Category: วัฒนธรรม

  • เปิดประวัติ “พระยันตระ อมโรภิกขุ” อดีตพระรูปงามจากสำนักป่าสุญญตาราม

    เปิดประวัติ “พระยันตระ อมโรภิกขุ” อดีตพระรูปงามจากสำนักป่าสุญญตาราม

    เปิดประวัติ “อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ” หรือ “วินัย ละอองสุวรรณ” อดีตภิกษุนักเทศน์ชื่อดังที่มีผู้เคารพศรัทธามากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงหนึ่ง

    จากกรณี เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.69) ที่สำนักป่าสุญญตาราม ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พระพรหมวชิรมงคล เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร (กทม) เป็นประธานในพิธีประชุมเพลิงสลายสรีระสังขาร อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ (วินัย ละอองสุวรรณ) โดยมีพระภิกษุ สามเณร แม่ชี, ศิษยานุศิษย์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ พุทธศาสนิกชน ที่ให้ความเคารพนับถือพระยันตระ อมโรภิกขุ ร่วมพิธีหลายพันคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ประวัติ อดีตพระยันตระ อมโรภิกขุ

    พระอาจารย์ยันตระ นามเดิมชื่อว่า วินัย ละอองสุวรรณ ท่านได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วในครอบครัวที่มีความเมตตาโอบอ้อมอารีในร่มเงาของพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2494 ณ บ้านต้นหาด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนสุดท้อง ของพ่อรุ่งและแม่ถนอม ละอองสุวรรณ พี่น้องทั้งหมด 8 คน

    ในวัยเด็กได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่และพี่ ๆ อย่างอบอุ่น เด็กชายวินัย ได้ติดตามบิดามารดาไปวัดเป็นประจำ จึงเป็นคนที่มีเมตตา รักเพื่อนฝูง เป็นครอบครัวที่ดำรงชีวิตแบบวิถีพุทธมาตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย

    การศึกษา

    การศึกษา จบประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาล 1 และมัธยมต้นจากโรงเรียนปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าสอบวิชาเตรียมทหารแต่ไม่ผ่าน จึงเรียนต่อมัธยมปลาย เมื่อจบมัธยมปลายแล้วเข้าเรียนต่อวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สาขาบริหารการโรงแรมและการท่องเที่ยว จบแล้วทำงานในโรงแรมดุสิตธานีอยู่ระยะหนึ่ง

    ก่อนเข้าสู่สมณเพศขณะที่อยู่กรุงเทพฯ ท่านได้เห็นความไม่ยุติธรรมในสังคม ความไม่แน่นอนไม่มีอะไรเป็นแก่นสารในชีวิตทางโลกีย์ จึงได้ศึกษาค้นคว้าในทางปรัชญาและศาสนา ตลอดทั้งการฝึกอบรมจิตจนพบแสงสว่างในทางธรรม ได้ละเพศคฤหัสถ์เข้าสู่เพศพรหมจรรย์ โดยใช้ชีวิตอิสระ ถือสันโดษ เรียบง่าย ในรูปแบบของโยคีนุ่งขาวห่มขาว (บรรพบุรุษของท่านมีเชื้อสายพราหมณ์) ถือพรหมจรรย์ ฝึกพระกรรมฐาน 40 ปฏิบัติภาวนา จาริกไปในที่ต่าง ๆ ที่เป็นสัปปายะ มุ่งความวิเวกเป็นหลัก และเมื่อมีโอกาสได้สอบถามศึกษาทั้งสอบถามครูบาอาจารย์และท่านผู้รู้ เช่น หลวงปู่สุข วัดรามประดิษฐ์และพระครูสุธรรมสมาจาร (พ่อท่านเชื่อง) ท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่ขาว หลวงปู่ชอบ หลวงปู่ผาง หลวงปู่ดุลย์ เป็นต้น ท่านอยู่ในเพศโยคีเกือบ 4 ปี (2514-2516)

    พ.ศ.2517 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ตรงกับวันวิสาขบูชา วันที่ 6 พฤษภาคม 2517 ท่านได้เข้าอุปสมบท ในเวลากลางคืน ณ วัดรัตนาราม (บางบ่อ) อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพระครูสถิตศรีราจารเป็นอุปัชฌาย์ พระครูสุธรรมสมาจาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสุธน เป็นพระคู่สวดใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ตลอดเวลา 22 พรรษา ท่านได้จำพรรษาตามถ้ำ ป่า เขา และเรือนว่าง เมื่อออกพรรษาแล้ว ได้ออกจาริกแสดงธรรมโปรดญาติโยมในที่ต่าง ๆ ตามที่รับนิมนต์ ไปยังทุกภาคของประเทศ และบางพรรษาก็ออกไปต่างประเทศ ได้จำพรรษาทั้งในยุโรป

    และในปี 2531 ได้ไปโปรดพี่สาวที่ป่วยและถึงแก่กรรม ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา ปี 2540 ท่านได้รับฐานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากรัฐสหรัฐอเมริกา และต่อมาได้รับ CITIZEN (เป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา) ตามกฎหมาย ปี 2566 ท่านได้เดินทางมาประเทศไทย ในงานฉลองอายุ ครบ 6 รอบ (72 ปี) ที่สุญญตาราม เกริงกระเวีย จังหวัดกาญจนบุรี และที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปเยี่ยมญาติโยมอีกหลายแห่งทั้งทางภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ และเดินทางกลับอเมริกา

    ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 73 ปี

    ในปลายปี 2567 ได้เดินทางไปประเทศมองโกเลียและเวียดนาม ตามการนิมนต์ของดร.เฮือง ชาวเวียดนามในงานมุทิตาจิต 14 ตุลาคม 2568 ไปประเทศอินเดีย เนปาล พร้อมคณะ ในวันที่ 12 ถึง 24 กุมภาพันธ์ ตามกิจนิมนต์ และเพื่อกราบสังเวชนียสถาน ทั้ง 4 แห่ง และได้เดินทางมาประเทศไทยก่อนกลับประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 5 มีนาคม 2568 และในวันที่ 9 มีนาคม 2568 ท่านได้ละสังขารด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 73 ปี 4 เดือน 8 วัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2919030&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Yd10N35X5R3n4G33piqAH

  • ‘สส.มนพร’ สมทบทุนสร้างโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม ครบรอบ 49 ปี ภูมิใจในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรก

    ‘สส.มนพร’ สมทบทุนสร้างโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม ครบรอบ 49 ปี ภูมิใจในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรก

    สส.มนพร สมทบทุนสร้างโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม ครบรอบ 49 ปี ภูมิใจในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรก ชื่นชมให้กำลังใจ ผู้บริหาร ครู นักเรียน พร้อมขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย ผลักดันการพัฒนาการศึกษา

    ที่โรงเรียนนครพนมวิทยาคม นางมนพร เจริญศรี สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง เคารพธงชาติ พร้อมมอบเงินสนับสนุน สมทบทุนสร้างโดมอเนกประสงค์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 49 ปี การก่อตั้งโรงเรียนนครพนมวิทยาคม พร้อมกล่าวชื่นชมให้กำลังใจ คณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ได้ร่วมกันพัฒนาอาคารสถานที่ รวมถึงพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา จนเป็นสถาบันการศึกษาที่มาตรฐาน ของ จ.นครพนม

    นอกจากนี้ยังมีนักเรียนที่จบการศึกษา ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ รวมถึงมีศิษย์เก่า จบการศึกษา มีอนาคต ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน พร้อมฝากให้ลูกหลาน เยาวชน หมั่นตั้งใจศึกษา เพื่ออนาคตที่ดี ในครั้งนี้ มี นายภูวนารถ ตั้งศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียน นพว. พร้อมคณะ ครูนักเรียน เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมต้อนรับ

    นางมนพร เจริญศรี สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ยังได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นแรก ของโรงเรียนนครพนมวิทยายาคม พร้อมขับเคลื่อนนโยบายของพรรคเพื่อไทย ผลักดันการพัฒนาการศึกษา ทุกด้าน ของ จ.นครพนม ให้มีสถาบันการศึกษา มาตรฐาน สร้างโอกาสที่ดีทางการศึกษา แก่ลูกหลานเยาวชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/RtXF0kPe_&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ugD0tHGwJDksRPp0ToiPs

  • หมอเผย “ตัวเลข” ชวนตกใจ ผู้ชายควร “มีเซ็กซ์” ปีละกี่ครั้ง? วิจัยชี้ชัด น้อยเกินไปเสี่ยงหัวใจ

    หมอเผย “ตัวเลข” ชวนตกใจ ผู้ชายควร “มีเซ็กซ์” ปีละกี่ครั้ง? วิจัยชี้ชัด น้อยเกินไปเสี่ยงหัวใจ

    แพทย์ญี่ปุ่นอ้างงานวิจัย เผยความถี่การมีเซ็กซ์อาจสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจ ผู้ชายปีละราว 103 ครั้งอาจช่วยลดความเสี่ยง

    ประเด็นเรื่องสุขภาพกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังสูตินรีแพทย์ชาวญี่ปุ่น คาวาคิตะ เท็ตสึยะ อ้างอิงงานวิจัยทางการแพทย์ที่ชี้ว่า ความถี่ในการมีเซ็กซ์อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ในวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์ช่วงปลายปี 2024 และกำลังได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก

    งานวิจัยดังกล่าวระบุว่า ผู้ชายที่มีเซ็กซ์น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง อาจมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่ครองอย่างสม่ำเสมออาจส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

    งานวิจัยชี้ ผู้ชายที่มีเซ็กซ์สม่ำเสมออาจมีสุขภาพหัวใจดีกว่า

    คาวาคิตะ เท็ตสึยะ อ้างอิงรายงานจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยชิงเต่า ประเทศจีน ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ชายวัยผู้ใหญ่จำนวน 17,243 คน จากโครงการวิจัยในสหรัฐอเมริกา และติดตามผลเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปี

    ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีเซ็กซ์ประมาณ ปีละ 103 ครั้ง หรือเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง มีแนวโน้มลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้อย่างมีนัยสำคัญ

    หากมีเซ็กซ์น้อยกว่าเดือนละครั้ง ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้น

    รายงานดังกล่าวยังระบุว่า หากผู้ชายมีเซ็กซ์น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่ครองอย่างสม่ำเสมอ

    นักวิจัยอธิบายว่า กิจกรรมทางความสัมพันธ์ดังกล่าวมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดระดับฮอร์โมนความเครียด และส่งผลดีต่อสุขภาพจิต รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีบทบาทต่อสุขภาพหัวใจ

    ความถี่น้อยเกินไปหรือมากเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพ

    คาวาคิตะ เท็ตสึยะ ยังระบุเพิ่มเติมว่า หากมีเซ็กซ์น้อยกว่าปีละ 12 ครั้ง ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การมีความถี่มากเกินไปจนกลายเป็นพฤติกรรมหมกมุ่นก็อาจเพิ่มภาระต่อร่างกายได้เช่นกัน

    ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า ความสมดุลและความเหมาะสมของความสัมพันธ์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยควรพิจารณาควบคู่กับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตโดยรวม

    มุมมองแพทย์ หลอดเลือดอวัยวะเพศอาจสะท้อนสุขภาพหัวใจ

    ในมุมมองทางการแพทย์ คาวาคิตะ เท็ตสึยะ อธิบายว่า หลอดเลือดที่ส่งเลือดไปยังอวัยวะเพศชายมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงประมาณ 1–2 มิลลิเมตร ขณะที่หลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดโคโรนารีมีขนาดประมาณ 3–4 มิลลิเมตร

    ด้วยเหตุนี้ หลอดเลือดในอวัยวะเพศจึงอาจเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งจากการสะสมของไขมันได้ง่ายกว่า และอาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของปัญหาสุขภาพหลอดเลือดในร่างกาย

    โซเชียลถกเถียง งานวิจัยนี้วิเคราะห์เฉพาะผู้ชาย

    หลังจากบทความเกี่ยวกับงานวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ก็เกิดการถกเถียงในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก บางคนตั้งคำถามเกี่ยวกับความถี่ที่เหมาะสม ขณะที่บางคนแสดงความเห็นเชิงขำขันเกี่ยวกับตัวเลขที่ปรากฏในงานวิจัย

    นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้บางรายตั้งข้อสังเกตว่า การศึกษานี้วิเคราะห์เฉพาะข้อมูลของผู้ชายเท่านั้น และไม่ได้รวมข้อมูลของผู้หญิง จึงเป็นไปได้ว่าหากมีการศึกษากับกลุ่มผู้หญิง ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไป

    สรุป ความสัมพันธ์ใกล้ชิดอาจเชื่อมโยงกับสุขภาพหัวใจ

    แม้ผลการศึกษาเรื่อง ความถี่การมีเซ็กซ์กับสุขภาพหัวใจ จะยังต้องการการวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรที่หลากหลาย แต่ข้อมูลดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคู่ครองอาจมีบทบาทต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การดูแลสุขภาพโดยรวม การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการรักษาความสมดุลของชีวิต ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9877594/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vmnqGntgSCqcvmEpmIX5A

  • ศาลสั่งคุก 4 ปี อดีตตำรวจ ตม. สารภาพครอบครอง-เผยแพร่สื่อลามกเด็ก | เดลินิวส์

    ศาลสั่งคุก 4 ปี อดีตตำรวจ ตม. สารภาพครอบครอง-เผยแพร่สื่อลามกเด็ก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 10 มี.ค. กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกำชับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปราบขบวนการสื่อลามกเด็กออนไลน์อย่างจริงจัง ย้ำประสานความร่วมมือหน่วยงานต่างประเทศระบุตัวผู้เสียหายและเยียวยา หลังศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนของดีเอสไอ

    โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผย กรณีศาลอาญามีคำพิพากษาในวันที่ 10 มี.ค. ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งในความผิดฐานครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นคดีในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยย้ำว่ากระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พร้อมกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

    ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศหลายหน่วยงาน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมากในระบบ

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ รายงานว่า ศาลอาญารัชดาภิเษก สรุปผลคำพิพากษา วันที่ 10 มี.ค. 69 คดีพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ส.ต.ท.เจษฎา (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะนั้น ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต นำเข้า ส่งออก เผยแพร่ หรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศาลอาญามีคำพิพากษา ลงโทษจำเลย ข้อหาครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ตามมาตรา 287/1 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 (4)(5) รวมจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ปรับเป็นเงิน 120,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ และได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย รายละ 25,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กซ้ำ พฤติการณ์ยังไม่ร้ายแรงนัก และจำเลยลุแก่โทษ ศาลจึงสั่งรอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จำนวน 24 ชั่วโมง

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานอีกว่า คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 67 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) และได้รับการสนับสนุนสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Storage Detection K9 : ESD K9) จากองค์กร OUR Rescue ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่ได้รับการสนับสนุน ESD K9 ในการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานแห่งหนึ่ง ในจังหวัดภูเก็ต และจากการตรวจค้นพบ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ ภายในตรวจพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบไฟล์ภาพและไฟล์วิดีโอ รวมทั้งสื่อลามกอนาจารอื่น ๆ จำนวนกว่า 258,000 ไฟล์ ซึ่งไฟล์ภาพสื่อลามกอนาจารเด็กมีผู้เสียหายที่เป็นเด็กไทยและต่างชาติหลายพันราย ซึ่งที่มีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ Blackwrist ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศของกรมสอบสวนคดีพิเศษกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อาทิ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP), สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation :FBI), สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations: HSI), องค์การตำรวจสากล (INTERPOL), กระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (Department of Internal Affairs: DIA) และประเทศในสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2560

    ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสื่อมวลชนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้คดีดังกล่าวเป็นผลจากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2560 เรื่อยมา ประกอบกับได้รับการประสานข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) จนพบความเชื่อมโยงของกลุ่มอาชญากรใคร่เด็กที่จะมีการแบ่งปันสื่อลามกอนาจารเด็กในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จึงได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว ซึ่งต่อไปกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้มีการประสานความร่วมมือในการระบุตัวตนผู้เสียหายในต่างประเทศ เพื่อให้มีการช่วยเหลือเด็กผู้เสียหายที่อยู่ในภาพ อนึ่ง ในระหว่างการอ่านคำพิพากษาของศาลอาญา หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีได้ให้ความสนใจติดตามและร่วมรับฟังคำพิพากษา เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์

    ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ให้ได้รับการคุ้มครอง ฟื้นฟู และดูแลตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกในสังคมไทยต่อไป

    นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ส.ต.ท.รายดังกล่าวนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.).

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5673534/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m5FA7y1lNrkZmEHDxcmKI

  • หนุ่มเซ็ง! สาวลวงยืมรถ พบอีกทีพังยับจอดทิ้งแถม ‘คราบเลือด-บัตร ร.อ.’ปริศนา | เดลินิวส์

    หนุ่มเซ็ง! สาวลวงยืมรถ พบอีกทีพังยับจอดทิ้งแถม ‘คราบเลือด-บัตร ร.อ.’ปริศนา | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 10 มี.ค. พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งว่ามีรถเก๋งอยู่ในสภาพด้านหน้าและด้านท้ายรถถูกชนพังเสียหาย ขณะที่ภายในรถพบคราบเลือด จอดอยู่หน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่งใกล้ทางลงทางด่วนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จึงรุดไปตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุพบรถฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพของรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถยุบพังเสียหาย ประตูหลังขวามีร่องรอยถูกชนพังเสียหายจนประตูรถไม่สามารถปิดได้ บริเวณที่วางเท้าเบาะหน้าซ้ายพบซองบัตรประจำตัวระบุชื่อทหารยศร้อยเอกตกอยู่ อีกทั้งภายในรถบริเวณเบาะหลัง แผงประตูฝั่งซ้าย กระจกประตูด้านคนขับและขอบประตูก็มีคราบเลือด ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าที่แผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังมีการนำสติกเกอร์แปะทับตัวเลข 9 ไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ให้ข้อมูลว่าช่วงเวลา 04.30 น. มีชายและหญิงนำรถมาจอดก่อนจะเรียกรถแท็กซี่ออกจากที่เกิดเหตุไป

    นายธนภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าของรถ กล่าวว่า มีรุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปีที่รู้จักกันมานานแล้ว โทรศัพท์มาหาและบอกให้ขับรถมาหาที่บริเวณปากซอยสามัคคีด้านถนนติวานนท์ เมื่อมาถึงก็พบหญิงสาวรุ่นพี่คนดังกล่าวยืนอยู่กับหญิงและชายอีก 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จัก หลังจากนั้นก็รับขึ้นรถ โดยรุ่นพี่ให้ขับมาจอดบริเวณร้านสะดวกซื้อใกล้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณแยกสามัคคี หลังจอดรถแล้วตนก็ลงจากรถไปซื้อของ จากนั้นเห็นรุ่นพี่ลงจากรถประตูซ้ายมานั่งที่ฝั่งคนขับและบอกว่า ขอยืมรถหน่อยโดยให้ตนไปนั่งซ้อนรถ จยย.ของเพื่อนเขาที่มีชายและหญิงจอดรออยู่

    นายธนภรณ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งขณะนั้นได้มีการเปลี่ยนตัวผู้หญิงที่มากับรถ จยย.มาขึ้นรถของตนแทน ก่อนจะขับรถออกไปและคลาดกันระหว่างทาง แต่ในระหว่างทางคนขี่รถ จยย.ได้มีการพูดคุยกับหญิงสาวรุ่นพี่เหมือนบอกตำแหน่งเส้นทางและสุดท้ายขี่มาถึงย่านบางซื่อ โดยรุ่นพี่คนดังกล่าว โทรฯ กลับมาบอกว่าให้ตนมาเอารถเก๋งที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ ตนจึงลงจากรถ จยย. แล้วไปขึ้นแท็กซี่มาตามจุดที่รถของตนจอดอยู่ จึงเห็นรถเก๋งของตนอยู่ในสภาพที่มีความเสียหายเหมือนเกิดอุบัติเหตุมา ส่วนบัตรประจำตัวของข้าราชการทหารที่ตกอยู่ในรถ ตนก็ไม่รู้จัก รวมไปถึงสติกเกอร์ที่นำมาแปะทับตัวเลขที่แผ่นป้ายทะเบียนตนก็ไม่ได้เป็นคนนำมาแปะทับ

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพสภาพรถ พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องทำการสอบปากคำนายธนภรณ์ เจ้าของรถเพิ่มเติมและจะต้องติดตามตัวหญิงสาวคนดังกล่าวและเจ้าของบัตรทหารยศร้อยเอก มาสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นกับรถและคราบเลือดในรถที่พบว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมไปถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการขั้นตอนกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5673038/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NSt3LclER4PmNyXkQ3TqF

  • อาชีวะจับมือภาคอุตสาหกรรม เปิดเวที PPP ที่โคราช ดันแนวคิด “หนึ่งนิคมฯ หนึ่งอาชีวะจังหวัด” ผลิตกำลังคนตรงตลาดแรงงาน | TOPNEWS

    อาชีวะจับมือภาคอุตสาหกรรม เปิดเวที PPP ที่โคราช ดันแนวคิด “หนึ่งนิคมฯ หนึ่งอาชีวะจังหวัด” ผลิตกำลังคนตรงตลาดแรงงาน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/03/2026 21:28

    อาชีวะจับมือภาคอุตสาหกรรม เปิดเวที PPP ที่โคราช ดันแนวคิด “หนึ่งนิคมฯ หนึ่งอาชีวะจังหวัด” ผลิตกำลังคนตรงตลาดแรงงาน

    เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนความร่วมมือภาครัฐและเอกชน (Public–Private Partnership : PPP) เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา และการใช้ระบบ DVE–PPP Management System ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวจิตโสมนัส ชัยวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากหลายสถาบันเข้าร่วมประชุม
    การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2568–2569 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ยกระดับการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน โดยเปิดโอกาสให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการวางแผนหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกอาชีพจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

    นายวิทวัต เปิดเผยภายหลังการหารือความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า ได้กำหนดแนวคิด “หนึ่งนิคมอุตสาหกรรม หนึ่งอาชีวศึกษาจังหวัด” เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษากับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 70 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาอยู่ใน 77 จังหวัด

    แนวคิดดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้เข้าฝึกงานในสถานประกอบการมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้สถานประกอบการได้คัดเลือกบุคลากรตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ หากผู้เรียนมีศักยภาพก็สามารถรับเข้าทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

    รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ระบุว่า อาชีวศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการผลิตแรงงานระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งเป็นกำลังคนที่ตลาดแรงงานยังต้องการอีกจำนวนมาก ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

    ทั้งนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน การเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกงานระหว่างเรียน ยังช่วยสร้างรายได้เสริมและแบ่งเบาภาระครอบครัว ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาต่อจนจบโดยไม่ต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน.

    ภาพ-ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ascawc

    adawdafwf

    รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เปิดโครงการ “SRK Promote รักษาครบ จบที่เดียว” ส่งเสริมสุขภาพบุคลากร PTTGC

    ชายแดนตราดระอุ! กัมพูชาจุดไฟเผาป่าประชิดแนวเขาบรรทัด แสงเพลิงสว่างจ้า–เสียงทุ่นระเบิดดังสนั่น ชาวบ้านเฝ้าระวังผลกระทบ

    รวบ 2 คนร้ายตระเวนลัก จยย.หน้าโรงแรมย่านนาจอมเทียน ตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนรู้ตัว

    วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทราขับเคลื่อนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ยกระดับกำลังคนตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

    วัดเขาพระทองเปิดรับเจ้าภาพจัดสร้างบายศรีพญานาค 9 เศียร

    บรรทุกพ่วงเสียหลักชนศาลาพัก ป้ายบอกทางริมถนนพังยับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1512348&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zGbeZpgRPJtVKtgEnY00f

  • แม่สู้ชีวิตร่อนทองริมโขงเลี้ยงลูก 9 คน ใช้ทองคำขอสะใภ้รวมกว่า 20 บาท | เดลินิวส์

    แม่สู้ชีวิตร่อนทองริมโขงเลี้ยงลูก 9 คน ใช้ทองคำขอสะใภ้รวมกว่า 20 บาท | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องราวสุดประทับใจ ท่ามกลางวิกฤติราคาทองคำแพงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เมื่อหญิงสูงวัย คุณแม่ของลูกทั้ง 9 คน สู้ชีวิตพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถเปลี่ยนกรวดทรายในแม่น้ำโขงให้กลายเป็นทรัพย์สินมหาศาล เลี้ยงปากท้องครอบครัว และสร้างอนาคตให้ลูกหลานมานานกว่า 30 ปี

    โดยผู้หญิงรายนี้ คือ นางแซว ชาว อ.ปากชม จ.เลย เปิดเผยเรื่องราวชีวิตว่า นอกจากการทำเกษตรกรรมที่เป็นอาชีพหลักแล้ว ทุกครั้งที่ถึงฤดูแล้ง ซึ่งแม่น้ำโขงจะลดระดับลงในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ตนจะยึดอาชีพร่อนทองคำแบบโบราณ โดยใช้บ่างร่อนทอง บริเวณริมฝั่งโขง หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ ความขยันและอดทน ที่ได้เก็บหอมรอมริบทองคำที่ร่อนได้ทีละเล็กทีละน้อยสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยราคาทองคำยังไม่กี่พันบาท จนปัจจุบันพุ่งสูงถึงบาทละ 70,000-80,000 บาท ผลจากความวิริยอุตสาหะนี้ ทำให้สามารถเลี้ยงดูบุตรชาย-หญิง รวม 9 คน จนเติบใหญ่สร้างครอบครัว และได้นำทองคำที่ร่อนด้วยน้ำพักน้ำแรงสะสมไว้รวมกว่า 20 บาท ทองคำ ไปใช้เป็นสินสอดสู่ขอสะใภ้และมอบเป็นมรดกให้ลูกๆ ทุกคน สำหรับ หลาน จะได้ทองจากยายคนละ 50 สตางค์

    นางแซว กล่าวต่ออีกว่า การร่อนทองคำต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพราะเป็นการทำแบบโบราณ ขุดหินมาแต่ละก้อน มาร่อน มาสกัด ออกมาเป็นฝุ่นทองคำ และนำมารวมก้อนทองด้วยปรอท หรือเรียกว่า การเนืองทอง การร่อนทำจากน้ำพักน้ำแรง แต่ผลที่ได้มันคุ้มค่า เพราะมันคือความภูมิใจที่ได้สร้างเนื้อสร้างตัวได้พอสมควร

    ด้านนายประยูร อรัญรุท รอง ผวจ.เลย กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่ศึกษาถอดบทเรียนวิถีชีวิตชาวปากชม ระบุว่า ในสภาวะที่ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง อาชีพการร่อนทองจึงไม่ใช่เพียงแค่ภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่เป็นโอกาสทางการเงิน ทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ หากมีโอกาสในอนาคตจะหาแนวทางส่งเสริมอาชีพอย่างจริงจัง เตรียมผลักดันการร่อนทองให้เป็นอาชีพเสริมที่มั่นคงในช่วงฤดูแล้ง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5673900/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UoDboLsISj2jOn4UQ4SRM

  • “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม” ดูซีรีส์ตอนแรกพร้อมโชว์พิเศษ “Girl Rules : The 1st Rule”

    “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิฟ-วิว-มิ้ม” ดูซีรีส์ตอนแรกพร้อมโชว์พิเศษ “Girl Rules : The 1st Rule”

    Entertainment. 10 มี.ค. 2026 เวลา 2:16 น. “น้ำตาล-ฟิล์ม-มิ้ลค์-เลิ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1224549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hEd5HIwxIuMy31r2tflCg

  • UNIX พื้นฐานแน่น-ผลตอบแทนสวย! – สยามรัฐ

    UNIX พื้นฐานแน่น-ผลตอบแทนสวย! – สยามรัฐ

    บมจ. ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) หุ้นไอพีโอน้องใหม่ หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายฟิล์มบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย และผู้นำเทรนด์กระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/134019&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ef_vuqhsK3tCVbnRpj_HT

  • คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ PolyU ฮ่องกง

    คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือกับ PolyU ฮ่องกง

    Skip to content

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ผศ.ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ รองคณบดีฝ่ายวิรัชกิจและสื่อสารองค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับผู้บริหาร School of Design, The Hong Kong Polytechnic University นำโดย Prof. Kun-Pyo Lee คณบดี Prof. Henry Duh รองคณบดี School of Design เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และกิจกรรมทางวิชาการ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

    ความร่วมมือภายใต้ MoU นี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายวิชาการระหว่างประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษาและการพัฒนางานวิจัยร่วมกัน ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยังได้เยี่ยมชมอาคาร Jockey Club Innovation Tower ของ School of Design พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองสถาบัน

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/291946/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_nAPWqtWsXOFKRYw0EsxS