Blog

  • สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สพพ. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคาร150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/993769&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LzmcBWcaojzbh0AVLA5ew

  • กุมภาพันธ์ 1, 2026

    กุมภาพันธ์ 1, 2026

    © 2017-2026 Online Newstime. All Rights Reserved

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/2026/02/01/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bwANPi1T_1CQ5mSG6jHUZ

  • เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    หากเดินหน้า “เฟส 2” เศรษฐกิจไทยจะได้อะไร ? 

    หากรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเกิดมาหลัง 8 กุมภาพันธ์ เลือกตั้ง 2569 ตัดสินใจกดปุ่มคิกออฟ เดินหน้าโครงการต่อเนื่องในเฟส 2 การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถมองได้ 2 มิติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

    มิติจุลภาค (Micro Impact): “ชีพจรลงเท้า เศรษฐกิจฐานรากคึกคัก” 

    ในระยะสั้น เฟส 2 จะทำหน้าที่เป็น “เครื่องปั๊มหัวใจ” ให้กับร้านค้ารายย่อยและหาบเร่แผงลอยได้อีกครั้ง 

    สภาพคล่องทันที : เม็ดเงินจะหมุนเวียนในตลาดสดและร้านโชห่วยอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ ลืมตาอ้าปากได้

    ลดภาระครัวเรือน: สำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และวัยทำงาน การลดค่าใช้จ่ายรายวันลงครึ่งหนึ่งคือความช่วยเหลือที่ “จับต้องได้” ที่สุดในยามนี้ และนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ใครหลายคนรอคอยอยู่ 

    มิติมหภาค (Macro Impact):  พยุงสถานการณ์ไว้ ไม่ให้ดิ่งเหว 

    ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เฟส 2 อาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะเสกให้ GDP โตแบบก้าวกระโดด แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆอยู่แล้ว 

    ขณะที่ ในมุมของ GDP อาจจะมีขยับ: โดยคาดการณ์ว่าจะกระตุ้น GDP ได้ไม่  0.4% เนื่องจากปัญหากับดัก “Substitution Effect” หรือการที่ประชาชนนำเงินรัฐมาซื้อของจำเป็นที่ต้องซื้ออยู่แล้ว  ไม่ได้ก่อให้เกิดการลงทุนใหม่ หรือการผลิตสินค้ามูลค่าสูง

    วินัยการคลัง: การใช้งบประมาณระดับ 6 หมื่นล้านบาท แลกกับการเติบโตเพียงเล็กน้อย อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่า และภาระหนี้สาธารณะในระยะยาว

    “คนละครึ่ง พลัส”  คือนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อ “ประคองสถานการณ์”  ให้เศรษฐกิจฐานรากไม่ทรุดตัวลงไปมากกว่านี้ เป็นมาตรการบรรเทาปวดที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว และถูกใจมหาชน แต่หากหวังผลในการรักษาโรคเรื้อรังทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจำเป็นต้องมีนโยบายปรับโครงสร้างระยะยาวควบคู่ไปด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อเงินหมดกระเป๋า “เป๋าตัง” เศรษฐกิจไทยอาจกลับมาซึมเซาดังเดิม

    เจาะผลงานคนละครึ่งพลัส ก่อนสานต่อเฟส 2 หากกลับมาเป็นรัฐบาล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/infographic/861801&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JABhu7CGPz1NC9e3rB_rG

  • “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก

    • เผยแพร่ : 01/02/2026 17:05

    วันที่ 1 ก.พ. 2569 “คนไทยต้องคิดใหญ่ กล้าคิด กล้าทำ” นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียง อ.เมือง จ.นราธิวาส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างคึกคักจากประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 6 นายสรกฤช จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 9 และทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำนโยบายพรรค โดยชูนโยบายพลิกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ “ดูไบสอง” ของอาเซียน ผลักดันเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกองทัพอวกาศ สร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศ พร้อมสร้างเสียงฮือฮาด้วยนโยบาย “นักรบอวกาศ” การส่งพี่น้องมุสลิมขึ้นสู่อวกาศ และแนวคิดด้านสิทธิเสรีภาพทางครอบครัวแบบสมัครใจและเท่าเทียม


    นายมงคลกิตติ์ หรือ “พี่เต้” กล่าวท่ามกลางประชาชนว่า จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา สามารถพัฒนาให้ทัดเทียมสิงคโปร์หรือดูไบได้ หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ทั้งสนามบิน แนวชายฝั่ง อาคารสูงกว่า 100 ชั้น เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรมอิสลาม ด้านวัฒนธรรม การแต่งกาย และวิถีชีวิต โดยหัวใจของนโยบายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงิน 36,000 บาทต่อครัวเรือน ครอบคลุมกว่า 25 ล้านครัวเรือน ใช้งบประมาณราว 900,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังซื้อในระบบ สนับสนุนผู้จบการศึกษาให้รวมกลุ่มทำธุรกิจ SME ด้วยสินเชื่อ 500,000 – 3,000,000 บาท รวมถึงนโยบายประกันรายได้ผู้ว่างงาน 5,000 บาทต่อเดือน ควบคู่การสร้างงานใหม่อย่างยั่งยืน

    S__124387348_0

    11SOCAIL 16-9 copy

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น

    “อนุทิน” ฟังแล้วคลิปเสียงคล้าย “ศักดิ์ดา” คุยตั้งรัฐบาล ชี้เนื้อหาย้อนแย้งไม่รู้จริงหรือปลอม เจ้าตัวลุยฟ้องผิด ” ทนายอั๋น” หมิ่นใส่ร้ายยันไม่ใช่เสียงตน

    ลาดยาวคึกคัก! ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า สส.นครสวรรค์ เขต 6 ไร้ปัญหา ระบบจัดการราบรื่น

    คนแพร่แห่ใช้สิทธิ์! เลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขตคึกคัก รองผู้ว่าฯ ลุยตรวจหน่วยสนามกีฬา อบจ. ราบรื่นไร้ปัญหา

    เพชรบูรณ์ตื่นตัว! เลือกตั้งล่วงหน้าเขต 1 คนใช้สิทธิ์นับพัน ไร้ปัญหา ระบบบริหารจัดการดีเยี่ยม

    สลดเช้ามืด! ไฟไหม้ตึกผู้ป่วยพิเศษ รพ.แม่สะเรียง คลอกคนไข้ดับ 1 ราย คาเตียงชั้น 5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474146&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39p5q04E9rDs_AKh9u8tDk

  • “สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที | TOPNEWS

    “สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 01/02/2026 18:23

    “สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที

    “สุดารัตน์” นำทีม “ไทยสร้างไทย” ปล่อยคาราวาน เคลื่อนทัพบำนาญ 3,000 บาท วิ่งทั่วกรุง ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย พลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทุกชุมชนทั่วประเทศทันที

    1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ตลาดบางกะปิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ปล่อยคาราวานบำนาญ 3,000 บาท เดินหน้าลุยขอคะแนนร่วมกับทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำนโยบายหลักและหมายเลข 48 ของพรรคไทยสร้างไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยบรรยากาศการเปิดตัวขบวนคาราวานเป็นไปอย่างคึกคัก

    มีประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบาย ซึ่งเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ต่างยอมรับและพร้อมสนับสนุนนโยบายนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้มีความมั่นคงและมีเกียรติมากขึ้น ขบวนรถคาราวานจะกระจายตัวออกไปตามแหล่งชุมชนเพื่อสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมชูจุดเด่นการสร้างนโยบายที่มั่นคงจับต้องได้จริงเพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

    สำหรับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาทนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ได้ย้ำถึงหลัการสำคัญ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับสิทธิเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพพื้นฐาน ลดภาระพึ่งพิงลูกหลานและแก้ไขปัญหาความยากจนในวัยเกษียณ นโยบายนี้ไม่ได้เพียงแค่การแจกเงินแต่มีเงื่อนไขให้ผู้รับการสนับสนุนต้องเข้าโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถกลับมาช่วยขับเคลื่อนสังคมได้อีกครั้ง ถือเป็นกลไกการสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมาอย่างยาวนาน

    ทั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่านโยบายบำนาญ 3,000 บาทจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งจากระดับฐานราก เนื่องจากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่มือผู้สูงอายุทั่วประเทศจะก่อให้เกิดกำลังซื้อทันทีในทุกชุมชนและทุกพื้นที่เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องมากกว่าการแจกเงินที่หวังเพียงคะแนนนิยมระยะสั้น เงินทุกบาทจะถูกนำไปใช้จ่ายในร้านค้าและตลาดใกล้บ้าน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นการผลิตในภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยซบเซากลับมาคึกคักและฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

    S__124387348_0

    11SOCAIL 16-9 copy

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น

    “อนุทิน” ฟังแล้วคลิปเสียงคล้าย “ศักดิ์ดา” คุยตั้งรัฐบาล ชี้เนื้อหาย้อนแย้งไม่รู้จริงหรือปลอม เจ้าตัวลุยฟ้องผิด ” ทนายอั๋น” หมิ่นใส่ร้ายยันไม่ใช่เสียงตน

    ลาดยาวคึกคัก! ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า สส.นครสวรรค์ เขต 6 ไร้ปัญหา ระบบจัดการราบรื่น

    คนแพร่แห่ใช้สิทธิ์! เลือกตั้งล่วงหน้าทั้ง 3 เขตคึกคัก รองผู้ว่าฯ ลุยตรวจหน่วยสนามกีฬา อบจ. ราบรื่นไร้ปัญหา

    เพชรบูรณ์ตื่นตัว! เลือกตั้งล่วงหน้าเขต 1 คนใช้สิทธิ์นับพัน ไร้ปัญหา ระบบบริหารจัดการดีเยี่ยม

    สลดเช้ามืด! ไฟไหม้ตึกผู้ป่วยพิเศษ รพ.แม่สะเรียง คลอกคนไข้ดับ 1 ราย คาเตียงชั้น 5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474213&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VaouAQCEzT6eHoJmlj5RW

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/650423&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mmWLnIl189SOzB5PlekHq

  • ทรัมป์ขู่เก็บภาษีประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา เพิ่มแรงกดดันเกาะคอมมิวนิสต์

    ทรัมป์ขู่เก็บภาษีประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา เพิ่มแรงกดดันเกาะคอมมิวนิสต์

    ประธานาธิบดีสหรัฐอมेริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหารเมื่อวันพฤหัสบดี ขู่เก็บภาษีเพิ่มเติมกับประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อเกาะที่ปกครองโดยระบบคอมมิวนิสต์

    คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ระบุมูลค่าของภาษีหรือประเทศเป้าหมายที่ชัดเจน แต่มอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้กำหนดรายละเอียด คิวบาซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมาตั้งแต่ปี 1962 เคยได้รับน้ำมันส่วนใหญ่จากเวเนซุเอลา

    การตัดขาดเส้นทางน้ำมันจากเวเนซุเอลา

    อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เคลื่อนไหวปิดกั้นการไหลของน้ำมัน หลังจากขับไล่นิโคลาส มาดูโร พันธมิตรสำคัญของฮาวานาออกจากอำนาจ และเข้าควบคุมการส่งออกน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างมีประสิทธิภาพ

    ภายหลังปฏิบัติการในเวเนซุเอลา ทรัมป์ได้ปฏิญาณว่าจะตัดขาดน้ำมันและเงินทุนที่ไหลเข้าสู่คิวบาอย่างสมบูรณ์ “ผมขอแนะนำอย่างยิ่งให้พวกเขาทำข้อตกลง ก่อนที่จะสายเกินไป” เขาขู่ผ่านโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์

    ปฏิกิริยาจากรัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา

    บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีต่างประเทศของฮาวานา ประณามการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันพฤหัสบดี โดยเรียกมันว่า “การกระทำรุกรานอย่างโหดร้ายต่อคิวบาและประชาชน ซึ่งถูกกดขี่ด้วยการปิดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยาวนานและโหดร้ายที่สุดเป็นเวลากว่า 65 ปี”

    คำสั่งที่ลงนามเมื่อวันพฤหัสบดีขู่เก็บภาษีเพิ่มเติมต่อ “ประเทศใดก็ตามที่ขายหรือจัดหาน้ำมันให้คิวบาทั้งทางตรงหรือทางอ้อม” คำสั่งอ้างอิงพระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) และเรียกรัฐบาลคิวบาว่าเป็น “ภัยคุกคามพิเศษ” ต่อความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ

    วิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายของคิวบา

    แรงกดดันเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่เกาะคอมมิวนิสต์กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีไฟฟ้าดับเป็นประจำนานถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน และการขาดแคลนอาหารและยาที่ทำให้ชาวคิวบาอพยพออกจากประเทศเป็นจำนวนมาก

    บทบาทของเม็กซิโก

    เม็กซิโกซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นผู้จัดหาน้ำมันสำคัญให้คิวบา แม้ว่ารายงานสื่อจะชี้ว่าการไหลของน้ำมันอาจกำลังชะลอตัวภายใต้แรงกดดันจากทรัมป์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลาอุเดีย ไชน์บาวม์ กล่าวในงานแถลงข่าวต้นสัปดาห์นี้ว่าไม่ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานดังกล่าว แต่ระบุว่าเม็กซิโกจะ “ยังคงแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” กับคิวบา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/trump-threatens-tariffs-countries-selling-oil-cuba&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B6lHXETeT0h4fDxOJd3b6

  • คุรุสภา ชวนศึกษาข้อบังคับใหม่ มาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ.2568

    คุรุสภา ชวนศึกษาข้อบังคับใหม่ มาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ.2568

    วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.05 น.

    ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว  คุรุสภาชวนศึกษารายละเอียดข้อบังคับใหม่ ยกระดับการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

    1 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภาได้ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 และมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการจัดทำข้อบังคับดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยและบริบทการจัดการศึกษาพิเศษที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการยกระดับคุณภาพและกำหนดแนวทางสำหรับครูที่สอนนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษโดยเฉพาะ อีกทั้งเป็นการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพให้ชัดเจนสำหรับครูการศึกษาพิเศษที่ครอบคลุมมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน เพื่อให้ครูการศึกษาพิเศษมีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้และดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้ดีและมีคุณภาพยิ่งขึ้น

    ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาระสำคัญของข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 ประกอบด้วยการกำหนดคุณวุฒิผู้ประกอบวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ ต้องมีคุณวุฒิปริญญาทางการศึกษาพิเศษ หรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรอง หรือมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและผ่านการอบรมที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพรับรอง และในส่วนของมาตรฐานความรู้ จะต้องมีความรอบรู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกและสังคม แนวคิดของการจัดการศึกษาพิเศษและแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตวิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศึกษา จิตวิทยาการให้คำปรึกษา และจิตวิทยาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยคำนึงถึงสุขภาวะทางกายและจิตของผู้เรียนแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ  หลักสูตรการจัดการศึกษาพิเศษ ศาสตร์การสอน การพัฒนาและการฟื้นฟูสมรรถภาพ  การสอนซ่อมเสริม  เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ มีการวัดประเมินผลการเรียนรู้และการวิจัยเพื่อแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งมีการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพิเศษ   ในส่วนมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพนั้นต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

    ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวอีกว่า มาตรฐานการปฏิบัติงานมี 3 ส่วนสำคัญ คือการปฏิบัติหน้าที่ครู การจัดประสบการณ์เรียนรู้ และความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ครอบครัวของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและผู้เรียนอื่น ชุมชน ฝ่ายต่าง ๆ ในสถานศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทีมสหวิชาชีพ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ครูการศึกษาพิเศษนั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้เอาใจใส่ สร้างแรงบันดาลใจและยอมรับความหลากหลายของผู้เรียนและมุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนทุกคนอย่างเสมอภาค ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเองและประพฤติปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นแบบอย่างที่ดี และการจัดประสบการณ์เรียนรู้ จะต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาส่งเสริมหลักสูตรสถานศึกษา ออกแบบและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ มีการจัดกิจกรรม ติดตาม กำกับ ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน และบูรณาการความรู้และศาสตร์การสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน และส่วนสุดท้ายในด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ครอบครัวของผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง เช่น การส่งเสริมความร่วมมือ สร้างเครือข่ายกับผู้ปกครอง เข้าถึงบริบทของชุมชน ส่งเสริมให้ชุมชนเข้าใจในผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ส่งเสริม อนุรักษณ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น

    “อีกส่วนที่สำคัญคือด้านมาตรฐานการปฏิบัติตน โดยครูการศึกษาพิเศษทุกคนต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ในการมีจรรยาบรรณต่อตนเอง วิชาชีพ ผู้รับบริการ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และสังคม ซึ่งจะต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณและแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2568 ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาวิชาชีพครูโดยคุรุสภา ที่กำหนดขึ้นเพื่อยกระดับการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและส่งเสริมให้ครูการศึกษาพิเศษมีสมรรถนะที่เหมาะสมกับการจัดการเรียนรู้ และดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนสถาบันการศึกษา ครูการศึกษาพิเศษ และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ศึกษารายละเอียดของข้อบังคับใหม่ฉบับนี้ เพื่อจะได้มีความเข้าใจและสามารถนำไปปรับปรุงหลักสูตรที่ใช้จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกัน โดยสามารถเข้าศึกษาข้อมูลที่เว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักมาตรฐานวิชาชีพ โทร. 0-2280-0048” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/944412&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30JtcHLvVBLek6S2oagbm-

  • สาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะไมเกรนคืออะไรกันแน่ ? – BBC News ไทย

    สาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะไมเกรนคืออะไรกันแน่ ? – BBC News ไทย

    สาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะไมเกรนคืออะไรกันแน่ ?

    .

    ที่มาของภาพ, Serenity Strull/ BBC

      • Author, โซเฟีย กวาเกลีย
      • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์

    ราว ๆ ทุกสองสัปดาห์ ศีรษะซีกซ้ายของฉันจะเกิดความรู้สึกเหมือนมีช่องว่างมหาศาลระหว่างสมองกับกะโหลก เมื่อฉันเอียงหัว ช่องว่างนั้นจะถูกเติมเต็มด้วยอาการปวดตุบ ๆ ที่ไหลบ่าเข้ามาเหมือนของเหลว ความเจ็บปวดนั้นแผ่ซ่านเข้าไปถึงด้านหลังของลูกตา แล้วหยุดนิ่งเพื่อคอยทิ่มแทงบริเวณนั้นเหมือนกับมีมีดสั้นปักเสียบอยู่ มันเจ็บร้าวลงไปถึงขากรรไกรเลยทีเดียว

    ในบางครั้งความเจ็บปวดที่ว่านี้ จะหลบไปแผดเผาอย่างแสบร้อนในฉากหลัง และส่งเสียงร้องอยู่เพียงแค่ในจิตใต้สำนึกเท่านั้น หากฉันหยีตาหรือชำเลืองมองไปด้านข้าง แต่ในบางครั้งมันก็เต้นตุบ ๆ และกระแทกกระทั้นรุนแรง เหมือนกับมีคนกำลังเคาะหรือทุบประตูเพื่อที่จะออกมาให้ได้อย่างไรอย่างนั้น

    ยิ่งฉันปล่อยให้อาการดังกล่าวคงอยู่โดยไม่รีบกินยานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะบรรเทาอาการ และยิ่งต้องใช้เวลานานมากขึ้นกว่าจะหาย ยิ่งไปกว่านั้น ความทรมานแบบเดิมจะวนกลับมาปรากฏขึ้นซ้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แทบจะในทันทีที่ฤทธิ์ของยาแก้ปวดหมดลง เพราะมันคืออาการปวดศีรษะไมเกรนนั่นเอง

    ผู้คนทั่วโลกกว่า 1.2 ล้านคน มีประสบการณ์คล้ายคลึงกับที่ฉันเผชิญอยู่ อาการปวดศีรษะไมเกรนยังถือเป็นความเจ็บป่วยของระบบประสาท ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับสองของโลก แต่ถึงกระนั้น ความรู้ความเข้าใจทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคนี้ยังคงมีจำกัด แม้จะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็ตาม

    คำถามเรื่องไมเกรนส่วนใหญ่ยังคงเป็นปริศนาที่ไร้คำตอบ ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่า แท้จริงแล้วไมเกรนคืออะไรกันแน่, สาเหตุที่เป็นต้นตอของมันคืออะไร, และแพทย์จะใช้วิธีบำบัดรักษาอย่างไรได้บ้าง เพื่อขจัดมันออกไปจากชีวิตของคนไข้

    “ผมบอกเลยว่า ไมเกรนเป็นหนึ่งในโรคของระบบประสาท ที่เรามีความรู้ความเข้าใจน้อยที่สุด หรืออาจจะเป็นโรคที่ลึกลับเป็นปริศนา ยิ่งกว่าความเจ็บป่วยใด ๆ ทั้งหมดเลยก็ว่าได้” ดร.เกรกอรี ดุสซอร์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์สมองและพฤติกรรม ประจำมหาวิทยาลัยเทกซัสวิทยาเขตดัลลัส (UT Dallas) ของสหรัฐฯ กล่าว

    ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เริ่มจะเข้าใจถึงสาเหตุของไมเกรน และเพิ่งจะได้เห็นกระบวนการเกิดไมเกรนแบบเรียลไทม์ ผ่านการส่งสัญญาณไฟฟ้าในสมองของคนไข้เมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งไปกว่านั้น การศึกษายีนหรือหน่วยพันธุกรรม, โครงสร้างเส้นเลือด, และส่วนผสมทางเคมีของสารพัดโมเลกุลที่ไหลเวียนอยู่ในสมองของผู้ป่วย นักวิจัยได้เริ่มขยับเข้าใกล้กุญแจที่ไขคำตอบว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนและจะรักษาได้อย่างไร รวมทั้งเหตุใดมันจึงไม่ใช่แค่อาการปวดศีรษะที่แสนทรมาน แต่เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรังทั่วร่างกาย

    เหตุใดการศึกษาเจาะลึกเรื่องไมเกรนทำได้ยาก

    ทุกวันนี้ผู้เชี่ยวชาญเลิกใช้คำว่า “อาการปวดศีรษะไมเกรน” กันไปแล้ว แต่หันมาสนับสนุนให้ทุกคนเรียกมันว่า “ภาวะไมเกรน” หรือ “โรคไมเกรน” (migrane disorder) แทน เพื่อสะท้อนถึงความเป็นจริงที่ว่า ภาวะไมเกรนกำเริบเกิดขึ้นจากโรคหรือความผิดปกติอื่นที่แฝงอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะแสดงออกเป็นอาการได้หลากหลายแบบ รวมทั้งอาการปวดศีรษะด้วย และหากผู้ป่วยมีภาวะไมเกรนกำเริบ 15 ครั้งขึ้นไปต่อเดือน จะถือว่าป่วยเป็นโรคไมเกรนแบบเรื้อรัง

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. จะถูกส่งไปยังที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อคัดแยกแล้วส่งไปยังเขตเลือกตั้งตามภูมิลำเนาแท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนพร้อมกับวันจริง 8 ก.พ. ต่อไป

    • .

    • .

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “ผู้คนพากันคิดว่ามันเหมือนกับโรคฮิสทีเรีย” แพทย์หญิงเทชาเม มอนทีธ หัวหน้าแผนกกลุ่มอาการปวดศีรษะ ประจำเครือข่ายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไมอามีกล่าว เธอบอกว่าแม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีมหาวิทยาลัยน้อยแห่ง ที่จะมีศูนย์วิจัยโรคไมเกรนเป็นของตนเองโดยตรง และงบประมาณที่ลงทุนเพื่อการวิจัยในด้านนี้ก็น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคของระบบประสาทและสมองชนิดอื่น ๆ

    พญ.มอนทีธยังบอกว่า ไมเกรนเป็นภาระหนักต่อสุขภาพกายและจิตของผู้ป่วย รวมทั้งเป็นภาระทางเศรษฐกิจต่อคนผู้นั้นและส่วนรวมด้วย เพราะพบได้มากในวัยหนุ่มสาวและผู้ใหญ่วัยทำงาน ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-50 ปี ทำให้คนเหล่านี้มีแนวโน้มจะต้องลางานบ่อย ต้องสูญเสียตำแหน่งงาน หรือเกษียณอายุเร็วกว่าคนทั่วไป สถิติของสหราชอาณาจักรระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้มีภาวะไมเกรนอายุ 44 ปีคนหนึ่ง ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นกว่าปกติถึง 19,823 ปอนด์ หรือราว 856,527 บาทต่อปี ซึ่งหมายความว่าโรคนี้ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 12,000 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม อุปสรรคท้าทายของการศึกษาวิจัยโรคไมเกรน อยู่ที่อาการของโรคซึ่งแตกต่างหลากหลายกันออกไปอย่างมาก สำหรับตัวฉันเองซึ่งเป็นสตรีวัยเจริญพันธุ์ มักจะเกิดอาการไมเกรนกำเริบทุกครั้งที่มีประจำเดือน โดยมักจะปวดศีรษะซีกซ้ายและปวดรุนแรงขึ้นหากขยับเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วนอาการที่เกิดนำมาก่อนการปวดศีรษะ ได้แก่การรับรู้กลิ่นได้ว่องไวผิดปกติ รวมทั้งไหล่และแขนซ้ายก็แข็งทื่อเหมือนถูกแช่แข็งด้วย

    ดร.ดุสซอร์บอกว่า “ภาวะไมเกรนกำเริบนั้นเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาก มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวด แต่อาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งหมดนั้น มีมาชัดเจนก่อนจะเริ่มปวดศีรษะด้วยซ้ำ”

    ส่วนปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ไมเกรนกำเริบนั้น ก็มีอยู่มากมายและหลากหลายเช่นกัน สำหรับตัวฉันแล้วการอดนอนและอดอาหารทำให้ปวดศีรษะไมเกรนได้ แต่ผู้ร่วมชะตากรรมอีกหลายคนกลับบอกว่า อาหารบางชนิดอย่างช็อกโกแลต, ชีสที่ผ่านการบ่มมานาน, กาแฟ, หรือไวน์ขาว สามารถจะทำให้พวกเขาไมเกรนกำเริบได้ ความเครียดยังเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับการผ่อนคลายความเครียด ซึ่งกระตุ้นให้คนจำนวนไม่น้อยไมเกรนกำเริบในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

    ตัวกระตุ้นหรือตัวอาการกันแน่ ?

    แม้อาการและตัวกระตุ้นของโรคไมเกรนที่แตกต่างหลากหลาย ได้สร้างความพิศวงสงสัยให้กับแพทย์และบรรดานักวิจัยมานานปี แต่เมื่อไม่นานมานี้ผลการศึกษาหลายชิ้นได้ชี้ว่า สิ่งที่เคยคิดกันว่าเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนในอดีต อันที่จริงอาจเป็นอาการระยะต้นของโรคที่เกิดขึ้นแล้วต่างหาก

    “ตัวอย่างเช่นผู้ป่วยที่บอกว่าอาหารบางชนิดเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ไมเกรนกำเริบ แท้จริงแล้วพวกเขากำลังรู้สึกอยากอาหารชนิดนั้นอยู่โดยไม่รู้ตัว และหามันมากินในตอนที่ไมเกรนกำเริบในระยะต้นไปแล้ว ทำให้คนเหล่านี้เชื่อมโยงอาหารบางชนิด เช่นช็อกโกแลตหรือชีสเข้ากับโรคไมเกรนด้วยความเข้าใจผิด” ศาสตราจารย์เด็บบี เฮย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาและพิษวิทยา จากมหาวิทยาลัยโอทาโกของนิวซีแลนด์กล่าว

    .

    ที่มาของภาพ, Serenity Strull/ BBC

    คำบรรยายภาพ, บางสิ่งที่เคยคิดกันว่าเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนในอดีต อันที่จริงอาจเป็นอาการของไมเกรนที่เกิดขึ้นแล้วต่างหาก

    ตัวฉันเองสงสัยมาตลอดว่า กลิ่นน้ำหอมฉุนอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ฉันไมเกรนกำเริบ แต่อันที่จริงฉันก็ฉีดน้ำหอมทุกวัน และจะได้กลิ่นฉุนรุนแรงเตะจมูกเป็นพิเศษเฉพาะวันที่ไมเกรนกำเริบเท่านั้น หากวันไหนสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติดี จมูกก็จะไม่ได้รับกลิ่นน้ำหอมชัดเจน จนต้องเพ่งเล็งให้ความสนใจมากนัก

    ศาสตราจารย์ปีเตอร์ โกดส์บี ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จากราชวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน (KCL) แสดงความเห็นต่อประสบการณ์ของฉันว่า “นั่นถือเป็นกรณีตัวอย่างที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งทำให้ผู้คนกล่าวโทษสาเหตุที่กระตุ้นไมเกรนกันอย่างผิด ๆ เพราะอันที่จริงแล้ว อาการนำระยะต้นของภาวะไมเกรนกำเริบ ทำให้คุณไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ และได้กลิ่นที่ไม่เคยสังเกตพบในชีวิตประจำวันมาก่อน”

    ศ.โกดส์บีได้วิเคราะห์ภาพสแกนสมองของผู้ป่วยโรคไมเกรน ที่รู้สึกว่าแสงสว่างเป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบ แล้วนำไปเปรียบเทียบกับภาพสแกนสมองของผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุว่าแสงเป็นตัวกระตุ้นความเจ็บปวด เขาพบว่ามีเพียงผู้ป่วยกลุ่มแรกเท่านั้น ที่สมองส่วนการมองเห็นเคลื่อนไหวทำงานมากผิดปกติ ในช่วงก่อนที่ไมเกรนจะกำเริบ ซึ่งแสดงว่าคนกลุ่มนี้มีกลไกทางชีววิทยาที่แฝงอยู่บางอย่าง ที่ทำให้ไวต่อแสงยิ่งกว่าผู้ป่วยคนอื่น ๆ ในตอนนั้น

    ทว่าภารกิจของนักวิทยาศาสตร์ในการค้นหากลไกทางชีววิทยาดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของไมเกรน ช่างเป็นเรื่องที่ยากยิ่งและใช้เวลายาวนานมาหลายทศวรรษแล้ว

    สาเหตุทางพันธุกรรมของไมเกรน

    ดร.เดล ไนฮอลต์ นักพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจัยรองอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดโรคไมเกรนนอกเหนือจากพันธุกรรม ได้แก่ปัจจัยภายนอกอย่างเช่นประวัติความเป็นมาของคนผู้นั้น, สภาพแวดล้อม, และพฤติกรรมการดำรงชีวิต

    ที่ผ่านมาดร.ไนฮอลต์และคณะ ได้พยายามศึกษาวิเคราะห์เพื่อค้นหายีนที่ทำให้เกิดภาวะไมเกรน ทว่าภารกิจดังกล่าว “มีความซับซ้อนยิ่งกว่าที่เราเคยคาดหวังไว้ในอุดมคติ”

    ผลวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2022 หลังวิเคราะห์ยีนของผู้ป่วยไมเกรน 100,000 คน โดยเปรียบเทียบกับคนสุขภาพดีที่ไม่เป็นไมเกรน 770,000 คน พบว่ามีการแปรผันทางพันธุกรรมช่วงสั้น ๆ ในสายดีเอ็นเอถึง 123 แบบ ที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคไมเกรนได้ ปัจจุบันทีมวิจัยของดร.ไนฮอลต์ ยังได้ทำการทดลองกับผู้ป่วยไมเกรนอีก 300,000 คน เพื่อค้นหาจุดที่เกิดการแปรผันทางพันธุกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งเขาคาดว่า “น่าจะมีอีกหลายพันจุดเลยทีเดียว”

    ผลวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า ตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรมบางตัวที่เกี่ยวข้องกับไมเกรน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด กับการเกิดโรคซึมเศร้าและโรคเบาหวาน รวมทั้งการกำหนดขนาดของโครงสร้างสมองส่วนต่าง ๆ ทำให้ดร.ไนฮอลต์ตั้งสมมติฐานว่า การรวมตัวของยีนกลุ่มเดียวกันนี้ อาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการต่าง ๆ ได้ตามลักษณะที่มันมีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อสมอง (อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยยังคงไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า ยีนตัวใดบ้างที่มีบทบาทเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การค้นพบวิธีรักษาไมเกรนได้)

    เส้นเลือดหรือสมองสำคัญกว่า

    “มันไม่อาจจะอธิบายได้อย่างง่าย ๆ ว่า เส้นเลือดทำให้เกิดสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้ขึ้น คุณสามารถให้ยาขยายหลอดเลือดแก่มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ได้ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะมีอาการไมเกรนกำเริบเสมอไป” ดร.ดุสซอร์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม การด่วนสรุปว่าเส้นเลือดไม่เกี่ยวข้องกับโรคไมเกรนเลยอย่างสิ้นเชิง ก็ถือว่าไม่ถูกต้องนัก เพราะการแปรผันทางพันธุกรรมในยีนที่ดร.ไนฮอลต์ พบว่าเสี่ยงต่อโรคไมเกรนนั้น หลายตัวมีส่วนช่วยควบคุมการขยายตัวของหลอดเลือดด้วย และเส้นเลือดของผู้ป่วยที่กำลังมีอาการไมเกรนกำเริบ ล้วนขยายตัวอย่างผิดปกติกันทั้งสิ้น โดยจะหดตัวกลับคืนสภาพเดิมได้ ก็ต่อเมื่อได้รับยาบรรเทาปวดไมเกรนเท่านั้น

    ด้วยเหตุผลดังข้างต้น เส้นเลือดจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับไมเกรนอย่างแน่นอน เพียงแต่อาจไม่ใช่สาเหตุที่เป็นต้นตอของโรค ดร.ดุสซอร์บอกว่า การที่เส้นเลือดขยายตัวขึ้นอาจมาจากปัจจัยอื่นที่ซ่อนเร้นอยู่ เช่นผนังหลอดเลือดปลดปล่อยโมเลกุลที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดออกมาอย่างฉับพลัน หรือมีการส่งสัญญาณบางอย่างจากเส้นเลือดไปยังสมอง ทั้งยังเป็นไปได้ว่า การที่หลอดเลือดขยายตัวคืออาการของไมเกรนที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

    ศ.โกดส์บีบอกว่า “ไมเกรนนั้นตั้งอยู่ระหว่างเขตแดนของสองสิ่งที่เราเรียกกันว่า ประสาทวิทยากับจิตวิทยา” เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในแนวทางของเขาต่างพบว่า ไมเกรนมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับโรคลมชัก, ลมบ้าหมู, และโรคหลอดเลือดสมอง “อุปสรรคท้าทายในการค้นหาสาเหตุของไมเกรนนั้นอยู่ที่ว่า เราจะต้องไล่เรียงแยกแยะทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางทั้งหมด เพื่อระบุจุดเล็ก ๆ ที่เป็นสาเหตุของมันให้ได้” ต้นตอของโรคที่ว่านี้ อาจเป็นโครงสร้างของสมองในระดับเซลล์ หรือกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านเซลล์ประสาทสมองก็เป็นได้

    .

    ที่มาของภาพ, Serenity Strull/ Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของไมเกรนให้ลึกซึ้งขึ้น จะนำไปสู่การค้นพบวิธีบำบัดรักษาที่ดีกว่าในสักวันหนึ่ง

    คลื่นสมองที่อาจเป็นปัญหา

    หนึ่งในทฤษฎีที่เหล่านักวิจัยเชื่อถือกันมากที่สุด คือแนวคิดที่ว่าไมเกรนจะกำเริบ ก็ต่อเมื่อคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติชนิดหนึ่ง แผ่ขยายออกไปอย่างช้า ๆ ทั่วเปลือกสมอง (cortex) ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Cortical Spreading Depression (CSD) คลื่นไฟฟ้านี้จะกดการทำงานและความเคลื่อนไหวของสมองให้ลดลง รวมทั้งไปกระตุ้นให้เส้นประสาทในบริเวณใกล้เคียงส่งสัญญาณความเจ็บปวด ซึ่งเท่ากับส่งสัญญาณเตือนภัยให้ร่างกายเกิดการอักเสบขึ้น

    ศาสตราจารย์ไมเคิล มอสโกวิตซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา จากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายถึงกลไกการทำงานของคลื่น CSD ว่า “มันจะไปกระตุ้นให้มีการขับสารเคมี ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลที่ไม่ดีทั้งหลายออกมาในสมอง”

    ทว่าสาเหตุที่ทำให้คลื่นไฟฟ้าชนิดนี้ก่อตัวขึ้น รวมทั้งทิศทางการแผ่ขยายตัวของมัน และกลไกที่นำไปสู่การเกิดอาการแบบต่าง ๆ ยังคงไม่อาจสรุปหรือหาคำตอบได้ชัดเจน โดยล่าสุดในเดือนมี.ค. ปี 2025 นักวิทยาศาสตร์ทีมหนึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคลื่น CSD ได้แบบเรียลไทม์โดยบังเอิญ ขณะกำลังจับตาดูคนไข้หญิงวัย 32 ปีผู้หนึ่ง ที่กำลังเตรียมเข้ารับการผ่าตัดสมอง

    นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับคลื่นดังกล่าวได้ ด้วยการเสียบขั้วไฟฟ้า 95 ชิ้น เข้าไปในกะโหลกศีรษะของเธอ ทำให้พบว่าคลื่น CSD เริ่มแผ่ขยายตัวจากเปลือกสมองส่วนที่ควบคุมการมองเห็น จึงทำให้เข้าใจได้ว่า เหตุใดผู้ป่วยโรคไมเกรนบางคนจึงไวต่อแสงหรือมองเห็นแสงสว่างเรืองรองที่แปลกตา หลังจากคลื่นนี้เกิดขึ้นในเปลือกสมองแล้ว มันใช้เวลาเดินทางอีก 80 นาที เพื่อแผ่ขยายตัวไปจนทั่วสมองทั้งก้อน

    ธรรมชาติและการแปรผันในรูปแบบต่าง ๆ ของคลื่น CSD ทำให้อธิบายได้ว่า เหตุใดผู้มีภาวะไมเกรนบางคนจึงเห็นแค่แสงสว่างแปลก ๆ ในขณะที่บางคนเห็นแสงสว่างแล้วจึงเกิดอาการปวดศีรษะตามมา บางคนก็กลับกันคือเกิดอาการปวดศีรษะก่อนแล้วจึงมองเห็นแสงสว่าง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนที่หลากหลายของคลื่น CSD นั่นเอง นอกจากนี้คลื่นไฟฟ้าในสมองชนิดดังกล่าว ยังสามารถอธิบายอาการทางประสาทอื่น ๆ ขณะที่ไมเกรนกำเริบได้อีกด้วย เช่นความรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง, หาวนอนบ่อยครั้ง, ภาวะสมองล้า (brain fog), และความอยากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ

    ผลวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่เน้นศึกษากรณีของคนไข้เพียงคนเดียว พบว่าสมองส่วนไฮโปทาลามัส (hypothalamus) ซึ่งมีขนาดเล็กและอยู่ลึกลงไปในเนื้อสมอง ถูกกระตุ้นอย่างประหลาดตลอดทั้งวัน ก่อนที่อาการของไมเกรนจะกำเริบ สมองส่วนนี้มีหน้าที่สร้างปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียด รวมทั้งควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ความเครียดและการอดนอนจะกระตุ้นไมเกรนได้ในคนไข้ส่วนใหญ่ แต่นักวิจัยบอกว่ายังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ก่อนจะสรุปได้ว่าไฮโปทาลามัสมีบทบาทต่อโรคไมเกรนอย่างไรกันแน่

    เยื่อหุ้มสมองนั้นเป็นเนื้อเยื่อภายนอกที่มีถึงสามชั้น มีลักษณะคล้ายวุ้นและหนาอย่างยิ่ง โดยมีกลุ่มเส้นใยประสาทมัดหนาที่เรียกว่า trigeminal ganglia คอยเชื่อมต่อเยื่อหุ้มสมองกับสิ่งกระตุ้นเร้าที่ใบหน้า, หนังศีรษะ, และดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเจ็บเหมือนมีมีดเสียบแทงหลังเบ้าตา และยังปวดร้าวลงไปถึงขากรรไกรแทบจะทุกครั้งที่ไมเกรนกำเริบ นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่า เยื่อหุ้มสมองคือกุญแจสำคัญที่จะไขความลับเรื่องไมเกรนได้ดีกว่าสิ่งอื่น

    ปฏิกิริยาตอบสนองของเยื่อหุ้มสมอง

    เยื่อหุ้มสมองนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเลี้ยงที่มีเซลล์ภูมิคุ้มกันอยู่เต็มไปหมด โดยเซลล์เหล่านี้จะทำหน้าที่ปกป้องสมอง เมื่อเซลล์ภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น โมเลกุลที่มันปลดปล่อยออกมาจะก่อการอักเสบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทในเยื่อหุ้มสมองอีกซีกหนึ่งได้

    ยังมีสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ว่า เยื่อหุ้มสมองอาจเป็นสะพานเชื่อมต่อที่สำคัญ ระหว่างตัวกระตุ้นภายนอกในสิ่งแวดล้อม กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสมองของผู้ป่วยไมเกรน เพราะในเยื่อหุ้มสมองมีโครงสร้างที่เป็นจุดเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ทั่วไป เพื่อตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของความเป็นกรดเป็นด่าง ซึ่งอาจเกิดจากความผันผวนทางกายภาพ, การอักเสบที่เกิดขึ้นโดยรอบสมอง, หรือคลื่น CSD ที่กดการทำงานของสมองลงชั่วคราว

    เมื่อโครงสร้างเล็ก ๆ เหล่านี้ ตรวจพบว่าเยื่อหุ้มสมองมีความเป็นกรดสูงขึ้น มันจะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังเส้นใยประสาทที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ซึ่งเป็นที่มาของภาวะไมเกรนกำเริบนั่นเอง บางส่วนของเยื่อหุ้มสมองยังตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทำให้เข้าใจได้ว่า เหตุใดผู้ป่วยไมเกรนบางคนจึงมีอาการดีขึ้น เมื่อได้ประคบน้ำแข็งที่หน้าผากหรือใช้หมอนหนุนอุ่น ๆ รองศีรษะ

    ส่วนผสมของสารพัดโมเลกุลที่กระตุ้นไมเกรน

    ปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องสงสัยว่าทำให้เกิดโรคไมเกรนนั้น แท้จริงแล้วอาจมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทั้งหมด “แต่ในที่สุดแล้ว ฉันว่าสักวันหนึ่งเราจะพบปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งเป็นสาเหตุของไมเกรนทุกรูปแบบ แต่มันมีอยู่หลายวิธีการและเส้นทาง ที่ทำให้ไมเกรนกำเริบได้” ดร.อามีนาห์ ประธาน ผู้อำนวยการศูนย์เภสัชวิทยาเชิงคลินิก แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันของสหรัฐฯ กล่าว “หรือบางทีมันอาจจะยิ่งกว่านั้น ฉันว่าปัจจัยที่กระตุ้นไมเกรนยังแตกต่างกันออกไปในระดับปัจเจกบุคคลด้วย มีหลายวิธีที่ทำให้เราปวดศีรษะไมเกรนได้ และทุกคนก็มีส่วนผสมของสารพัดโมเลกุลในตัวที่แตกต่างกันออกไป”

    แต่ถึงกระนั้น การค้นหาโมเลกุลมาตรฐานที่เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพของไมเกรน ยังคงไม่สิ้นสุดลงโดยง่าย เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยของศ.โกดส์บีประสบความสำเร็จในการค้นหาโมเลกุลที่ว่า ซึ่งก็คือสารปรับสภาพของเซลล์ประสาท (neuromodulator) ชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เซลล์ประสาทรับรู้และตอบสนองได้ว่องไวขึ้นหรือช้าลงได้ โดยพบว่าผู้ป่วยไมเกรนทั้งในยามปกติและตอนที่อาการกำเริบ ต่างก็มีโปรตีนสายสั้นหรือเปปไทด์ที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับยีนชนิดแคลซิโทนิน (CGRPs) สูงผิดปกติ

    การค้นพบข้างต้นนำไปสู่การคิดค้นและพัฒนายาชนิดใหม่ออกวางตลาด โดยยานี้จะมุ่งเป้ายับยั้งสาร CGRPs เพื่อป้องกันไม่ให้ไมเกรนกำเริบตั้งแต่ต้น ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้กับคนไข้จำนวนมากทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีการรักษาแบบใดทำได้มาก่อน ซึ่งผลการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์ในเดือน ต.ค. ปี 2025 ระบุว่า 70% ของผู้ป่วยไมเกรนกว่า 570 คน ที่ได้รับยาชนิดใหม่ดังกล่าวเป็นเวลาหนึ่งปี มีอาการไมเกรนกำเริบน้อยลงกว่าเดิมถึง 75% ส่วนผู้ป่วยอีก 23% ที่เหลือ หายขาดจากอาการไมเกรนกำเริบได้อย่างสมบูรณ์

    “มันจะดีมากทีเดียว หากเราสามารถค้นหาตัวบ่งชี้ระดับโมเลกุลของไมเกรนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เราเริ่มลงมือรักษาผู้ป่วย ซึ่งเราต้องการจะรู้ให้แน่ชัดว่า ใครตอบสนองต่อยาหรือไม่ตอบสนองกันแน่” พญ.มอนทีธกล่าว

    อย่างไรก็ตาม ดร.ประธานกล่าวเตือนว่าระดับของ CGRPs ในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น ส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นเพียงความเคลื่อนไหวของกลไกรอบนอกของสมองเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดทราบชัดว่า เหตุใดจึงมี CGRPs เพิ่มขึ้นมากในสมองบางส่วนขณะที่ไมเกรนกำเริบ มีแนวโน้มว่าบทบาทของโมเลกุลชนิดนี้ จะเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของภาพต่อจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่ทุกคนยังมองไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ไมเกรนเริ่มถูกมองว่า เป็นโรคเรื้อรังที่มีหลายระดับขั้น (สเปกตรัม) ทั้งยังส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย แทนที่จะเป็นแค่ที่ศีรษะและสมอง

    ดร.ประธานยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “ยังมีโอกาสมากมายสำหรับนักวิจัย ที่ต้องการจะเข้ามาศึกษาเจาะลึกเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะในตอนนี้เราเพิ่งจะขูดเอาผิวหน้าตื้น ๆ ของปริศนาเรื่องไมเกรนออกไปได้เท่านั้น”

    แม้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด จะยังไม่สามารถขจัดความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ ให้ออกไปจากหัวของฉันได้อย่างสิ้นเชิง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจเพิ่มขึ้นว่า วิทยาศาสตร์กำลังไขปริศนาอันลึกลับของโรคไมเกรนได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแม้อาจจะไม่มีคำตอบเรื่องวิธีรักษาที่ใช้ได้ผลกับทุกคนในทุกกรณี แต่เราก็น่าจะพบทางเลือกอันหลากหลาย ซึ่งสามารถจะเป็นวิธีรักษาให้กับผู้ป่วยไมเกรนหลากหลายรูปแบบได้ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cg4e9qw240ro&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1D_iAQC00CY3Mn4GocumrF

  • หน.พรรคประชาชาติร่วมถกเวที P-Move แลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน

    หน.พรรคประชาชาติร่วมถกเวที P-Move แลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกพรรคประชาชาติ พูดคุยและร่วมเวทีสัญญาประชาคมเครือข่าย พีมูฟ (P-Move) แลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ดินทำกิน และสวัสดิการรัฐ มุ่งหวังสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียม ซึ่งการแก้ปัญหาความยากจน ต้องเริ่มด้วยการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ซึ่งนโยบายหลักของพรรคประชาชาติคือการผลักดันให้มีการศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรี เพื่อให้การเรียนคือการสร้างอนาคตที่ไม่ทิ้งภาระหนี้สินไว้เบื้องหลัง

    ทั้งนี้ ปัญหาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหนึ่งในข้อกฎหมายที่โหดร้ายที่สุด เพราะมีกลไกที่มุ่งตรวจสอบและยึดทรัพย์สิน จนกลายเป็นภาระหนักหนาของประชาชน พรรคประชาชาติจึงมีนโยบายล้างหนี้ กยศ. ให้กับผู้กู้กว่า 3 ล้านคน โดยที่ผ่านมาพรรคได้พยายามเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แม้ว่าในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะยังคงให้มีอยู่ก็ตาม แต่พรรคยังยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่ว่าการเรียนต้องไม่มีหนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทยอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000010519&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kHXC36QyE5elq1dBPLsjS