Blog

  • มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    Loading…

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-260&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2131m5nG4l4bMUexAY8n8O

  • พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    ประการที่ 4 ประสบการณ์และวิถีชีวิต (Experience and Lifestyle) ในปี 2026 พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนจีนจะยังคงมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ อัตลักษณ์ส่วนบุคคล และการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้นอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว การรับประทานอาหารนอกบ้าน และบริการสันทนาการ

    ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคในเจน Z และ Millennials ที่มีอายุน้อยกว่า

    กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าสำหรับสินค้าและบริการ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ (Authenticity) และค่านิยมที่บ่งบอกตัวตนของพวกเขา (Self-Expression) นั่นหมายความว่า คนรุ่นใหม่เหล่านี้แสวงหาความถูกต้อง ความเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม และ อัตลักษณ์ในการจับจ่ายใช้สอย

    และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำไมเราเห็นคนรุ่นใหม่เหล่านี้ใส่ใจในเรื่องราวที่มีความหมายและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน และงานฝีมือ ยกตัวอย่างเช่น ความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมเวิร์กช้อป ทัวร์สนามกีฬานำโดยเซเลปอย่าง Jay Chou และ Eason Chan และการใช้บริการเรือสำราญสุดหรูล่องแม่น้ำแยงซีเกียง

    นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่เหล่านี้ยังมีทัศนคติ ค่านิยม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความยืดหยุ่น และยั่งยืนในระดับที่สูง และมองว่า ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอก “สถานะ” ทางสังคมดังเช่นในอดีต จึงเลือก “การเข้าถึง” มากกว่า “การเป็นเจ้าของ” ในสินค้าที่มีมูลค่าสูง

    เมื่อผสมโรงกับสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะหลัง ที่เศรษฐกิจจีนไม่ได้เติบโตแรงเหมือนเมื่อทศวรรษก่อน และต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้า 2.0 ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว และการส่งออกขยายตัวต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (แม้ว่าปี 2025 จะเกินดุลการค้ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็ตาม) และด้วยกำลังการผลิตมหาศาล ก็ทำให้จีนมีสินค้าค้างสต็อกอยู่ในระบบเหลืออยู่มาก

    การเติบโตของเศรษฐกิจการเช่าระยะสั้นขยายวงทั้งในด้านวิถีชีวิตและเชิงธุรกิจ ผู้บริโภคชื่นชอบ “การเช่า” ในสารพัดสินค้า อาทิ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป และ โปรเจ็กเตอร์ฉายภาพ รวมทั้งโดรน

    ยิ่งในช่วงหลัง คนจีนก็เริ่มเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็น “การเช่า” สินค้าที่เหมาะสมกับไลฟสไตล์ และใช้เฉพาะในบางช่วงอายุ บางฤดูกาล และบางสถานการณ์กันมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์กลางแจ้ง อาทิ เต็นท์น้ำหนักเบา และเตาแบบพกพา เพื่อไปตั้งแค้มป์ในพื้นที่นอกเมืองช่วงสุดสัปดาห์ หรือ หยุดยาวในเทศกาลสำคัญ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเด็กเล็ก เช่น รถยนต์ รถเข็น ของเด็กเล่น เครื่องปั่นอาหาร เครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่นั่งเด็กในรถยนต์ และ เปียโนดิจิตัลระดับเริ่มต้น

    ด้วยการแข่งขันที่มีอยู่สูงก็ทำให้ค่าเช่า มีความสมเหตุสมผล รถเข็นเด็ก หรือ ที่นั่งเด็กเล็กในรถยนต์ระดับพรีเมียม มีค่าเช่าเพียง 50-80 หยวนต่อวัน ขณะที่กล้องและโปรเจ็กเตอร์ก็อยู่ระหว่าง 70-150 หยวนต่อวัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและระดับคุณภาพ

    ยิ่งปี 2026 เป็น “ปีม้า” ที่คาดว่าครอบครัวคนจีนวางแผนจะมีลูกกันเพิ่มขึ้น ก็อาจเพิ่มอุปสงค์ในสินค้าส่วนหลังนี้ในอนาคต

    ทำนองเดียวกัน ก็เกิดขึ้นในวงการธุรกิจ หลายครั้งที่เราไปเยี่ยมชมบริษัทจีน ก็อาจพบว่า อุปกรณ์สำนักงานที่ใหม่และทันสมัย ล้วนมาจากการเช่าแทบทั้งสิ้น หรือเวลาเราว่าจ้างออกาไนเซอร์มาช่วยจัดงานคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือ งานแสดงสินค้า ก็อย่านึกว่าผู้จัดงานต้องลงทุนซื้อหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่นๆ ทั้งเบื้องหน้าและฉากหลังทั้งหมด

    เพราะในทางปฏิบัติ ผู้จัดงานนิยมเช่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นแทบทั้งหมดได้ในราคาไม่สูงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นกล้องระดับมืออาชีพ อุปกรณ์วิดีโอระดับไฮเอนด์ โดรนถ่ายภาพคุณภาพสูง และเวทีการแสดงพร้อมจอแอลอีดี หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับของนักแสดงและทีมงาน ที่มีอยู่อย่างหลากหลายด้วยความสะดวกผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ ที่มีมากกว่า 30,000 ร้าน ได้ในชั่วกระพริบตา

    ยกตัวอย่างเช่น กล้องระดับมืออาชีพมีค่าเช่าระหว่าง 200-400 หยวนต่อวัน หรือ การเช่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เข้ากับแนวคิดหลักของการจัดงาน และสามารถจัดส่งถึงมือผู้เช่าในจีนได้ภายใน 1-2 วันเท่านั้น

                                         พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    นอกจากนี้ วิถีชีวิตที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นผู้ประกอบการแนวใหม่ที่อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ อาทิ การเขียนบล็อกท่องเที่ยว ก็นิยมเช่ากล้องและเครื่องมืออุปกรณ์มาใช้เป็นคราวๆ การเช่าเกมช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือ เข้าสู่โลกธุรกิจผ่านโมเดลธุรกิจ “การเช่าฝากขาย” ที่เจ้าของสามารถฝากขายอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มเพื่อปล่อยเช่าและแบ่งปันผลกำไรกับบริษัทได้

    บริการเช่าจึงไม่เพียงให้ประโยชน์ในแง่ของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้ข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้น โดยไม่มีภาระค่าเสื่อมราคาเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความยืดหยุ่น และความเป็นอิสระ รวมทั้งเพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษได้ โดยไม่ต้องเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นที่บ้านในระยะยาว ซึ่งช่วยให้การจัดการพื้นที่บ้านเรียบร้อยและเป็นระเบียบมากขึ้น

    Analysys บริษัทที่ปรึกษาอินเทอร์เน็ตในปักกิ่งพบว่า ผู้ใช้ทั้งหมด 38.2% เช่าเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ ในขณะที่ 33.7% เช่าเพื่อเพลิดเพลินกับความหลากหลายมากขึ้น เหตุผลหลักในการเช่าสิ่งของ ได้แก่ คอนเสิร์ต การเดินทาง ความบันเทิง และ การทํางาน โดยการดูแลรักษาสุขภาพและความงาม กําลังกลายเป็นพื้นที่การเติบโตใหม่

    ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจัดส่งที่รวดเร็วในเมืองเดียวกัน และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ด้วยการสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ ทำให้เศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ของจีนได้รับความนิยมมากขึ้น

    สิ่งนี้ทำให้ “เศรษฐกิจการเช่า” หรือแนวโน้ม “เศรษฐกิจแบ่งปัน” (Shared Economy) ในจีนเติบโต และมีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคต ตามรายงานของ Analysys ประเมินว่า ตลาดเช่าของจีนในปี 2025 มีมูลค่าราว 71,600 ล้านหยวน และคาดว่าจะแตะหลัก 1 ล้านล้านหยวนในปี 2030

    ลองติดตามดูครับว่า พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนในปี 2026 จะเป็นอย่างที่ว่าไว้ไหม และเราจะเอาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรได้บ้าง …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,171 วันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/650391&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16RdiTp2Ppq0JSVgXx-9c7

  • ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง เผยบรรยากาศเพื่อไทยปราศรัยตรังแตกอีก! คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ว่า ตรังแตกอีก แห่ฟังแน่นพื้นที่ที่เราจัดเตรียมไว้ครับ!

    เพื่อไทยเอาจริง (โกรัตน์) หรือคุณรัตน์ ภู่กลาง เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ซ้ำจุดเดิม หลังศาลากลางจังหวัด ที่เคยจัดมาแล้วเมื่อต้นเดือน มีพี่น้องประชาชนมาฟังจำนวนมากเป็นประวัติศาสตร์

    ครั้งนี้พี่น้องประชาชนมาฟังมากกว่าเดิม ตอกย้ำว่า นโยบายของเพื่อไทย โดนใจชาวตรัง โดยไม่ซื้อเสียง เราซื้อใจประชาชนด้วยนโยบายดีๆ ที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องดีขึ้นตลอดมา

    วันนี้อาจารย์เชน แม้จะอยู่ในช่วงตระเวนอีสานและเหนือ ยังส่งคลิปมาทักทายพี่น้องชาวตรังด้วยครับ ชูนโยบายล้างหนี้ ผู้สูงอายุ , ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% , 30 บาทรักษาทุกที่ , ยกระดับท่องเที่ยวตรัง

    ขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่เปิดใจให้กับเพื่อไทยครับ

    625287399_1481285030674453_7344323071464785510_n.jpg625477206_1481285040674452_2447917853175980351_n.jpg625081954_1481285037341119_4719623044362603414_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/hs4mvH0_R&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kEwpaTlhwhgQp8HPx-Qte

  • เลือกตั้ง’69:กกต.เตือนห้ามเผยแพร่โพลเลือกตั้งช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้ง 1-8 ก.พ. ก่อนเวลา 17.00 น. : อินโฟเควสท์

    เลือกตั้ง’69:กกต.เตือนห้ามเผยแพร่โพลเลือกตั้งช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้ง 1-8 ก.พ. ก่อนเวลา 17.00 น. : อินโฟเควสท์

    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอแจ้งเตือนหน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือโพลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. บัญญัติว่า การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยมีเจตนาไม่สุจริต มีลักษณะเป็นการชี้นำหรือมีผลต่อการตัดสินใจในการลงคะแนนเลือกตั้งหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดจะกระทำมิได้

    นอกจากนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 นาฬิกา ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    สำนักงาน กกต. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนดำเนินการจัดทำ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRD00IQ0C1HZC464C0VRL4X5KMYTE2JG&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3grkdMB43K3Yj7YbAO7mlg

  • ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง – คณะนิติศาสตร์

    ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง – คณะนิติศาสตร์

    🎥📸 ทีม Content ป.ตรี ลงสนามจริง

    วันนี้ ทีม Content เข้าไปช่วยงานรุ่นพี่ระดับบัณฑิตศึกษา 🤝

    ช่วยถ่ายภาพ 📷 ทำคลิป 🎬 เก็บบรรยากาศ

    เรียนรู้การทำงานจริง การประสานงาน และการทำงานเป็นทีม

    จากรุ่นพี่…สู่รุ่นน้อง🌱

    🏆 “กีฬาสานสัมพันธ์ระดับบัณฑิตศึกษา” 🏆

    📅 วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569

    ⏰ เวลา 09.00 – 17.00 น.

    📍 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    #ฝ่ายกิจการนักศึกษาคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    #spuAIเพื่อนซี้24ชม. #SPULAW#นิติศรีปทุม#คณะนิติศาสตร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/law/archives/23374&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uJ101u8bsZHw_n2sTLhja

  • “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.นำนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ส่งมอบกลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง จ.พะเยา

    “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.นำนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ส่งมอบกลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง จ.พะเยา

    วันที่ 30 มกราคม 2569 “โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัด “พิธีส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ให้แก่ กลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในการส่งมอบนวัตกรรม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน, นายสมเกียรติ เมืองก้อน ผู้ใหญ่บ้านหล่ายทุ่ง กล่าวต้อนรับ, พร้อมนี้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. หน่วยงานภาครัฐในอำเภอเชียงม่วน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี ณ กลุ่มชุมชนบ้านหล่ายทุ่ง ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า อว.ได้จัดทำโครงการของขวัญปีใหม่ 2569 ซึ่ง วช.ได้ร่วมมอบนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ให้กับพื้นที่ ผ่านนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว ควบคู่ไปกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้งานสู่ชุมชน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้ง ทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหามลพิษ PM2.5 พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ต่อยอดการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและความเข้มแข็งของชุมชน

    รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ลดฝุ่น PM2.5 เป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและชีวมวลชนิดต่าง ๆ ด้วยกระบวนการผลิตไบโอชาร์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดิน ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ลดการเผาเศษวัสดุในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดจุดความร้อน ช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศลดลง ตลอดจนช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน

    นายสมเกียรติ เมืองก้อน ผู้ใหญ่บ้านหล่ายทุ่ง กล่าวถึงนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้เพื่อส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน และขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ การส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ในครั้งนี้ วช. มุ่งการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 โดยมุ่งเสริมศักยภาพชุมชนในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/993724&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aa2ag4RCAJwMWMq4S3u7m

  • เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์ขนทัพลุยทุ่งสง ย้ำคนใต้กา ปชป. ทั้งสองใบ ชี้​แบงก์เทารับได้แต่อย่าเลือก​

    เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์ขนทัพลุยทุ่งสง ย้ำคนใต้กา ปชป. ทั้งสองใบ ชี้​แบงก์เทารับได้แต่อย่าเลือก​

    วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลทุ่งสง​ อำเภอทุ่งสง​ จังหวัดนครศรีธรรมราช​ เพื่อช่วยหาเสียงให้ ชนภัทร​ รัตนพันธ์​ ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช เขต​ 5 หมายเลข 4

    ทันทีที่ อภิสิทธิ์​ และคณะเดินทางมาถึง​มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูป มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยให้​ พร้อมกับสวมกอด​ ขอจับมือ​ และตะโกนร้อง​ “ปักษ์ใต้บ้านเรา” และยังมีการนำหมวกและเสื้อมาให้อภิสิทธิ์​เซ็น​ โดยอภิสิทธิ์ได้สวมเสื้อที่สกรีนว่า ‘คนใต้ใจเดียว ไม่เท่แล้วแหลงไหรแล้ว’

    จากนั้น อภิสิทธิ์​ขึ้นกล่าวปราศรัยบนรถแห่​ทักทายประชาชน​ว่า วันนี้มาย้ำเตือนชาวทุ่งสงที่ผูกพันมานานกับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่นี้ มีอดีต สส. ประกอบ รัตนพันธ์ ที่ทำงานด้านการศึกษาร่วมกันมาอย่างยาวนาน และวันนี้มาย้ำเตือนว่าสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราดูแลเกษตรกรอย่างดีราคายางเคยพุ่งไปถึง 100 กว่าบาท มั่นใจว่ารอบนี้จะทำราคาให้เกิน 80 บาทได้แน่นอน

    นอกจากเรื่องปากท้องเกษตรกร ยังมีนโยบายใหม่ๆ มาดูแลพี่น้อง ทั้ง ‘หวยจังหวัด’ ที่ให้ลุ้นเงินล้านและมีเงินออมไปพร้อมกัน การดูแลผู้สูงอายุถ้วนหน้าเดือนละ 1,000 บาทพร้อมบริการทำฟัน รวมถึงการแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อยด้วยการมอบเงินก้อนแรก 5,000 บาททันทีที่คลอด และช่วยรายเดือนในปีแรกรวมแล้วกว่า 65,000 บาท เพื่อให้มั่นใจว่าลูกหลานเราจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

    อภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เขาพูดกันว่าคนใต้รักประชาธิปัตย์ แต่มีพรรคอื่นหาเสียงมาบอกให้แบ่งคะแนน เลือกบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แต่ สส. เขตขอแบ่งไป ขอย้ำว่าคนใต้ใจเดียว ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ สัปดาห์หน้าทุนเทาจะกลายเป็นแบงก์เทา และเริ่มมีการจดชื่อ เอาได้แต่อย่าไปเลือกเขา

    เพราะหากเลือกเราจะกลับไปอยู่ที่เดิม เงินเขาให้มา 4 ปีเท่ากับวันละบาท แต่เป็นเงินโกงกัน หมื่นล้าน แสนล้าน ของประชาชนทั้งนั้น เสียโอกาส เศรษฐกิจไม่โต สังคมเสื่อม ความยุติธรรมไม่มี นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ขอยืนยัน และขอสัญญาใจว่า ว่า 8 กุมภาพันธ์จะกาประชาธิปัตย์กันทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ตนและผู้แทนฯ ได้กลับมาเยี่ยมเยียนดูแลพี่น้อง ทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดีขึ้น และไทยหายจน


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/abhisit-democrat-thung-song-vote/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23WE4RntpsksFFtMdAYrzz

  • ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจบเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” มาดามหยก” น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และสส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 22 หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง เปิดเผยว่า บรรยากาศการดีเบตเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับกำลังใจจากประชาชนจำนวนมาก พร้อมขอบคุณผู้จัดงานและสื่อมวลชนทุกแขนงที่ร่วมกันสร้างพื้นที่สาธารณะให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    มาดามหยก กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาในเวทีคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยระบุว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยตัดสินใจยกเลิกการจองที่พักและการเดินทาง เนื่องจากกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวการหดหาย

    นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงปัญหา PM2.5 กับ ภาคการเกษตร โดยเสนอแนวทางลดการเผาในที่โล่ง ผ่านการส่งเสริมการไถกลบ การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีอย่าง ไบโอชาร์ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในระยะยาว

    มาดามหยก ยังกล่าวถึงประเด็น การเร่งรัดเงินเยียวยา ที่ยังคงค้างอยู่ โดยเฉพาะกรณีประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ซึ่งแม้จะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับเงินตามสิทธิ พร้อมย้ำว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาประกัน เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัยของประเทศ

    ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลใช้งบกลางเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย แผ่นดินไหว และสถานการณ์ชายแดน รวมถึงดูแลทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

    มาดามหยกทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั้งระบบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474518&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EebI_yZ6d5M7CNuFQ9_Sl

  • “ประพันธ์” ชี้ตลาดทุนไทย ยังไม่หมดเสน่ห์ IPO จ่อเข้าเพียบ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “ประพันธ์” ชี้ตลาดทุนไทย ยังไม่หมดเสน่ห์ IPO จ่อเข้าเพียบ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ mai มองตลาดทุนไทยยังไม่หมดเสน่ห์ บริษัทจดทะเบียนสนใจเข้าจดทะเบียนต่อเนื่อง ชี้ราคาหุ้นขาลงยังน่าลงทุน

    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยกับ “มิติหุ้น” ว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่มี วงจรวัฏจักรที่ปรับขึ้นลง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ถือเป็นกระจกสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทย

    IPO จ่อเข้าเทรด

    ทั้งนี้ในปีนี้ยังคงมีบริษัทจดทะเบียนที่เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai ต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี 2 บริษัทที่ผ่านไฟลิ่ง (Filing) แล้วและรอจังหวะเข้าซื้อขายในตลาด mai ขณะที่บริษัทใน LiveX มีถึง 9 บริษัทที่มีการเตรียมความพร้อมทำบัญชีให้ครบ 3 ปี เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai หรือ SET ต่อไป โดยในปีหน้าคาดว่าอาจมี 2-3 บริษัทขยับขึ้นสู่ตลาด mai

    เน้นลงทุนหุ้นปันผล

    อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงมีจุดแข็ง ทั้งการเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก และมีจุดเด่นด้านธุรกิจบริการ ซึ่งในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลง และมีราคาไม่สูงมากก็ถือเป็นโอกาสในการลงทุน แต่จะต้องปรับเลือกการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีเงินปันผล (Dividend) ดี และมีโอกาสเติบโตเป็นหลัก

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/01/613488/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Pp5pPySs087eCd-ke6TAw

  • “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

    “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานชูนโยบายบำนาญ 3,000 บาท ฟันเฟืองสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

    “สุดารัตน์” ปล่อยคาราวานพรรคไทยสร้างไทย ชูนโยบาย “บำนาญ 3,000 บาท” ประกาศคืนศักดิ์ศรีให้ผู้สูงวัย คืนลมหายใจพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทย ลั่น เป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจของจริง

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปล่อยคาราวานบำนาญ 3,000 บาท เดินหน้าลุยขอคะแนนที่ตลาดบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. เพื่อตอกย้ำนโยบายหลักและเบอร์ 48 ของพรรคไทยสร้างไทย ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มีประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเข้าร่วมและสนับสนุนนโยบายนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้มีความมั่นคงและมีเกียรติมากขึ้น โดยขบวนรถคาราวานจะกระจายตัวออกไปตามแหล่งชุมชน

    คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำถึงหลักการสำคัญว่า สำหรับนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาทนี้ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับสิทธิเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพพื้นฐาน ลดภาระพึ่งพิงลูกหลานและแก้ไขปัญหาความยากจนในวัยเกษียณ นโยบายนี้ไม่ได้เพียงแค่การแจกเงินแต่มีเงื่อนไขให้ผู้รับการสนับสนุนต้องเข้าโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อลดอัตราการเจ็บป่วย และลดงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถกลับมาช่วยขับเคลื่อนสังคมได้อีกครั้ง ถือเป็นกลไกการสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองมาอย่างยาวนาน

    “พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่านโยบายบำนาญ 3,000 บาท จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งจากระดับฐานราก เนื่องจากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่มือผู้สูงอายุทั่วประเทศจะก่อให้เกิดกำลังซื้อทันทีในทุกชุมชนและทุกพื้นที่ เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องมากกว่าการแจกเงินที่หวังเพียงคะแนนนิยมระยะสั้น เงินทุกบาทจะถูกนำไปใช้จ่ายในร้านค้าและตลาดใกล้บ้าน สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกระตุ้นการผลิตในภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยซบเซากลับมาคึกคักและฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2911453&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1F-99LVyFM0Oanz717_5M4