Blog

  • “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย คืนลมหายใจพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที เพราะเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจของจริง

    “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย คืนลมหายใจพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที เพราะเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจของจริง

    ที่ตลาดบางกะปิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ปล่อยคาราวานบำนาญ 3,000 บาท เดินหน้าลุยขอคะแนนร่วมกับทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำนโยบายหลักและหมายเลข 48 ของพรรคไทยสร้างไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

    โดยบรรยากาศการเปิดตัวขบวนคาราวานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบาย ซึ่งเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ต่างยอมรับและพร้อมสนับสนุนนโยบายนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้มีความมั่นคงและมีเกียรติมากขึ้น ขบวนรถคาราวานจะกระจายตัวออกไปตามแหล่งชุมชนเพื่อสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมชูจุดเด่นการสร้างนโยบายที่มั่นคงจับต้องได้จริงเพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันสำหรับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาทนี้

    คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ย้ำถึงหลัการสำคัญ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับสิทธิเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพพื้นฐาน ลดภาระพึ่งพิงลูกหลานและแก้ไขปัญหาความยากจนในวัยเกษียณ นโยบายนี้ไม่ได้เพียงแค่การแจกเงินแต่มีเงื่อนไขให้ผู้รับการสนับสนุนต้องเข้าโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถกลับมาช่วยขับเคลื่อนสังคมได้อีกครั้ง ถือเป็นกลไกการสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมาอย่างยาวนาน

    ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่านโยบายบำนาญ 3,000 บาทจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งจากระดับฐานราก เนื่องจากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่มือผู้สูงอายุทั่วประเทศจะก่อให้เกิดกำลังซื้อทันทีในทุกชุมชนและทุกพื้นที่เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องมากกว่าการแจกเงินที่หวังเพียงคะแนนนิยมระยะสั้น เงินทุกบาทจะถูกนำไปใช้จ่ายในร้านค้าและตลาดใกล้บ้าน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นการผลิตในภาคส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยซบเซากลับมาคึกคักและฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/274933&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xN5ZajK5i9JeOFMgJKTGX

  • มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.00 น.

    AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. จากประเทศอินเดีย ⁠ภูมิใจประกาศการกลับมาของงาน Study in India Expo และ Indian Boarding Schools Expo สู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ในประเทศไทย งานมหกรรมการศึกษาที่ทุกคนรอคอยนี้จะจัดขึ้นใน วันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

    ในฐานะหนึ่งในแพลตฟอร์มการศึกษานานาชาติที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดสำหรับครอบครัวชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าถึงข้อมูลของโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียได้โดยตรง รวบรวมหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่หลากหลายทางวัฒนธรรม และการศึกษาที่คุ้มค่า ในระดับค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ไว้ครบจบในที่เดียว

    ผู้ปกครองและนักเรียนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย จะมีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับผู้บริหาร ครูใหญ่ และทีมรับสมัครจากสถาบันชั้นนำของอินเดีย พร้อมบริการให้คำปรึกษาและคำแนะนำการสมัครเรียนทันที (On-the-spot counselling) เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด สามารถเลือกดูข้อมูลการรับสมัครได้ตั้งแต่ระดับชั้นเกรด 3 ถึงเกรด 11 ในหลักสูตรชั้นนำต่างๆ รวมถึง IB, Cambridge, CBSE และ ICSE

    โรงเรียนที่เข้าร่วมงานมาจากศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น เดห์ราดูน (Dehradun), มัสซูรี (Mussoorie), โกดัยกานาล (Kodaikanal), บังคาลอร์ (Bengaluru), มังคาลอร์ (Mangaluru), ไฮเดอราบาด (Hyderabad), ปูเน่ (Pune), ชัยปุระ (Jaipur), เดลี และปริมณฑล (Delhi NCR) และเมืองสำคัญอื่นๆ อีกมากมายในอินเดีย

    สำหรับนักเรียนที่มองหาการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ภายในงานยังรวบรวมมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาวิชาต่างๆ เช่น ไอที, วิศวกรรมศาสตร์, การจัดการ, ศิลปศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ พร้อมรับคำปรึกษาและคำแนะนำในการสมัครเรียนทันทีภายในงาน ⁠เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด

    “จำนวนนักเรียนไทยที่เลือกไปศึกษาต่อในประเทศอินเดียเพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่มีต่อระบบการศึกษาของอินเดีย คุณ Vivek Shukla ผู้อำนวยการและซีอีโอของ AFAIRS Exhibitions & Media กล่าว “อินเดียนำเสนอการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษคุณภาพสูง วุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และความคุ้มค่าที่โดดเด่น ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่า แต่ยังคงความเข้มข้นทางวิชาการในระดับที่แข่งขันได้ เมื่อเทียบกับตัวเลือกในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศไทย”

    สุดยอดโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัย รวมไว้ในที่เดียว! รายชื่อโรงเรียนประจำชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เข้าร่วมงาน อาทิ Woodstock School (Mussoorie), The International School Bangalore, Kodaikanal International School (Kodaikanal),  Unison World School (Dehradun), Mussoorie International School , Indus International School (Pune), King’s College India (Rohtak), Jain International Residential School (Bangalore), Greenwood High International School (Bangalore), Kasiga School (Dehradun), Sharanya Narayani International School (Bangalore), Sancta Maria International School (Delhi NCR), MIT Vishwashanti Gurukul World School (Pune), KIIT International School (Bhubaneswar), De Paul International School (Mysore), Miles Bronson Residential School (Guwahati)  และโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมาย

    มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำที่เข้าร่วมงาน อาทิ Manipal Academy Of Higher Education (MAHE), Symbiosis International University (Pune), Christ (Deemed to be University) (Bengaluru), Amity University, Central Sanskrit University (New Delhi), SRM University (Chennai, Ramapuram & Tiruchirapalli)  และสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย

    งาน Study in India Expo ริเริ่มและจัดขึ้นโดย AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้นำเสนอสถาบันการศึกษากว่า 500 แห่ง เข้าถึงนักเรียนและผู้ปกครองกว่าหนึ่งล้านคน และเดินสายจัดงานมาแล้วใน 12 ประเทศทั่วโลก ทำให้งานนี้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการประชาสัมพันธ์การศึกษานานาชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดจากประเทศอินเดีย

    ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้ฟรี ที่เว็บไซต์: https://tinyurl.com/msym6ehm

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/944176&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fJSisRGNOVmQJlhDiNtAW

  • สุดารัตน์ ดันอีสานฮับขนส่ง หนุนตั้งกองทุน 3 แสนล.ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% อุ้ม SME

    สุดารัตน์ ดันอีสานฮับขนส่ง หนุนตั้งกองทุน 3 แสนล.ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% อุ้ม SME

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ณ จังหวัดอุดรธานี ในเวทีดีเบตครั้งสำคัญ Nation Election 2569 DEBATE “ชายแดนร้อน-ปากท้องคนจน” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองระดับแนวหน้าเข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย , นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม , นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน , นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง , นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมหาทางออกให้แก่พี่น้องชาวอีสาน

    คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวบนเวทีว่า ในฐานะลูกอีสาน หลานย่าโม รู้สึกเจ็บปวดที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ซึ่งมีประชากรและศักยภาพการผลิตสูง แต่กลับยังเป็นภูมิภาคที่ประชาชนมีรายได้ต่ำที่สุด จึงเห็นว่าถึงเวลาที่อีสานต้องได้รับโอกาสอย่างจริงจัง รายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจต้องกระจายกลับสู่คนในพื้นที่ เพื่อให้ลูกหลานสามารถกลับมาทำงานและสร้างอนาคตในบ้านเกิด

    “อีสานไม่ควรถูกมองเป็นเพียงแหล่งแรงงานหรือฐานการผลิตราคาถูกอีกต่อไป แต่ต้องได้รับการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

    พร้อมชี้ว่า อีสานเป็นภาคที่มีประชากรและการผลิตสูงที่สุดของประเทศ แต่กลับยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำ จึงเสนอแผนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อดึงศักยภาพของภูมิภาคกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่

    • ศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) โดย เร่งรัดแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ เชื่อมโยงจีนและกลุ่มประเทศ CLMV ให้จบภายใน 3-5 ปี โดยเสนอโมเดลการก่อสร้างที่เชื่อมจากหนองคายลงมาและโคราชขึ้นไปบรรจบกัน พร้อมสร้าง Dry Port ในทุกจุดสำคัญ
    • ศูนย์กลางอาหารและอุตสาหกรรมแปรรูป โดยมุ่งเป้าดึงคนอีสานกลับมาทำงานที่บ้านเกิด โดยใช้ศักยภาพด้านเกษตรกรรมมาแปร รูปส่งออกไปทั่วโลก
    • ศูนย์กลางเวลเนสและการศึกษา (Wellness & Education Hub) โดยผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการศึกษาให้กับกลุ่มประเทศ CLV
    • อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยใช้จุดแข็งจากการนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านในราคาถูก เพื่อเปลี่ยนอีสานเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ “พลังงานสีเขียว” เพื่อดึงดูดการลงทุนระดับโลก

    ในประเด็นระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NEC) คุณหญิงสุดารัตน์ได้ตั้งคำถามถึงความล่าช้าต่อ นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าโครงการนี้ควรจะเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาข้าราชการและรัฐบาลขาดความจริงจัง พร้อมย้ำว่าหากไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล จะต้องเกิดการเชื่อมโยงระบบรางและนิคมอุตสาหกรรมแปร รูปอย่างเป็นรูปธรรมทันที
     

    นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ยังได้แสดงความเห็นถึงมาตรการ ช่วยเอสเอ็มอีไทย และปราบธุรกิจสีเทา ว่า เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้ คนตัวเล็ก ได้นำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ อาทิ

    1. กองทุนสร้างไทย 300,000 ล้านบาท โดยระดมเงินจากการออกพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย 3% เพื่อนำมาปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการ SME และคนตัวเล็ก ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% โดยให้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นผู้บริหารจัดการแทนธนาคารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง

    2. Regulatory Guillotine  ออกกฎหมายฉบับเดียวเพื่อ พักการใช้ใบอนุญาตกว่า 1,000 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการทำกินเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้เอสเอ็มอีลืมตาอ้าปากได้

    3. ปราบทุจริตและธุรกิจสีเทา เสนอกฎหมายให้ประชาชน 50,000 รายชื่อ มีอำนาจตรวจสอบและถอดถอนนักการเมืองรวมถึงองค์กรอิสระที่ทุจริต พร้อมจัดตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภาคประชาชน โดยดึงเอกชนมาร่วมตรวจสอบส่วยและสินค้าผิดกฎหมายที่ทะลักเข้าไทย โดยยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลจะ ยึดทรัพย์ ขบวนการฟอกเงินที่มีมูลค่านับแสนล้านบาทอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่อายัดทรัพย์เป็นพิธี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/737330&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0X02Nd_Z1uGNlP2oHxZlFI

  • นักวิจัยจีนพบ “รหัสกลายพันธุ์” ตัวการสำคัญของการระบาดเมื่อปี 2020!

    นักวิจัยจีนพบ “รหัสกลายพันธุ์” ตัวการสำคัญของการระบาดเมื่อปี 2020!

    นักวิทยาศาสตร์จีนตรวจพบการกลายพันธุ์สำคัญของไวรัสอีโบลา

    คณะนักวิจัยจากประเทศจีนได้เปิดเผยการค้นพบการกลายพันธุ์ที่สำคัญของไวรัสอีโบลา ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่มีการระบาดครั้งใหญ่ การค้นพบนี้ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ สำหรับการเฝ้าระวังโรคระบาดและการพัฒนาตัวยา

    รายละเอียดการศึกษา

    งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Cell โดยเป็นความร่วมมือของหลายสถาบัน นำโดย ศาสตราจารย์เฉียน จวิน (Qian Jun) จากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น ร่วมกับโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยการแพทย์ชั้นนำในกวางโจวและจี๋หลิน

    • พื้นที่ศึกษา: การระบาดของโรคไวรัสอีโบลา (EVD) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ช่วงปี 2018-2020 ซึ่งเป็นการระบาดครั้งใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ (ติดเชื้อกว่า 3,000 ราย เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย)
    • คำถามวิจัย: นอกจากปัญหาเรื่องระบบสาธารณสุขในพื้นที่แล้ว “การวิวัฒนาการของไวรัสเอง” มีส่วนทำให้การระบาดลากยาวหรือไม่?

    การค้นพบที่สำคัญ: การกลายพันธุ์ GP-V75A

    จากการวิเคราะห์จีโนมของไวรัสอีโบลาจำนวน 480 ตัวอย่าง ทีมวิจัยพบความผิดปกติที่น่าสนใจ:

    1. การกลายพันธุ์เฉพาะจุด: พบการกลายพันธุ์ในส่วนไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) ของไวรัสที่เรียกว่า GP-V75A
    2. ความได้เปรียบในการแพร่กระจาย: สายพันธุ์ที่กลายพันธุ์นี้เกิดขึ้นในช่วงต้นของการระบาดและเข้ามาแทนที่สายพันธุ์เดิมอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้น
    3. ผลการทดสอบในห้องแล็บ: ยืนยันว่าการกลายพันธุ์ GP-V75A ช่วยให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน (Host cells) หลากหลายชนิดได้ดีขึ้น และเพิ่มอำนาจการติดเชื้อในหนูทดลองอย่างมีนัยสำคัญ

    ผลกระทบต่อการรักษา

    สิ่งที่น่ากังวลคือ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการกลายพันธุ์นี้อาจทำให้ ประสิทธิภาพของยาและแอนติบอดีที่มีอยู่ในปัจจุบันลดลง ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงในการ “ดื้อยา” ของไวรัส

    “การวิจัยนี้บอกเราว่า ระหว่างที่เกิดโรคอุบัติใหม่ การเฝ้าระวังทางพันธุกรรมและการวิเคราะห์วิวัฒนาการของเชื้อแบบเรียลไทม์เป็นสิ่งสำคัญมาก” — ศาสตราจารย์เฉียน จวิน กล่าว

    ขอบคุณข้อมูลจาก

    1. CGTN China

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/418/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw341zNWNS02E0HfxEPB9jEy

  • ‘ปวงชนไทย’ เข้าคารวะ จุฬาราชมนตรี รับปากแก้เศรษฐกิจปากท้อง

    ‘ปวงชนไทย’ เข้าคารวะ จุฬาราชมนตรี รับปากแก้เศรษฐกิจปากท้อง

    “เอกสิทธิ์” นำ ผู้สมัคร สส.กทม.ปวงชนไทย เข้าคารวะ จุฬาราชมนตรี พร้อมรับปากแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง พร้อมหาเสียงในชุมชน สนับสนุนการสร้างความสันติ เลิกแบ่งสีแบ่งฝ่าย

    ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนสุเหร่าบ้านดอน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นำคณะ ประกอบด้วย นายวรฐ สุนทรนนท์ รองหัวหน้าพรรค นายวิรัตน์ ลีรุ่งเรือง กรรมการบริหารพรรค  พร้อมผู้สมัครสส.กทม. พรรคปวงชนไทย เข้าคารวะ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี 

    โดยการเข้าพบดังกล่าว จุฬาราชมนตรี ให้คำชี้แนะ การขับเคลื่อนแนวนโยบายของพรรคการเมือง ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้พบว่า ตลาดในชุมชนสุเหร่าบ้านดอนและใกล้เคียงค่อนข้างซบเซา การค้าขายไม่ดีเหมือนก่อนหน้านี้ซึ่งชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจรากฐานได้รับผลกระทบ หากมีนโยบายในการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจภาพรวมปากท้องของประชาชนจะเป็นสิ่งที่ดีมาก 

    ขณะที่นายเอกสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคปวงชนไทยมองเห็นปัญหาด้านเศรษฐกิจความเดือดร้อนของประชาชน ในฐานะประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 24เขต มีความรู้ความสามารถ เป็นคนในพื้นที่ พรรคมีนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้สินแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชนคนทำงานลูกจ้างแรงงานทั้งในและนอกระบบ จึงอาสาที่จะเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สิน ปัญหารายได้ที่ไม่พอกับรายจ่าย ค่าครองชีพสูง ให้กับลูกจ้างแรงงานทั่วประเทศ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากการเข้าพบจุฬาราชมนตรีแล้ว คณะของพรรคปวงชนไทย ได้หาเสียงผ่านเสียงตามสายในชุมชนสุเหร่าบ้านดอน โดยนายเอกสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคปวงชนไทยเราเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจลดความขัดแย้ง โดยยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด พรรคต้องการให้ประเทศไทยสงบสุขอยู่อย่างสันติ เลิกแบ่งสีแบ่งฝ่าย หมดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างทะเลาะกัน และเปลี่ยนมาร่วมมือกัน พรรคปวงชนไทยจะเข้ามาดูแลทุกฝ่ายซึ่งเป็นคนทำงานทั้งนายจ้างและลูกจ้างในระบบและนอกระบบไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างแท็กซี่ต้องมีการเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสุดเข้าถึงการรักษาพยาบาลให้ทั่วถึง

    นายเอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับอีกปัญหาสำคัญ คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในการเดินทางอุบัติเหตุเช่นเครนหล่นใส่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถนนยุบตึกถล่ม ซึ่งพรรคมีนโยบายประกันอุบัติเหตุปวงชนไทย ให้ตั้งแต่แรกเกิด โดยเก็บค่าความเสี่ยงจากโครงการก่อสร้าง 5% รวมถึงค่าปรับจราจรและภาษีอบายมุข นำมาบริหารเป็นงบประมาณเรื่องประกันอุบัติเหตุให้กับคนไทยทุกคน

    “ผมรู้ดีว่าคนเป็นหนี้มีความทุกข์ขนาดไหนเพราะเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมใช้เวลา 10 ปีในการแก้ปัญหาหนี้ธุรกิจหมื่นล้านมาแล้ว ดังนั้นการเข้าสู่วงการการเมืองรอบนี้ต้องการเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่มีหนี้สินและยังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งผู้สมัครทุกคนไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับคนไทย” นายเอกสิทธิ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1219213&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AdXCMi3uevFORBUqVxLcl

  • มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    วันอาทิตย์ ที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.32 น.

    มหกรรมการศึกษาอินเดีย ยกทัพโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำสู่กรุงเทพฯ

    AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. จากประเทศอินเดีย ⁠ภูมิใจประกาศการกลับมาของงาน Study in India Expo และ Indian Boarding Schools Expo สู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ในประเทศไทย งานมหกรรมการศึกษาที่ทุกคนรอคอยนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

    ในฐานะหนึ่งในแพลตฟอร์มการศึกษานานาชาติที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดสำหรับครอบครัวชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าถึงข้อมูลของโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียได้โดยตรง รวบรวมหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลก สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่หลากหลายทางวัฒนธรรม และการศึกษาที่คุ้มค่า ในระดับค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ไว้ครบจบในที่เดียว

    ผู้ปกครองและนักเรียนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายอินเดีย จะมีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับผู้บริหาร ครูใหญ่ และทีมรับสมัครจากสถาบันชั้นนำของอินเดีย พร้อมบริการให้คำปรึกษาและคำแนะนำการสมัครเรียนทันที (On-the-spot counselling) เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด สามารถเลือกดูข้อมูลการรับสมัครได้ตั้งแต่ระดับชั้นเกรด 3 ถึงเกรด 11 ในหลักสูตรชั้นนำต่างๆ รวมถึง IB, Cambridge, CBSE และ ICSE

    โรงเรียนที่เข้าร่วมงานมาจากศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น เดห์ราดูน (Dehradun), มัสซูรี (Mussoorie), โกดัยกานาล (Kodaikanal), บังคาลอร์ (Bengaluru), มังคาลอร์ (Mangaluru), ไฮเดอราบาด (Hyderabad), ปูเน่ (Pune), ชัยปุระ (Jaipur), เดลี และปริมณฑล (Delhi NCR) และเมืองสำคัญอื่นๆ อีกมากมายในอินเดีย

    สำหรับนักเรียนที่มองหาการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ภายในงานยังรวบรวมมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาวิชาต่างๆ เช่น ไอที, วิศวกรรมศาสตร์, การจัดการ, ศิลปศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ พร้อมรับคำปรึกษาและคำแนะนำในการสมัครเรียนทันทีภายในงาน ⁠เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด

    “จำนวนนักเรียนไทยที่เลือกไปศึกษาต่อในประเทศอินเดียเพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่มีต่อระบบการศึกษาของอินเดีย” คุณ Vivek Shukla ผู้อำนวยการและซีอีโอของ AFAIRS Exhibitions & Media กล่าว “อินเดียนำเสนอการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษคุณภาพสูง วุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และความคุ้มค่าที่โดดเด่น ซึ่งมักมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่า แต่ยังคงความเข้มข้นทางวิชาการในระดับที่แข่งขันได้ เมื่อเทียบกับตัวเลือกในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศไทย”

    สุดยอดโรงเรียนประจำและมหาวิทยาลัย รวมไว้ในที่เดียว! รายชื่อโรงเรียนประจำชั้นนำและมีชื่อเสียงที่เข้าร่วมงาน อาทิ:  Woodstock School (Mussoorie)  ,The International School Bangalore  ,Kodaikanal International School (Kodaikanal) , Unison World School (Dehradun) , Mussoorie International School

    , Indus International School (Pune)  ,King’s College India (Rohtak)  ,Jain International Residential School (Bangalore)  ,Greenwood High International School (Bangalore)  ,Kasiga School (Dehradun)

    ,Sharanya Narayani International School (Bangalore)  ,Sancta Maria International School (Delhi NCR)

    ,MIT Vishwashanti Gurukul World School (Pune)  ,KIIT International School (Bhubaneswar)  ,De Paul International School (Mysore)  ,Miles Bronson Residential School (Guwahati)  และโรงเรียนอื่นๆ อีกมากมาย

    มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำที่เข้าร่วมงาน อาทิ:  Manipal Academy Of Higher Education (MAHE) ,Symbiosis International University (Pune)  ,Christ (Deemed to be University) (Bengaluru)  ,Amity University  ,Central Sanskrit University (New Delhi)  ,SRM University (Chennai, Ramapuram & Tiruchirapalli)  และสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย

    งาน Study in India Expo ริเริ่มและจัดขึ้นโดย AFAIRS Exhibitions & Media Pvt. Ltd. ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้นำเสนอสถาบันการศึกษากว่า 500 แห่ง เข้าถึงนักเรียนและผู้ปกครองกว่าหนึ่งล้านคน และเดินสายจัดงานมาแล้วใน 12 ประเทศทั่วโลก ทำให้งานนี้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการประชาสัมพันธ์การศึกษานานาชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดจากประเทศอินเดีย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานได้ฟรี ที่เว็บไซต์: https://tinyurl.com/msym6ehm

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/464419&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Zo1-H08n-1o4w7D-D-fJ9

  • ผอ.เขื่อนรัชชประภา เปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี

    ผอ.เขื่อนรัชชประภา เปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายสุบิน เนตรสว่าง ผู้อำนวยการ เขื่อนรัชชประภา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม OPEN HOUSE เปิดบ้านแห่งศรัทธา ทอดผ้าสามัคคี เพื่อการศึกษา” พร้อมร่วมเป็นประธานเจ้าภาพถวายเงินปัจจัยสมทบทุน เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา ส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนของโรงเรียน

    โอกาสนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางกัญจนา สมชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม นางสาวกริชนาฏ สมพงษ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน นายวีรยุทธ ขนุนนิล นายอำเภอบ้านตาขุน นายเชาวลิต ช่วยสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชี่ยวหลาน สจ.อมรรัตน์ กล่อมเจริญ ดร.ดำหริ จันทชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี–ชุมพร และ ดร.วิชชุตา มาชู ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี รวมถึงศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ศิษย์เก่า คณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000010214&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rEqYA4SR3aja5z7fUtpSo

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ชะงักงาน แต่คาดแก้ไขได้เร็ว

    รัฐบาลสหรัฐฯ ชะงักงาน แต่คาดแก้ไขได้เร็ว

    รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ภาวะชะงักงาน

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับบางส่วน เมื่อวันเสารที่ผ่านมา หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณประจำปี 2026 ภายในกำหนดเวลาเที่ยงคืน แม้ว่าการหยุดชะงักครั้งนี้จะมีผลกระทบจำกัดเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรพร้อมเคลื่อนไหวต้นสัปดาหน์หน้าเพื่อให้สัตยาบันข้อตกลงที่วุฒิสภาสนับสนุน

    การขาดแคลนเงินทุนครั้งนี้เกิดขึ้นจากการล่มสลายของการเจรจาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธของพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการสังหารผู้ประท้วง 2 คนในเมืองมินนิอาโพลิสโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ซึ่งทำให้การเจรจาเกี่ยวกับเงินใหม่สำหรับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิล้มเหลว

    ผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐบาล

    การหยุดชะงักครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐบาลกลางประมาณสามในสี่ส่วน อาจก่ให้เกิดขั้นตอนการชะงักงานในหน่วยงานและการดำเนินงานที่หลากหลาย ตั้งแต่การศึกษาและสาธารณสุข ไปจนถึงที่อยู่อาศัยและการป้องกันประเทศ

    หน่วยงานรัฐบาลกลางคาดว่าจะเริ่มดำเนินการตามแผนการชะงักงานในช่วงกลางคืน แต่ผู้นำรัฐสภาทั้งสองพรรคระบุว่าการดำเนินการของวุฒิสภาทำให้โอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักระยะสั้นมีความเป็นไปได้มากกว่าการชะงักงานที่ยืดเยื้อ

    ความคืบหน้าในวุฒิสภา

    เมื่อปลายวันศุกร์ วุฒิสภาผ่านแพ็กเกจที่ขจัดร่างกฎหมายงบประมาณ 5 ฉบับที่ค้างอยู่เพื่อให้ครอบคลุมหน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่จนถึงเดือนกันยายน พร้อมกับมาตรการชั่วคราว 2 สัปดาห์เพื่อให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิดำเนินการต่อไปในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการเจรจาต่อเกี่ยวกับนโยบายการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

    ประธานาธิบดี Donald Trump สนับสนุนข้อตกลงของวุฒิสภาและเร่งรัดให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอย่างรวดเร็ว แสดงสัญญาณว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการชะงักงานที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะเป็นครั้งที่สองในวาระที่สองของเขา หลังจากการหยุดชะงักที่ยาวนานที่สุดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการรัฐบาลกลางเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน

    ความขัดแย้งทางการเมือง

    วุฒิสมาชิก Dick Durbin ผู้เป็นหัวหน้าพรรคเดโมแครตรองในวุฒิสภา โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า “แทนที่จะไปจับกุมผู้ลักลอบค้ายาเสพติด ผู้ล่วงละเมิดเด็ก และผู้ค้ามนุษย์ รัฐบาลทรัมป์กลับเสียทรัพยากรอันมีค่าไปกับการกำหนดเป้าหมายผู้ประท้วงที่สงบสุขในชิคาโกและมินนิอาโพลิส รัฐบาลนี้ทำให้ชาวอเมริกันมีความปลอดภัยน้อยลงอย่างต่อเนื่อง”

    พรรคเดโมแครตยังคงรวมตัวกันต่อต้านการให้เงินทุนใหม่แก่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองหลังจากการยิงเสียชีวิตของ Alex Pretti และ Renee Good ในมินนิอาโพลิส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/us-government-shutdown-quick-resolution-expected&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VeadhVWaZ2f9C9W3miWRQ

  • พลเอกรังษี นัดชาวสมุทรปราการฟังปราศรัยใหญ่เย็นนี้

    พลเอกรังษี นัดชาวสมุทรปราการฟังปราศรัยใหญ่เย็นนี้

    “พลเอกรังษี” นัดปราศรัยใหญ่เย็นนี้ที่ “ตลาดเรือบิน สมุทรปราการ” แย้มมีไม้เด็ดโค้งสุดท้าย ทุบโต๊ะ!อย่าเชื่อดีลลับจับขั้วขนาดมี MOA ยังหักหลังกันได้ ลั่นพรรคเศรษฐกิจไม่จับมือกับพรรคสีเทาปลุกเลือกพรรคไม่มีดีลแบบ “แลนด์สไลด์” ล้างหนี้ 55 ล้านล้าน ชี้นายกฯคนที่ 33 ต้องมือถึงหากได้คนไม่ประสีประสาแก้วิกฤตความมั่นคง-เศรษฐกิจ-คอร์รัปชัน ไม่ได้ เตือนถ้ายังเลือกคนซื้อเสียงแบบเดิมทุกอย่างจะจมปลัก

    1 ก.พ. 2569 พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังเข้มข้นว่า ขณะนี้คงต้องรอการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีใครรู้ผลจริง แม้กระทั่งผลโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมา เพราะเป็นเพียงการสำรวจกลุ่มตัวอย่างแค่ 3,000-4,000 คน เป็นเพียงการประเมินเท่านั้น ไม่ใช่ฉันทามติที่แท้จริงของคนทั้งประเทศ

    พล.อ.รังษี กล่าวถึงกระแสข่าวการจับขั้วทางการเมืองในช่วงนี้ว่า “ขอให้เชื่อผมเถอะ ขนาดครั้งที่แล้วมีการเซ็นเอ็มโอเอ(MOA) ต่อหน้าประชาชนยังมีการเบี้ยวกันได้เลย ดังนั้นข่าวเรื่องดีลลับที่ออกมาช่วงนี้ ผมเชื่อว่าจะมีการเบี้ยวและหักหลังกันได้เหมือนครั้งที่แล้ว”

    หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ย้ำว่า การที่ประชาชนกังวลว่าจะมีการฉีกสัญญาหรือ “แหกดีล” ซ้ำสองนั้น เป็นจุดตัดสินใจสำคัญ หากพรรคไหนที่มีข่าวไปดีลกัน ขอให้ประชาชนอย่าไปเลือก แต่ให้หันมาเลือกพรรคที่ไม่มีดีล และขอให้เลือกแบบ “แลนด์สไลด์” พรรคเดียวไปเลย เพื่อให้รัฐบาลมีเอกภาพ ไม่ต้องมานั่งแบ่งขั้วแบ่งเค้กกันอีก

    “หากพรรคเศรษฐกิจได้คะแนนแบบแลนด์สไลด์ เราจะเร่งปฏิบัติตามนโยบายทันที แต่หากคะแนนไม่ถึงก็ต้องมาว่ากันอีกที เพราะการรีบจับขั้วตอนนี้ถือเป็นการดูถูกประชาชน”

    แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเศรษฐกิจ ระบุว่า โจทย์ใหญ่ที่สุดของผู้นำคนต่อไป คือการแก้ปัญหา “หนี้สิน” ที่กำลังกัดกินประเทศ ทั้งหนี้ประชาชนที่ถูกยึดบ้าน ยึดรถ ถูกฟ้องบัตรเครดิต หนี้ภาคธุรกิจที่ล้มหายตายจาก และหนี้สาธารณะที่รัฐบาลก่อไว้จนทะลุเพดาน รวมมูลค่าสูงถึง 55 ล้านล้านบาท

    “ถ้าพรรคไหนไม่มีนโยบายสร้างรายได้ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้? จะก่อหนี้เพิ่ม หรือจะเข้ามาล้างหนี้ ประชาชนต้องดูให้ดี หากยังปล่อยให้มีการคอร์รัปชัน ทุนสีเทา หรือแก๊งสแกมเมอร์ระบาด ประเทศเดินต่อไม่ได้แน่ นักลงทุนหนี นักท่องเที่ยวไม่มา สุดท้ายก็จะล่มจม” พล.อ.รังษี กล่าว

    พล.อ.รังษี ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงโลก โดยเฉพาะท่าทีของสหรัฐอเมริกาและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจ สถานการณ์รอบด้าน หากได้คนที่ไม่ประสีประสา แถมยังพัวพันกับคนโกงหรือสแกมเมอร์ การแก้ปัญหาวิกฤต 3 ด้าน (เศรษฐกิจ, คอร์รัปชัน, ความมั่นคง) จะไม่มีทางทำได้จริง โดยเฉพาะหากต้องมาจากการผสมของพรรคการเมือง 6-7 พรรค

    “ขอย้ำว่า ใครที่เอาเงินมาแจก อย่าไปเลือก เพราะมันตั้งใจมาโกงแน่ๆ ถ้าประชาชนรับเงินแล้วเลือกกันมั่วซั่วเหมือนที่ผ่านมา แล้วมานั่งบ่นหรือลงถนนขับไล่ทีหลัง มันไม่มีประโยชน์ เศรษฐกิจพังพินาศหมดแล้ว ถ้ายังเลือกแบบเดิม ทุกอย่างก็จะจมปลัก”

    สำหรับจุดยืนเรื่องรัฐธรรมนูญ พล.อ.รังษี ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ควรแก้รายมาตราที่เป็นปัญหา เช่น ที่มาของ ส.ว. และองค์กรอิสระ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ยังกล่าวถึงความพร้อมของพรรคว่า พรรคเศรษฐกิจส่งผู้สมัครเพียง 265 เขต จาก 400 เขต เพราะเน้นคัดกรองคนคุณภาพ หากใครมีปัญหา หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา พรรคตัดออกทันที เพราะพรรคเศรษฐกิจยืนยันเป็นพรรคที่ไม่เอาสีเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ และไม่จับมือกับพรรคการเมืองสีเทาเด็ดขาด

    “เย็นนี้ (1 ก.พ.) ผมจะมีไม้เด็ดในการปราศรัยใหญ่เพื่อปิดเกมที่จังหวัดสมุทรปราการ จะชี้แจงให้ชัดว่านโยบายของเราจะช่วยประชาชนได้อย่างไร ครั้งนี้ผมอาสามาแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงพร้อมรับฟังคำวิจารณ์ และไม่เกี่ยงว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” พล.อ.รังษี กล่าวทิ้งท้าย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/vote69/940474/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25XjGUZTPNoSdOiJdLl00i

  • เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    ×

    1. Politics
    2. เลือกตั้ง 2569 : ปราศรัยใหญ่ พรรคเศรษฐกิจ เปิดนโยบายแก้วิกฤตประเทศ พร้อมชวนนำเสื้อเก่ามาสลายสี พิมพ์ลาย พล.อ. รังษี ทับสีเดิม

    โดย THE STANDARD TEAM

    01.02.2026

    • LOADING…

    พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ

    วานนี้ (31 มกราคม) ที่ชุมชนอุทัยรัตน์ พรรคเศรษฐกิจ จัดกิจกรรมปราศรัยเชิงรุก บุกชุมชน นำโดย พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ, คริส โปตระนันท์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรคเศรษฐกิจ

    พล.อ. รังษี ปราศรัยเป็นคนแรก โดยระบุว่า ตนเองได้ทำงานอาสา เห็นความยากลำบากของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้พวกที่โกงกินประเทศชาติมาก พรรคเศรษฐกิจก่อตั้งขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์สอดคล้องกับวิกฤตของประเทศในขณะนี้ คือ วิกฤตเศรษฐกิจ, ฉ้อราษฎร์บังหลวง และวิกฤตความมั่นคงของชาติ

    พล.อ. รังษีได้เสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ ประกอบด้วย การผลักดันเมกะโปรเจกท์รถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อทั้งทางเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ พร้อมสร้างนิคมการเกษตร 2 ข้างทางรถไฟ รวมถึงโครงการโอเชียนลิงก์ เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งทางเรือ

    ในช่วงท้าย คริส โปตระนันท์ ได้นำกิจกรรม ‘สลายสีเสื้อ’ โดยระบุว่า ปัจจุบันนี้การสร้างสีเสื้อขึ้นมาใหม่ไม่เหมาะสม พรรคเศรษฐกิจจะไม่สร้างสีเสื้อ และไม่พูดถึงสีเสื้อแล้ว โดยได้ส่งบล็อกสกรีนลายเสื้อไปยังตัวแทนพรรคเศรษฐกิจตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ประชาชนนำเสื้อเก่า ไม่ว่าจะเคยสวมเสื้อสีอะไร ชอบสีอะไร สามารถมารับบริการสกรีนลายเสื้อของพรรคเศรษฐกิจได้

    คริสย้ำว่า เวลานี้มีวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงต่อการเสียอธิปไตย วันนี้ถึงเวลาต้องมีผู้นำที่ไม่แบ่งสีเสื้อ ไม่แบ่งภูมิภาค โดยผู้สมัคร สส. ของพรรคเศรษฐกิจที่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น นำเสื้อของพรรคหลายสี รวมถึงคริสได้นำเสื้อสีส้มเมื่อสมัยเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่มาสกรีนลายใบหน้า พล.อ. รังษี และสัญลักษณ์ของพรรคเศรษฐกิจลงไปด้วย

    พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 1พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 2พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 3พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 4พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 5พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 6พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 7พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 8พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 9พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 10พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 11พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 12พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 13พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 14พล.อ. รังษี กิตติญาณทรัพย์ และ คริส โปตระนันท์ ในกิจกรรมปราศรัยใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ พร้อมประชาชนที่นำเสื้อเก่ามาร่วมสกรีนลายสลายสีเสื้อ 15
     


    เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
    https://thestandard.co/election2569/

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD TEAM

    กองบรรณาธิการ THE STANDARD

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/setthakit-rally-policy-rangsee/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sBFKCfA1PpNJhQpMjHOQk