Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ยศชนัน” หนุนภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลใหม่ลั่นเดินหน้ากู้เศรษฐกิจ

    “ยศชนัน” หนุนภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลใหม่ลั่นเดินหน้ากู้เศรษฐกิจ

    วันที่ 14 ก.พ.69 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่า ที่ผ่านมา ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายกลุ่ม หลายองค์กรในทุกสถานการณ์ที่มีโอกาส รวมถึงการประชุมร่วมกับทีมงานทุกๆฝ่าย

    จากการได้พูดคุยกับหลายๆคน หลายๆ องค์กร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าบริบทของสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจัยทางการเมืองในการเลือกตั้งคราวนี้มีความซับซ้อน และเป็นความจริงว่าการจัดการทางการเมือง การใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ มีบทบาทสูงมากต่อผลการเลือกตั้ง

    จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้

    1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่ กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟังและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ

    2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัยหรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งๆ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก

    หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือก ที่ต้องตัดสินใจคือการเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน

    ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

    ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าจะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก

    หากก้าวย่างในวันนี้ สร้างความไม่สบายใจต่อท่านใดก็แล้วแต่ ผมขอกราบขออภัยด้วยความจริงใจ ผมได้อ่าน ได้ยินเสียงความเห็นของทุกท่าน และรับฟังด้วยความเคารพเสมอมา

    การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา คือความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ รายละเอียดต่างๆหลังจากนี้ ผมจะรายงานให้ทราบทุกขั้นตอนครับ

    ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงพี่น้องในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และสร้างโอกาสที่จะกำหนดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

    เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เต็มที่ทุกนาทีเพื่อยืนยันว่าพวกเราทำได้ และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ผมพร้อมรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แม้ผมจะเดินเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่ผมจะยืนอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจนถึงวันที่เราชนะด้วยกันอีกครั้ง

    ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และพร้อมรับฟังทุกๆ ท่านเสมอ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกัน ประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/129335&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W9yX8WZMfLcl2o52OWvZT

  • เจเนอเรชันที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์!!!

    เจเนอเรชันที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์!!!

    ด้วยเหตุเพราะโดยข้อมูล โดยตัวเลขสถิติ ที่นักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยารายนี้ รวบรวมและสุ่มสำรวจภายในสังคมอเมริกัน รวมทั้งสังคมของประเทศต่างๆ อีก 80 ประเทศ ได้ระบุถึงแนวโน้มที่สามารถ ฟันธง และ ฟันเฟิร์ม ได้แบบเต็มผืน เต็มด้าม ว่าบรรดาผู้คนที่เรียกว่า Gen Z หรือ Gen Zers ทั้งหลายนี่แหละ คือกลุ่มคนที่มีความฉลาดลดน้อยถอยลงไปกว่าคนรุ่นก่อนๆ รุ่นพ่อ-รุ่นแม่ รุ่นปู่-ย่า-ตา-ยาย ฯลฯ หรือออกอาการ โง่ขึ้นๆ นับตั้งแต่ได้มีการรวบรวมข้อมูล สถิติ เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่ปลายยุค 1800 เอาเลยก็ว่าได้ หรือจะเรียกว่ากลายเป็น เจเนอเรชันที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็คงพอได้…

    โดยไม่ว่าจะวัดจากความสนใจต่อสิ่งหนึ่ง-สิ่งใด ที่มีลักษณะสับสน เสื่อมโทรม อย่างเห็นได้ชัด ไปจน ความจำ ความสามารถในการ อ่าน ความเชี่ยวชาญด้านตัวเลข หรือ คณิตศาสตร์ ตลอดไปจนขีดความสามารถในการ แก้ปัญหา รวมทั้งระดับ สติปัญญา ที่เรียกว่า IQ อีกด้วย ฯลฯ อันเนื่องมาจากสาเหตุสำคัญโดยตรง นั่นคือ ความยึดมั่น-ถือมั่นที่เกินเลยต่อเทคโนโลยีดิจิตอล ของบรรดาสถานศึกษาทั้งหลาย ที่พยายามนำเอาสิ่งเหล่านี้มายัดเยียด มาประยุกต์ใช้ กับระบบการศึกษา แบบที่เรียกว่า Educational Technology หรือ EdTech นั่นเอง โดยอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต เป็นอุปกรณ์ เครื่องมือในการเรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนต่อกระบวนการทางชีวภาพ เกิดอาการ สมองบวม หรือ สมองหมา-ปัญญาควาย อย่างที่สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ด้านยีนและดีเอ็นเอ Dr. Gerald Crabtree ท่านเคยสรุปไว้ในงานวิจัยเรื่อง Our fragile Intellect ตั้งแต่สิบกว่าปีมาแล้ว…

    แต่การเรียนรู้จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่มักเห็นอยู่ในสื่อออนไลน์ หรือการอ่านจากบทสรุปย่อๆ ที่ตัดทอนมาจากหนังสือเล่มใหญ่ ฯลฯ บรรดาสิ่งต่างๆ เหล่านี้นักประสาทวิทยาอย่าง Dr. Horvath ท่านเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ออกจะขัดแย้งกับกระบวนการรับรู้โดยธรรมชาติของมนุษย์ หรือ… “มนุษย์โดยทางชีววิทยาแล้ว ถูกโปรแกรมให้เรียนรู้จากมนุษย์ด้วยกันและจากการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ด้วยการเรียนรู้แบบเผชิญหน้าไม่ว่ากับครูหรือผู้ที่มีฐานะเดียวกัน ไม่ใช่จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถมองผ่านๆ จากคลิปวิดีโอสั้นๆ หรือบทสรุปย่อที่มุ่งสู่จุดสำคัญแบบเอาเร็วเข้าว่า” ดังนั้น…โดย ตัวเลขสถิติ ที่แสดงถึงขีดความสามารถในการรับรู้ไม่ว่าในแวดวงธุรกิจ หรือสถานศึกษา นับจากปี ค.ศ.2010 เป็นต้นมา หลังจากเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำเอามาใช้เป็นอุปกรณ์ เครื่องมืออย่างจริงๆ จังๆ ส่งผลให้ระดับความรับรู้และสถิติปัญญาของบรรดา Gen Z ทั้งหลาย เกิดอาการ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ!!!

    นี่…จริง-ไม่จริง น่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ ก็ลองไปคิดๆ เอาเองก็แล้วกัน แต่การลงทุน-ลงแรงสำรวจความเป็นไปดังกล่าวครอบคลุมถึง 80 ประเทศ ไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศอเมริกาเท่านั้น บทสรุปและข้อเสนอแนะให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายหันมาควบคุมและจำกัดบทบาทของเทคโนโลยีเหล่านี้ เช่นเดียวกับที่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียได้กระทำไปแล้วต้องถือเป็นสิ่งที่น่าคิด น่าสะกิดใจ มิใช่น้อย ส่วนประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา จะเอาไงดี…ก็คงต้องแล้วแต่ รสนิยม ของใคร-ของมันก็แล้วกัน เพราะถ้ามองจาก การเลือกตั้ง ที่ทำให้พรรคของคนรุ่นใหม่อย่าง พรรคประชาชน เขาสามารถ แลนด์สไลด์ ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะส่งเสาไฟฟ้า หรือส่งใครลงสมัครก็ตามที อันนี้…จะไปกล่าวหา กล่าวโทษ ว่าเป็นเพราะมีพวก Gen Z อยู่เยอะแยะมากมายใน กทม. ก็คงไม่น่าจะถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก…

    คือไม่ว่าจังหวัดไหนก็เถอะ จะ กทม.หรือต่างจังหวัด ต่างก็ต้องมีทั้งพวก Gen X, Gen Y, Gen Z ไปจนพวก Baby Boomer คละเคล้ากันไป เพียงแต่พวก Gen X, Gen Y ใน กทม.อาจมีลักษณะแบบที่ ไอ้หนุ่มผมยาว คุณน้อง สุรวิชช์ วีรวรรณ ท่านระบุเอาไว้ในหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ นั่นแหละว่า…ออกจะหนักไปทาง สรยุทธ์-ใบตองแห้ง-หนุ่มเมืองจันท์-นิ้วกลม ฯลฯ ซะเป็นหลักใหญ่ แม้กระทั่ง เจเนอเรชันแห่งความล้มเหลว อย่างพวก Baby Boomer ก็ดูจะออกไปในแนวเหลวเป๋วแบบเดียวกับ อาเฮียสุทธิชัย หรือ คุณปู่บรรยง อะไรประมาณนั้น พรรคประชาชน เขาเลย แ-ก…เรียบ ทั้ง 33 เขต ไปด้วยประการฉะนี้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/947698/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20nWv1M2tNm84vyZ9vLSVQ

  • เปิดประวัติ ก้อย อรัชพร สวย-เก่ง มากความสามารถ หวานใจ ทิม พิธา

    เปิดประวัติ ก้อย อรัชพร สวย-เก่ง มากความสามารถ หวานใจ ทิม พิธา

    นาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก ก้อย อรัชพร โภคินภากร หวานใจของ ทิม พิธา ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปแบบตะโก้นนนนนนน หลังจากที่ช่วงบ่ายของวันนี้ (14 ก.พ.) มีภาพของทั้งคู่ไปเที่ยวฮ่องกง 

    วันนี้ไทยรัฐบันเทิงจะพาไปทำความรู้จักก้อยอีกครั้ง สำหรับ ก้อย อรัชพร นั้นเรียกว่าทั้งสวย เรียนเก่ง และเป็นนักกิจกรรมตัวยง เธอคือสาวมากความสามารถจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

    ปัจจุบัน ก้อย อายุ 31 ปี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จบมาด้วยเกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.86 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ โทการแสดง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย ครอบครัวอยากให้ก้อยเรียนต่อสายแพทยศาสตร์ แต่เธอรู้ว่านั่นไม่ใช่ทางของเธอ เพราะรู้สึกว่าชอบดูละคร ภาพยนตร์ และการเป็นนักกิจกรรม จึงเลือกสายนิเทศศาสตร์ 

    ก้อยเริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงสมทบที่โดดเด่นจนกลายเป็นที่จดจำในหลายบทบาท

    – Hormones 3 The Final Season: แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในบทดิว เด็กสาวผู้มั่นใจและแอบร้าย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีทักษะการแสดงที่ไม่ธรรมดา

    – O-Negative รักออกแบบไม่ได้: รับบทเป็นชมพู่ เพื่อนรักในกลุ่มที่สร้างรอยยิ้มและเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้ดีเยี่ยม

    – มีผลงานต่อเนื่องทั้งทางทีวีและสตรีมมิ่ง รวมถึงภาพยนตร์แนวสยองขวัญอย่าง The Whole Truth (ปริศนารอยแยก) ทาง Netflix

    ความเก่งของก้อยไม่ได้หยุดแค่การแสดง แต่ก้อยยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเจกต์ระดับประเทศหลายเรื่องอาทิ My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ก้อยเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทที่ทำให้กระแส หมอเป้ง-ทานตะวัน ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง, แปลรักฉันด้วยใจเธอ (I Told Sunset About You) ซีรีส์วายระดับขึ้นหิ้งที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในทีมร่วมเขียนบทที่ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

    ถ้าพูดถึงก้อยในยุคนี้ ต้องนึกถึงรายการ YouTube GoyNattyDream ที่เธอทำร่วมกับเพื่อนสนิท

    – รายการ “ถ้าหนูรับ พี่จะรักป่ะ” รายการวาไรตี้คุยกับหนุ่มฮอตที่มียอดวิวถล่มทลาย และสร้างชื่อเสียงให้เธอเป็นยูทูบเบอร์ระดับท็อปของไทย

    ด้วยบุคลิกที่ฉลาด มีไหวพริบ และเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ก้อยกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่หลายแบรนด์เลือกทำงานด้วยเสมอ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2914275&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yj6qyNEM9HlP1VgcXCcdw

  • “ราศีพิจิก” งานใหม่มาแรง ตำแหน่งพุ่ง การเงินมั่นคง ความรักต้องระวังผลประโยชน์แอบแฝง

    “ราศีพิจิก” งานใหม่มาแรง ตำแหน่งพุ่ง การเงินมั่นคง ความรักต้องระวังผลประโยชน์แอบแฝง

    สัปดาห์พยากรณ์/ ภิญโญ  พงศ์เจริญ

    พยากรณ์ระหว่างวันเสาร์ที่ 14 ก.พ. – วันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2569

    ราศีเมษ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  13  เมษายน – 14  พฤษภาคม

    จะมีคู่แข่งทางการงานเพิ่มขึ้น การวิ่งเต้นติดต่อประสานงานจะประสบความสำเร็จ จะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ  ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง  จะมีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมสำคัญมีโอกาสได้รู้จักกับบุคคลในระดับสูงและคนต่างถิ่นต่างแดน  การผลีผลามทำให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย  ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง  มีรายได้เข้ามาหลายทางเหนือความคาดหมาย  เงินทองถูกใช้จ่ายไปกับการเดินทาง  การสมาคมและการสังคมสงเคราะห์ การปรับปรุงที่อยู่อาศัย  มีโอกาสได้ซื้อทรัพย์สินของมีค่า จะได้รับการชำระหนี้ที่ผู้อื่นค้างชำระเป็นเวลานาน ควรระมัดระวังเรื่องการเงินให้ดี อาจถูกหลอกลวงได้ง่าย   

    ราศีพฤษภ   

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  พฤษภาคม – 14 มิถุนายน

    ผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการใหม่ๆ ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานทำที่พึงพอใจ    มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่  การเจรจาติดต่อประสานงานจะประสบความสำเร็จ  มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ตนเองปรารถนาเพื่อความสำเร็จ  มีเงินผ่านมือเข้ามามาก แต่ก็มีรายจ่ายมาก จึงไม่ค่อยมีเงินเก็บ จะได้สมบัติที่หายาก  เงินทองหมุนเวียนดีขึ้น หากมีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ มีงานหลายอย่างมาให้ทำ ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานสามารถแก้ไขได้โดยอาศัยความรู้ความสามารถตลอดจนอุปกรณ์การทำงานที่ทันสมัย  มีโอกาสได้ร่วมงานสังคมหลายครั้ง  ระวังจะเกิดศัตรูจากสาเหตุเล็กน้อย  ควรระวังเรื่องการคบเพื่อน  การไม่ยับยั้งชั่งใจหรือเอาแต่อารมณ์หรือมีโทสะบ่อยครั้ง  ทำให้มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานได้ง่าย

    ราศีเมถุน 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  มิถุนายน – 15  กรกฎาคม

    โชคดีมีรายได้เข้ามาหลายทาง มีโอกาสได้ลาภก้อนใหญ่ ทรัพย์สินที่ต้องการขายแต่ยังขายไม่ได้ก็จะขายได้ มีโอกาสได้ช่วยเหลือบุคคลอื่นบ้าง ไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันที่มั่นคง การใช้จ่ายควรประหยัดและเก็บออมไว้บ้าง  เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อยดีอยู่เสมอ การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า เพราะจะนำความเดือดร้อนมาสู่ท่านในภายหลัง  กำลังเนื้อหอม เพศตรงข้ามเข้ามาคบหาสมาคมทำให้มีความสนิทสนมกัน มีโอกาสเดินทางไปทำกิจกรรมร่วมกันนอกสถานที่หลายครั้ง  เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้แต่งงานหรือประกาศความสัมพันธ์กัน  นำคนรักไปเปิดเผยในสังคม  แต่ควรระมัดระวังการมีรักซ้อน  คนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถครองรักกันได้ด้วยดี  มีการพาไปท่องเที่ยวพักผ่อนและมีการให้สิ่งของที่มีค่าแก่กันด้วย

    ราศีกรกฎ  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  กรกฎาคม – 16  สิงหาคม

    มีโอกาสได้ทำงานสังคม  มีผู้ใหญ่ผู้อุปถัมภ์คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุน มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นหลายคน เป็นผู้ใหญ่คนมีเกียรติในสังคมเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถ  มีการวิ่งเต้นติดต่อเจรจาประสานงานจะมีมากขึ้น จะได้รับเกียรติมอบหมายให้ทำงานสำคัญที่มีความรับผิดชอบสูง  ควรรับฟังคำแนะนำของผู้ใหญ่ผู้รู้คนรอบข้างไว้บ้าง มีโอกาสได้เดินทางไกล จะมีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมสำคัญมีโอกาสได้รู้จักกับบุคคลในระดับสูง บุคคลแปลกหน้าต่างถิ่นต่างแดนหลายคน เป็นห้วงเวลาที่มีความเพียรพยายามและความตั้งใจในการทำงานสูง ผู้หลักผู้ใหญ่คนดีมีความรู้จะถ่อมตัวเข้ามาคบหาสมาคมด้วย  การขอความช่วยเหลือ  ขอความกรุณาปราณี การขอความร่วมมือร่วมใจจะประสบความสำเร็จ จะมีโชคลาภหรือเกิดผลกำไร

    ราศีสิงห์ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  สิงหาคม – 16  กันยายน

    ควรระมัดระวังการพูดจา  ควรพูดจาให้น้อยลง  คนใกล้ตัวจะหลงรัก  ความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง  ความหวาดระแวง  ความขี้หึงและอารมณ์ร้ายทำให้ความรักมีปัญหาได้  จึงควรเอาใจเขามาใส่ใจเราและยับยั้งชั่งใจให้ดี  มักจะมีเรื่องวุ่นวายในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อยู่เสมอ   ควรรอบคอบในการทำงาน จะได้ผลประโยชน์จากการงาน  ควรรักษาผลงานเก่าๆ และวิถีทางเก่าๆ ไว้ให้ดี  ท่านจะประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน  จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ  การงานที่ทำอยู่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น  ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากขึ้น ทำให้ได้ตำแหน่งที่ดีและมีความก้าวหน้า   มีเงินทองผ่านมือเข้ามามากกว่าปกติ  แต่มักจะใช้จ่ายเงินหมดไปในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยไม่สนใจการออมเท่าใดนัก  จึงไม่ค่อยมีเงินเก็บ   มีการซื้อหาทรัพย์สินมากขึ้น การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ  

    ราศีกันย์ 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  กันยายน – 16  ตุลาคม

    การงานมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี  มีงานใหม่ๆ เข้ามา   หุ้นส่วนและเพศตรงข้ามจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือ   มีการทำงานพิเศษด้วย   มีการปรับปรุงเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น  จะมีการเดินทางเพราะตำแหน่งหน้าที่การงาน  มีปัญหายุ่งยากต้องแก้ไข  ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรจึงจะประสบความสำเร็จ  มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถ  จะได้ทำงานพิเศษเกี่ยวกับการให้บริการสังคม  มีโอกาสได้เดินทางเพราะตำแหน่งหน้าที่การงาน  เป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่และบุคคลที่สัมพันธ์ด้วย  มีเงินทองเข้ามาหลายทาง เป็นเงินหมุนเวียนที่เกิดจากการทำงาน  เงินทองที่หามาได้จะถูกนำไปใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย  ยานพาหนะและการศึกษาต่อเสียเป็นส่วนใหญ่  คู่ครองคนรักสนใจท่านมากเป็นพิเศษ  ควรลดอาการจู้จี้ ขี้บ่นลงไปบ้างก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

    ราศีตุลย์  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  17  ตุลาคม  –  15  พฤศจิกายน

    เพศตรงข้ามที่ดีจะเข้ามาให้การสนับสนุนทำให้มีผลงานดีขึ้น  จะได้ทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถและวุฒิภาวะ   มีโอกาสได้ทำงานพิเศษเกี่ยวกับการให้บริการสังคม งานที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวมอีกด้วย มีการปรับปรุงเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น  โดยใช้ความละเอียดรอบคอบและความรับผิดชอบสูง มีโอกาสได้เดินทางเพราะตำแหน่งหน้าที่การงาน  จะเป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่และบุคคลที่สัมพันธ์ด้วย  เงินทองถูกใช้ไปเกี่ยวกับการรักษาหน้าตาในสังคม  มีเรื่องต้องใช้เงินอยู่เสมอ  ทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและจำใจ  เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย  การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า เงินทองถูกนำไปใช้ในการซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก  การปรับปรุงซ่อมแซมต่อเติมอาคารที่อยู่อาศัย 

    ราศีพิจิก  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  พฤศจิกายน – 15  ธันวาคม

    จะมีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำ  หากไม่จัดระบบให้ดีจะมีความสับสนวุ่นวาย  การงานที่ทำอยู่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น  เป็นที่ไว้วางใจของผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน  มีความพึงพอใจในผลงานของตน  ทำให้ได้ตำแหน่งที่ดีและมีความก้าวหน้า  การเงินหมุนเวียนดี  ฐานะการเงินเข้มแข็งขึ้น  ปัญหาที่เกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้  จะได้อุปกรณ์การทำงานที่ทันสมัย    มีโอกาสได้ออกงานแสดงผลงานหลายครั้ง  มีรายได้เข้ามาเป็นระยะๆ สิ่งที่ลงทุนหรือทำไว้จะประสบความสำเร็จ  การรู้จักบริหารเงินทองด้วยตนเอง  การใช้จ่ายควรรอคอบ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  การเงินจะดีขึ้นไปพร้อม ๆ กับตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้นด้วย  จะได้พบคู่รักที่เชิดหน้าชูตา  แต่แอบแฝงด้วยผลประโยชน์และความลุ่มหลง   รักใหม่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว  มีปัญหาอะไรก็ควรแก้ไขให้กระจ่างเสียแต่เนิ่นๆ  ก่อนที่จะเข้าใจผิดมากไป 

    ราศีธนู 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  16  ธันวาคม – 14 มกราคม

    มีโอกาสได้ศึกษาอบรมมีความรู้เพิ่มเติม มีการเจรจานัดหมายกำหนดการต่างๆ อันเป็นผลประโยชน์  มีการโต้ตอบทางการเจรจาและเอกสาร  ถึงแม้จะฉลาดก็ไม่วายถูกล่อลวงเรื่องการเงิน  ไม่ชอบการเสี่ยงโชคและการพนันขันต่อ  ไม่สนใจเรื่องจำนวนเงินมากนัก  แต่ไม่ประมาทในการใช้จ่าย  มีรายได้เข้ามาหลายทาง การบริหารจัดการทางการเงินและทรัพย์สินที่ดีทำให้ฐานะการเงินดีขึ้น มีโอกาสได้ช่วยเหลือบุคคลอื่น ไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงินโดยไม่มีหลักประกันที่มั่นคง การใช้จ่ายควรประหยัดและเก็บออมไว้บ้าง   มีการนัดหมายกับคนรัก  มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคนรัก  ทำให้เข้าใจกันในคนรักมากขึ้น  มีการโต้ตอบทางการเจรจาและเอกสาร  อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกับคนรัก 

    ราศีมังกร  

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15 มกราคม – 12  กุมภาพันธ์

    การมีแผนงานที่ดีและได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานทำให้การงานของท่านฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว   ควรมอบหมายหน้าที่การงานให้กับบริวารอย่างชัดเจน จะทุ่มเทให้เวลากับการทำงานมากขึ้น  ชาวราศีมังกรที่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวหรืองานอิสระก็จะได้รับงานเข้ามาจากมิตรสหายที่เคยคบกับมาตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตและมีค่าตอบแทนที่น่าพอใจมากๆ สำหรับชาวราศีมังกรที่ประกอบอาชีพอื่นๆจะได้รับผลดีจากการมีผู้ร่วมงานเพศตรงข้ามคอยชี้แนะประสบการณ์การทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารขององค์กรให้แก่ท่านเพราะเธอผู้นั้นเคยทำงานในลักษณะนี้มาก่อน   ได้เงินมามากก็ใช้เงินมากเช่นกัน  มีเรื่องต้องใช้เงินอยู่เสมอ  ทั้งรายจ่ายที่จำเป็นและจำใจ  ญาติบุตรบริวารทำให้ท่านมีรายจ่ายมากขึ้น 

    ราศีกุมภ์

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  13  กุมภาพันธ์ – 14  มีนาคม

    มีเกณฑ์ต้องเดินทางเพื่อที่จะไปติดต่องานต่างๆ รับรองการงานจะมั่นคงขึ้น  ควรรอบคอบเรื่องนิติกรรมสัญญา มีการเจรจาและจัดการเรื่องทรัพย์สินเงินทอง พี่น้องเพื่อนฝูงจะเป็นผู้สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางด้านการงาน  ชอบทำอะไรตามลำพังมากขึ้น แต่ผลงานที่ทำไว้กลับปรากฏเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน ผู้ใหญ่จะให้การสนับสนุนท่านเป็นอย่างดี  มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ ไม่ควรลงทุนในระยะนี้เพราะอยู่ในสภาวะแห่งการเสี่ยง มีรายได้เข้ามาหลายทาง ได้รับเงินจากผลงานที่ทำไว้ทำให้มีเงินทองมากขึ้น บัญชีการเงินเดินสะพัดดี มีโชคฟลุ้คโดยไม่คาดฝัน มีลาภจากทางไกล แต่ควรระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดี เพราะอาจจะเสียเงินโดยไม่จำเป็น ความรักจะเกิดจากความใกล้ชิดเป็นรักที่มีความสัมพันธ์แบบเพื่อนฝูงที่สนิทคอยช่วยเหลือและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน 

    ราศีมีน 

    ท่านที่เกิดระหว่างวันที่  15  มีนาคม – 12  เมษายน

    มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง  เงินทองถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยตลอดจนยวดยานพาหนะ  ตนเองมักจะไม่ได้ใช้จ่ายของตน  แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อคนอื่น มีความสำเร็จจากการต่อสู้แข่งขัน  จะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่ไม่ดี มีทุกขลาภหรือเรื่องอันคิดว่าเสียหายแล้ว หรือเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องเลวร้ายแต่ครั้งแล้วกลับได้รับประโยชน์จากเรื่องราวนั้นๆ  ได้ศึกษาวิชาลี้ลับมหัศจรรย์   ครุ่นคิดแต่เรื่องการเงิน การเสี่ยงโชคเป็นผล ใช้เงินเพื่อหาความสะดวกสบาย  ซื้อหาสิ่งของวัตถุอันประณีตและเชิดหน้าชูตา  จึงต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก   ชอบเรื่องความรักแต่ไม่ใช่รักของตนเอง  ชอบเป็นแม่สื่อแม่ชักช่วยเหลือคนอื่น  พบรักในเชิงนโยบายเพื่อผลประโยชน์เสียมากกว่ารักในอุดมคติ  ควรระวังอวัยวะตั้งแต่ตาตุ่มถึงปลายเท้าและระบบประสาทสัมผัสต่างๆ  ควรระวังรักษาสุขภาพดวงตาให้ดี  การใช้สายตามากจนไม่ได้พักผ่อนและแสงสว่างที่กล้ามากเกินไปย่อมเป็นอันตรายต่อสายตา 

    #ราศีพิจิก #ดวงวันนี้ #ดวงการเงิน #ดวงความรัก #ดวง12ราศี #สายมู #พยากรณ์ดวง #ดวงรายสัปดาห์ #ดวงแม่นๆ #12ราศี #ภิญโญพงศ์เจริญ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/horoscope/128746&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a4L4FCLuYFg_s5qP2rkZk

  • ตร.ท่องเที่ยว จับชาวอิสราเอล ลอบค้ายาเสพติด บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    ตร.ท่องเที่ยว จับชาวอิสราเอล ลอบค้ายาเสพติด บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    วันนี้ (14 ก.พ.2569) ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณหาดหินกอง หลังควบคุมตัวนายชาย อัลฟาซี ชาวอิสราเอล เจ้าของร้านได้ ขณะถูกวางแผนล่อซื้อยาเสพติด

    จากการตรวจค้น พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบ มีน้ำหนักมากผิดปกติ เมื่อตรวจค้นพบช่องลับภายในมียาเสพติดหลายชนิด ทั้ง โคเคน ยาอี เฮโรอีน เห็ดขี้ควาย รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ พร้อมควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลถึงเครือข่ายชาวต่างชาติที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว

    การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามี ชายชาวอิสราเอลลักลอบค้ายาเสพติดให้นักท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน จึงวางแผนล่อซื้อโดยติดต่อผ่าน “WhatsApp” เพื่อเจรจาซื้อขาย ก่อนจะระบุพิกัด รับ-ส่งสินค้า โดยผู้ขายจะไม่ปรากฏตัว ครั้งนี้ผู้ขายใช้วิธีบรรจุยาเสพติดไว้ในถุงเท้า และวางไว้ทิ้งเพื่อให้ลูกค้ามารับ จากนั้นลูกค้าจ่ายเงินสดไว้ในถุงเท้าเหมือนเดิม โดยลูกค้าต้องถ่ายคลิปเป็นหลักฐานส่งให้ผู้ขาย จนกระทั่งนายชาย อัลฟาซี ปรากฏตัวและหยิบเงินในถุงเท้า เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว

    บุกทลายฟาร์มกัญชาทุนต่างชาติ กลางเมืองท่องเที่ยวจ.กระบี่ พบใช้คนไทยเป็น “นอมินี”

    รวบชาวอิสราเอล ปาร์ตี้ยาเสพติด บนเกาะพะงัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502196&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PhA8_bdayIn-R8i9zNmgd

  • นิทรรศการตามรอยยูเอฟโอ รวมพลเอเลี่ยน

    นิทรรศการตามรอยยูเอฟโอ รวมพลเอเลี่ยน

    เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านโปรเจ็กต์ “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ที่ผสานเรื่องราวความเชื่อ ความสนใจเฉพาะกลุ่ม (Subculture) และมุมมองทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ เปิดมิติเที่ยวไทยอย่างแตกต่าง เตรียมยกขบวนคนเอเลี่ยนเงยหน้ามองฟ้า ออกเดินทางตามรอยยูเอฟโอ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้ทิศทาง The New Thailand ที่เน้นให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าปริมาณผ่านแนวคิด Amazing 5 Economy โดยมี Sub-Culture Economy เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเปลี่ยนความสนใจเฉพาะกลุ่มให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เพื่อร่วมผลักดันเป้าหมายรายได้รวมทางการท่องเที่ยวของประเทศสู่ 3 ล้านล้านบาทตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยการจัดงาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ถือเป็นโครงการนำร่องที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) ตั้งใจใช้ขยายผลให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยหยิบยกเรื่องราวของ UFO มาสร้างสรรค์เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงความรู้และประสบการณ์ (Experiential Tourism) ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีการจัดงานลักษณะนี้มาก่อนในประเทศไทย แม้จะเป็นการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แต่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและมีความลุ่มลึกในความสนใจ ททท. เชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นแม่เหล็กสำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้ประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของโลกยุคใหม่ รวมถึงจะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวกลุ่ม Sub-Culture ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างจุดขายที่แปลกใหม่และแข็งแกร่ง เป็นการยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม”

    “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” มีกำหนดจัดงาน 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์ ที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ UFO Spaceship
    สัมผัสความลับภายในยานยูเอฟโอจำลองขนาดเท่าของจริง ตั้งตระหง่านให้เห็นแบบเต็มตา รายละเอียดจัดเต็มทุกองศา ที่แรก ที่เดียว ในประเทศไทย Stargate สัมผัสประสบการณ์ประตูข้ามดวงดาว Stargate กับแสง สี และบรรยากาศที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเดินผ่านมิติสู่จักรวาลอีกด้าน UFO Crash Site เขตห้ามเข้า ซากยานยูเอฟโอที่พังอยู่ต่อหน้าต่อตา พร้อมแสง เสียง และบรรยากาศชวนตั้งคำถามว่า “นี่คืออุบัติเหตุ…หรือการมาเยือน?” Aline Morgue พื้นที่ลับสำหรับตรวจสอบสิ่งมีชีวิตนอกโลก แสงไฟเย็นเฉียบและบรรยากาศชวนขนลุก ทุกสายตาจะถูกดึงให้ตั้งคำถามว่า “เขามาจากไหน…และมาที่นี่ทำไม?” Twin Wheel ชิงช้าสวรรค์คู่ ตกแต่งด้วยไฟสีเขียว เครื่องเล่นงานวัดแบบไทย มีไว้ให้มนุษย์ต่างดาวขึ้นฟรี

    ชมนิทรรศการ UFOLOGY นิทรรศการยูเอฟโอที่จะพาคุณย้อนเวลาสำรวจวิวัฒนาการของ Alien Species และรูปทรงยาน UFO ตลอดกว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมาจากบันทึกลับ ภาพจำลอง และข่าวยูเอฟโอในเมืองไทย Disaster-Resilient House บ้านแห่งอนาคตสำหรับโลกวันพรุ่งนี้ โครงสร้างอัจฉริยะ วัสดุล้ำและระบบป้องกันขั้นสูงออกแบบมาเพื่อรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ Alien Costume Rental เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลยูเอฟโอ ชุดเอเลี่ยนดีไซน์จัดเต็ม พร้อมอุปกรณ์เสริมสุดล้ำ…เลือกได้ตามสไตล์คุณ UFO’s Lover Market ตลาดรวมไอเดียของสายยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาว อัดแน่นด้วยของสะสม งานดีไซน์ และไอเทมแรร์ตั้งแต่ เสื้อยืด, Tensor Ring, หน้ากาก, พวงกุญแจ, หมวก ไปจนถึงตุ๊กตาเอเลี่ยน Open your mind, Look to the sky
    ช่วงเวลาสุดพิเศษ ร่วมมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วสังเกตุอวกาศ ค้นหาสัญญาณจากยูเอฟโอพร้อมกัน ในเวลา 1 ทุ่มตรงของทุกวัน และ UFO Valentine พิเศษ 14 กุมภา วาเลนไทน์ รับจดทะเบียนสมรสใต้ปีกยูเอฟโอ 14 คู่แรก รับสิทธิพิเศษในงาน แบบสุดล้ำ ฉ่ำหวาน แปลกใหม่ไม่มีใครเหมือน นอกจากนี้ มีกิจกรรมอีกมากมาย

      นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า ในฐานะเจ้าบ้าน จังหวัดนครนายกมีความพร้อมเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ความแปลกใหม่ของคอนเซปต์งาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” นี้ เชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงดึงดูดให้คนเดินทางมาเยือนจังหวัดนครนายกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของที่พัก ร้านอาหาร และการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากตามนโยบายเมืองน่าเที่ยวอย่างแท้จริง”

      นายจักราวุธ สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล กรมชลประทาน กล่าวเสริมในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จัดงานว่า “เขื่อนขุนด่านปราการชลมีศักยภาพสูงในการรองรับงานระดับประเทศ ทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่จอดรถ และทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายในช่วงนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และการสังเกตการณ์ท้องฟ้า ซึ่งจะสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานในครั้งนี้”

      ชวนทุกคนร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ งานเดียวที่จะชวนเงยหน้ามองฟ้า รวมพลคนเชื่อ คนชอบ คนอยากรู้ในงาน “Thailand UFO Days ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน” ระหว่างวันที่ 13–15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

      งานนี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: Thailand UFO Days หรือ Thailand Festival, เว็บไซต์ www.thailandfestival.org หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

      เพิ่มเพื่อน

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/947578/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RaTqwAWOOAZZtf24D_GMd

    1. วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้  ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้ ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      ภูมิภาค

      วันแห่งความรัก อ.นาดีบูมท่องเที่ยว-ตีทะเบียนคู่รัก มอบบัตรของขวัญร้านอาหารหรู-โรงแรม ช่อดอกไม้ ไข่ไก่คู่ละ 1 กระบะ

      วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.38 น.

      ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

      เมื่อเวลา16.55 น.วันที่ 14 กุมภาพันธุ์  2569  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแห่งความรัก  ที่สำนักงานทะเบียนอำเภอนาดี  อำเภอนาดี  พื้นที่เป็นที่ตั้งเดียวของ จ.ปราจีนบุรี ที่มีอุทยานแห่งชาติฯมรดกโลกทางธรรมชาติ รวมถึง 3 แห่งในอำเภอเดียว และเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7ของโลก สร้างรายได้ท่องเที่ยวมหาศาล ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานฯแห่งแรกของไทย อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานฯที่มีต้นลานในธรรมชาติมากกว่าล้าน ๆ ต้นแห่งสุดท้ายของไทย และ อุทยานแห่งชาติปางสีดา, 

      อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาโครงการพระราชดำริแหล่งน้ำขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายในรัชกาลที่9, พื้นที่ตั้งอุโมงค์แห่งแรกของไทยเชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นให้สัตว์ป่าเดินข้ามการผจญภัยเรือยางล่องแก่งหินเพิงบนธารน้ำใสใหญ่บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก วัดรัตนเนตตาราม  หรือที่เรียกกันว่า วัดล้านหอย ประติมากดรรมตกแต่งด้วยเปลือกหอยมากกว่าล้านๆตัว

      นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี ได้เปิดให้บริการประชาชนโดยเฉพาะ“คู่รัก” ได้จดทะเบียนสมรสเนื่องในวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์  2569 ซึ่งบรรยากาศการจดทะเบียนเป็นไปอย่างคึกคัก 

      บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ในโอกาสนี้นายอำเภอนาดีได้มอบของที่ระลึกให้กับคู่รักด้วย ประกอบด้วย ช่อดอกไม้ใหญ่  ไข่ไก่คู่ละ 1กระบะ หมอนชิดคู่รัก  และ ผู้โชคดีรับรางวัลบัตรของขวัญรับประทานร้านอาหารอร่อย-มอบบัตรที่พัก (Gift Voucher) เดอนาดี โรงแรมหรู  ผักปลอดสาร มอบชุดน้ำผึ้ง  แก่คู่รักในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยท่ามกลางคู่รัก 14 คู่

      ขณะพื้นที่ อ.กบินทร์บุรีย่านที่ตั้งแถบนิคมอุตสาหกรรมสวนอุตสาหกรรมสหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี  หลังออกกะเลิกงานช่วงเย็น พบหนุ่ม-สาว “ฉันทนา” ยังคงซื้อดอกกุหลาบมอบให้คนรักคึกคัก โดยเลือกซื้อหาดอกกุหลาบที่ชื่นชอบ บางคนเลือกซื้อเป็นดอกกุหลาบสด บางรายเลือกซื้อเป็นดอกกุหลาบแห้ง เลือกซื้อราคาที่เหมาะสม ซึ่งดอกกุหลาบสดดอก 20 บาท ถึงช่อละ 200บาท 

      ส่วนการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ มีคู่รักหนุ่มสาวเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี บางตา   ปีนี้ทางฝ่ายทะเบียนราษฎร์ยังคงเปิดโอกาสให้คู่รักจดทะเบียนสมรสกันในวันแห่งความรัก ปีนี้ทางอำเภอกบินทร์บุรีได้จัดให้จดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักอย่างเรียบง่าย   พบมีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสกันบางตา วันนี้คู่รักพี่เดินทางมาจดทะเบียนสมรสคู่แรกระหว่างนายกฤษณะ ชื่นคุ้ม และ นางสาวธารมล ขยันกิจ โดยมีนางสาววิลาวัลย์ ณรงค์สระน้อย ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ได้เป็นสิทธิพยานและมอบทะเบียนสมรสคู่บ่าวสาว ขอให้คู่รักใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขและรักกันนานๆตลอดไป

      นายกษิดิษฐ์ จีระพันธ์ และนางสาวรัตนาวดี สีสิงห์ คู่รักได้กล่าวว่า   รักแฟนสาวมาก จึงได้เดินทางมาจดทะเบียนสมรสกันในวันแห่งความรักวันนี้นางสาวรัตนาวดี แฟนสาวกล่าวว่าอยากให้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว เชื่อว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้
       

      ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466116&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SYRM1Dx-CL3secvnlRAzD

    2. สุดปัง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทยต่อเนื่องเกินวันละแสนคน

      สุดปัง นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทยต่อเนื่องเกินวันละแสนคน

      ‘ปลัดท่องเที่ยว’ เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุวันละแสนคนต่อเนื่อง สะสมกว่า 4.65 ล้านคน รายได้พุ่ง 2.3 แสนล้านบาทย้ำจุดขายใหม่ ‘คุณภาพ–ความปลอดภัย’ เสริมความเชื่อมั่น คาดปี 69 ฟื้นตัวไม่ต่ำกว่าก่อนโควิด

      14 ก.พ.2569-นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวระหว่างประเทศประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสะท้อนภาพรวมการเดินทางเข้าประเทศไทยที่ยังคงคึกคักต่อเนื่อง เกินวันละแสนคนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยในวันดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 125,976 คน

      สำหรับภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวสะสมแล้วกว่า 4,650,827 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 230,742 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์ใหม่ เสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม  ซึ่งหากมาตรการต่างๆยังคงดำเนินไปได้ตามแผน คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวและรายได้ไม่ต่ำกว่าปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด 19

      นางสาวนัทรียา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์การท่องเที่ยวโลกจะมีความท้าทายหลายด้าน แต่ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดสำคัญ เช่น จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่เดินทางเข้ามามากที่สุด  โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ดีอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นผลจากความพร้อมของประเทศไทยและการปรับกระบวนยุทธ์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ ทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มาตรฐานการบริการ และที่ความคัญ การเสริมสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย รวมไปถึงการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และยั่งยืนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

      “ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังเติบโตต่อเนื่อง เป็นสัญญาณชัดเจนว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และมีการปรับตัวรับกระแสการเดินทางรูปแบบใหม่ๆ  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้อัตลักษณ์พื้นที่เป็นจุดขาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชุมชนอย่างทั่วถึง“นางนัทรียา กล่าว

      นางสาวนัทรียา กล่าวย้ำว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินหน้ารักษา momentum การท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงประเมินและบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพื่อป้องกันผลกระทบวงกว้าง รวมถึงด้านความปลอดภัย และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก พร้อมเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว

      เพิ่มเพื่อน

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/947622/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06YNMmiXm2KfdjS1Gwo8Od

    3. ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

      ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

      วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย คณะผู้บริหารจังหวัด ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดงานเทศกาลดนตรี “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” (Nanglen Music Festival) ประจำปี 2569 ณ สวนไทรโยคแลนด์ กาญจนบุรี โดยมี “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม ผู้บริหารจาก GMM Show ในเครือ GMM Music ให้การต้อนรับและนำชมการบริหารจัดการภายในงาน

      ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองและศูนย์ปฏิบัติการร่วม (Police Station) เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างทั่วถึง ด้านการจราจร วางแผนร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน ลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ และการส่งเสริมเศรษฐกิจ งานนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและที่พักในจังหวัดกาญจนบุรีในช่วงเทศกาล

      ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกาญจนบุรี โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับความประทับใจกลับไป

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129382&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1opCjmCcs2IsNSlnhncSMJ

    4. ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ธุรกิจผวา “สุญญากาศการเมือง” ฉุดเศรษฐกิจชะงัก เสี่ยงลากยาวไตรมาส 2

      ภาคธุรกิจส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ช่วงเปราะบางท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางการเมืองระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจกินเวลานานราว 2 เดือน หรือยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 ของปี ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐชะลอตัว การลงทุนใหม่หยุดนิ่ง และกำลังซื้อในประเทศอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ

      นาย สรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ช่วงสุญญากาศทางการเมืองถือเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการทำงานของภาครัฐถูกจำกัด ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเพิ่มสูง และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเริ่มสั่นคลอน

      แบ่งผลกระทบ 3 ระยะ เสี่ยงลามจากระยะสั้นสู่โครงสร้างเศรษฐกิจ

      นายสรเทพประเมินว่า ผลกระทบจากสุญญากาศทางการเมืองสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ซึ่งแต่ละระยะมีความรุนแรงและความเสี่ยงแตกต่างกัน

      ระยะแรก ยุบสภา–เลือกตั้ง (ราว 60 วัน)

      ในช่วงที่รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ โดยเฉพาะโครงการใหม่ ส่งผลให้เศรษฐกิจที่เคยเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการก่อนหน้ากลับชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างชัดเจนคือ เมื่อมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “คนละครึ่งพลัส” หยุดลงกำลังซื้อในระบบก็หายไปทันที กระทบผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจบริการโดยตรง

      นาย สรเทพ โรจน์พจนารัช

      อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกในระยะนี้คือการที่ช่วงยุบสภาตรงกับฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ยวันละกว่า 1 แสนคน ช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร แม้จะเป็นเพียงแรงประคองชั่วคราว

      ระยะกลาง หลังเลือกตั้ง–รอความชัดเจนนโยบาย

      ความน่ากังวลในระยะนี้คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น ภาคใต้และอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดที่ประสบอุทกภัยรุนแรงก่อนหน้านี้ มาตรการฟื้นฟู SME การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตประชาชนยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่

      ขณะเดียวกันสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนและเศรษฐกิจของ 6 จังหวัดที่พึ่งพาการค้าข้ามแดนเป็นหลัก เมื่อมีการปิดด่านหรือจำกัดการผ่านเข้าออก ย่อมกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่โดยตรง อีกทั้งการเจรจาระหว่างประเทศด้านการค้า ภาษี และมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมักชะลอ เพราะยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือก “ชะลอการตัดสินใจ” เพื่อรอดูทิศทางนโยบาย ส่งผลให้การลงทุนใหม่หยุดนิ่ง

      ระยะปลาย รอจัดตั้งรัฐบาล–ถวายสัตย์ปฏิญาณ

      ระยะนี้ถูกมองว่าน่ากังวลมากที่สุด หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 ข้าราชการในหลายกระทรวงมักอยู่ในโหมด “เกียร์ว่าง” เพื่อรอดูนโยบายและตัวรัฐมนตรีใหม่ การอนุมัติโครงการ การเบิกจ่ายงบประมาณ และการผลักดันนโยบายสำคัญจึงชะลอลงหรือหยุดไปโดยปริยาย กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

      ชี้ 3 ภารกิจเร่งด่วน รัฐบาลใหม่ต้องทำทันที

      หากได้รัฐบาลใหม่ นายสรเทพเสนอ 3 เรื่องเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่ควรดำเนินการทันที เพื่อประคองเศรษฐกิจและฟื้นความเชื่อมั่น

      1.อัดฉีดและฟื้นฟู SME โดยเฉพาะ Micro และ Nano SME

      เศรษฐกิจที่ซบเซายาวนานทำให้ SME จำนวนมากขาดสภาพคล่อง มาตรการที่ผ่านมาเข้าถึงเพียง SME ที่อยู่ในระบบภาษี ขณะที่ Micro SME ซึ่งมีมากกว่า 1.8 ล้านราย กลับเข้าไม่ถึงแหล่งทุน ทั้งที่ต้องการเงินกู้เพียงหลักหมื่นถึงแสนบาทเพื่อประคองธุรกิจ

      2.ผลักดันการส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

      การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักอันดับ 2 ของประเทศ มีแรงงานกว่า 3.9 ล้านคน และสร้างรายได้มากกว่า 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ที่ผ่านมา นโยบายยังขาดความต่อเนื่องและชัดเจน มักเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น

      3.ดูแลธุรกิจร้านอาหารอย่างเป็นระบบ

      ธุรกิจร้านอาหารมีห่วงโซ่อุปทานกว้าง ตั้งแต่เกษตรกร ตลาดสด แรงงาน ไปจนถึงผู้บริโภค มีแรงงานอยู่ในระบบราว 1.75 ล้านคน แต่กลับไม่ได้รับการดูแลเชิงนโยบายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะร้านอาหาร SME และ Micro SME

      ทั้งนี้ความเร็วและความชัดเจนของรัฐบาลใหม่จะเป็นปัจจัยชี้ขาด หากปล่อยให้สุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยอาจสูญเสียโอกาสฟื้นตัว และความเสียหายอาจลุกลามจากระยะสั้นไปสู่เชิงโครงสร้างในระยะยาว

      ———————————-
      News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/651473&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zVEdhygNTt_8vGvM3ICcu