายุ: 77 ปี
    • พรรษา: 57
    • เวลาละสังขาร: 19.19.29 น.

    ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ศรัทธา ซึ่งนำไปใช้เป็นแนวทางในการเสี่ยงโชคตามความนิยมของคอหวยเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9877470/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ib4UDAHr5jTzro-wSahms

  • ถอดรหัส “คนเชือน” เด็กหลุดระบบการศึกษาเสี่ยงยา

    ถอดรหัส “คนเชือน” เด็กหลุดระบบการศึกษาเสี่ยงยา

    เวทีเสวนาถอดรหัส “คนเชือน” เตือนสัญญาณอันตรายเด็กหลุดระบบการศึกษาเข้าสู่วงจรยาเสพติด พบกว่า 52% ใช้หลายชนิดร่วมกัน นักวิชาการชี้เป็นระเบิดเวลาทางสังคมที่ต้องเร่งแก้ไข

    เครือข่ายด้านการป้องกันปัญหาสารเสพติดและเยาวชน จัดเวทีเสวนา “ถอดรหัสคนเชือนเกลื่อนเมือง” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือของมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อชี้ให้เห็นสัญญาณอันตรายของปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน ซึ่งกำลังเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตและความไม่ปลอดภัยในสังคม

    พญ.กาญจนา วงศ์ศิริ จิตแพทย์กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อธิบายว่า ภาวะ “เชือน” ในภาษาทั่วไปหมายถึงอาการมึนงงหรือไม่รู้ตัว แต่เมื่อเชื่อมโยงกับสารเสพติดและแอลกอฮอล์ จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้ผู้ใช้เกิดความสุขชั่วคราวจนหลงเชื่อว่าสามารถลดความเครียดได้ เมื่อใช้ต่อเนื่องร่างกายจะดื้อยาและต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลยังพบว่าคนไทยติดสุราเฉลี่ยราว 5–10% ของประชากร โดยส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน และแม้การรักษาจะทำได้ แต่สมองอาจไม่กลับมาทำงานเหมือนเดิมหากได้รับผลกระทบรุนแรง

    ด้านนายนเรศ สงเคราะห์สุข นักวิชาการอิสระ ระบุว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษามีความเสี่ยงสูงเข้าสู่วงจรยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ที่จบเพียงระดับมัธยมต้น พบว่ามีการใช้ยาเสพติดหลายชนิดร่วมกันสูงถึง 63% ขณะที่กลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่ายังพบการใช้ร่วมกันถึง 52% สารที่พบมากคือแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และมีแนวโน้มเพิ่มการใช้ร่วมกับกัญชาและกระท่อม นอกจากนี้ยังพบว่าอายุผู้เสพเริ่มลดลงเหลือเพียง 15 ปีในบางพื้นที่ ซึ่งสะท้อนการขยายตัวของปัญหาทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน

    นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิวิชาการสารเสพติด ระบุว่า เยาวชนที่อยู่ในวงจรยาเสพติดมักมีพฤติกรรมเสพติดสองลักษณะ คือ การเสพติดสาร และ การเสพติดพฤติกรรม โดยเฉพาะความหลงใหลในผลประโยชน์จากธุรกิจยาเสพติด ปัญหานี้เกี่ยวพันกับปัจจัยครอบครัว ความยากจน และการถูกละเลยจากระบบการศึกษา ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งเริ่มต้นจากการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนพัฒนาไปสู่การใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกัน จนเกิดอาการหลอนหรือภาวะ “เชือน”

    ในเวทีเสวนายังมีการเปิดใจของผู้เคยผ่านประสบการณ์จริง นายศิริชัย จูวงษ์ อายุ 32 ปี อดีตช่างสัก เล่าว่า ชีวิตวัยเด็กที่ขาดการดูแลจากครอบครัวทำให้เริ่มเข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้กัญชา กระท่อม ก่อนจะขยับไปสู่สารเสพติดรุนแรงอย่างเฮโรอีนและโปรโคดิล จนเกิดอาการหลอน ซึมเศร้า และสูญเสียความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เขายอมรับว่าหากไม่ตัดสินใจเลิกยา อาจกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนอยู่ตามถนน

    ขณะที่ภาคการศึกษามองว่าการป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่โรงเรียน นางรัชดาภรณ์ ศรีทอง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเบิดพิทยาสรรค์ จังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า เด็กที่ออกจากระบบการศึกษากลางคันมีโอกาสเข้าสู่วงจรยาเสพติดสูง โรงเรียนจึงพยายามสร้างกิจกรรมและพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้พูดคุยและระบายปัญหา เพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาตั้งหลักในชีวิต

    ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชนเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของสังคม การแก้ไขจึงต้องอาศัยทั้งมาตรการกฎหมาย การทำงานเชิงชุมชน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน เพื่อยืดระยะเวลาความเสียหายและลดโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/545127.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gDJHg-sxsTsKPEk6w3aJt

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 25 ก.พ. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 มี.ค. 2569

    | 5 view

        เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นางพักตร์ประไพ คำบรรลือ รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิตหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ. ดร. ธีวินท์ สุพุธิกุล ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ และนาวาเอก อาจารย์ ดร. หัสไชยญ์ มั่งคั่ง ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการทูตในภูมิภาคคันไซ 

        โอกาสนี้ นางสาววีนัส อัศวภูมิ กงสุล ได้บรรยายสรุปถึงภารกิจหลักของสถานกงสุลใหญ่ฯ ทั้งในด้านการคุ้มครองดูแลคนไทย และบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น นอกจากนี้ นางสาวศรีสกุล พยงค์ศรี กงสุล ได้ร่วมให้ข้อมูลในช่วงการตอบคำถาม ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเพื่อให้นิสิตได้นำไปต่อยอดการศึกษาวิจัยและเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาดูงาน ณ นครโอซากโอซากา เกียวโต และโกเบ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีคุณภาพ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/osaka-250226%3Fpage%3D5d5bd3d615e39c306002aa86%26menu%3D5f2110a3c1d7dc1b17651cb2&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hzvpS6d2RWU6DI679r-kM

  • ไม่ค้านสูตรแยกกระทรวง แต่ถ้า ‘กธ.’ มีอำนาจ พูดอะไรทำแน่นอน

    ไม่ค้านสูตรแยกกระทรวง แต่ถ้า ‘กธ.’ มีอำนาจ พูดอะไรทำแน่นอน

    ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดการแยกกระทรวง โดยนำเรื่องท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมีกระทรวงที่ดูแลกีฬาอย่างเดียวว่า พื้นฐานจากหลายๆ ประเทศที่ได้ทำงานร่วมกันมาในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการจัดสรรกระทรวงวัฒนธรรมอยู่กับการท่องเที่ยว เนื่องจากว่าภารกิจมีความใกล้เคียงกัน  

    ส่วนสนับสนุนแนวคิดนี้หรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่มีปัญหา และไม่ได้ขัดข้อง เมื่อถามว่า แนวคิดนี้ทางกระทรวงฯ เคยมีการศึกษามาก่อนหรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า ในช่วงที่เข้ามาทำงานไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ทราบว่ามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

    เมื่อถามว่า บริบทในประเทศไทยมองว่าเหมาะสมหรือไม่ในการแยกกระทรวง และมีความเข้มแข็งอย่างไร อรรถกร กล่าวว่า ต้องมองในเรื่องของภารกิจของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬาว่าแบบไหนสามารถไปด้วยกันได้ ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในสมัยของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ สามารถแยกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ กล่าวว่า

    “ไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าพรรคกล้าธรรมมีอำนาจ เมื่อพูดอะไรแล้ว ทำแน่นอน” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/attakorn-march-10-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GjA0I7fui178f8yoo6NQ1

  • ปฏิทินกิจกรรมของศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สสวท. ประจำจังหวัด

    ปฏิทินกิจกรรมของศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สสวท. ประจำจังหวัด

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93211&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zNbLYz2y0dCYbLlzSGFiB

  • มอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล 

    มอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล 

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/133970&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yrAhmkZA7jtgID9_Z0sY3

  • สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ

    สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ

    สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

    วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ มอบหมายให้ นางนพมาศ ทองวิทยาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการพิจารณาการขอเปิดห้องเรียนพิเศษ ลงพื้นที่นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ ปีการศึกษา 2569 ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

    ในการนี้ นายธนัฏฐ์ แสนแปง รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการศึกษา พร้อมด้วยผู้ช่วยรองผู้อำนวยการ และหัวหน้าห้องโครงการพิเศษ ให้การต้อนรับคณะกรรมการ พร้อมทั้งนำเสนอผลการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนของห้องเรียนพิเศษของโรงเรียน

    นอกจากนี้ ยังมีผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษ เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและตอบสนองต่อศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม

    การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำกับ ติดตามการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษของสถานศึกษาในสังกัดให้เป็นไปตามมาตรฐานและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3896147/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YO1Eyj9tFw3WrcB0nfJEw