Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    14 ก.พ.69 เวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ณ เวทีกลาง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาสให้ได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติรักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้จนถึงทุกวันนี้

    “ผมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับคำว่า บ้านเกิดเมืองนอน เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด ก็จะทำทุกอย่าง เพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ไว้ให้ลูกหลาน”

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน จ.ลพบุรี

    นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนใน จ.ลพบุรี ที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ เป็นที่ภาคภูมิใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66579&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ko0FKHWYxeP5m2QUlPzV8

  • ‘เคทีซี’ แนะของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าของขวัญระยะสั้น

    ‘เคทีซี’ แนะของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าของขวัญระยะสั้น

    ภายใต้บริบทค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 7–10% ผนวกกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน คู่รักจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจกับการสร้างหลักประกันในอนาคตมากกว่าการเลือกซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ในวันสำคัญ โดยให้ความสำคัญต่อ “ความมั่นคงในระยะยาว” ที่ช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตและสร้างความสบายใจให้กันมากขึ้น

    14 ก.พ. 2569 – บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี มองเห็นสัญญาณนี้ชัดเจน และเชิญชวนให้คู่รักใช้วาเลนไทน์เป็น “วันแห่งการทบทวนอนาคต” ร่วมกัน ผ่านการวางแผนประกันชีวิต การดูแลสุขภาพ และการจัดการการเงินอย่างมีระบบ เปรียบเสมือนการสร้าง “พอร์ตความอุ่นใจ” ที่เติบโตไปพร้อมความรักของทั้งคู่

    ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังสะท้อนบรรยากาศการจับจ่ายช่วงวาเลนไทน์อย่างคึกคัก คาดการณ์เม็ดเงินสะพัดสูงสุดในรอบ 6 ปี รวมกว่า 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากปีก่อน โดยมี “Gen X” เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุดในปีนี้

    ของขวัญสวยงามหนึ่งวัน vs. ต้นทุนความเสี่ยงทั้งปี

    แม้ของขวัญวาเลนไทน์ยังคงได้รับความนิยม แต่หลายคู่เริ่มมองความจริงว่า ค่าดอกไม้พรีเมียมเฉลี่ยหลักพัน แต่ค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินอาจแตะหลักหมื่นถึงหลักแสน และมากกว่า 1 ใน 3 ของครอบครัวไทยต้องดึงเงินเก็บมาใช้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำให้คู่รักจำนวนมากเห็นพ้องกันว่า “ความรักที่ดี” ไม่ใช่แค่ความหวาน แต่คือการลดความเสี่ยงให้กันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การวางแผนประกันจึงทำหน้าที่เหมือนการให้ของขวัญที่ใช้ได้ตลอดปี เป็นความสบายใจแบบรายวันที่มอบให้กันในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

     เริ่มใช้วาเลนไทน์เป็น Checkpoint ด้านความมั่นคง ประเด็นที่ควรทบทวนร่วมกัน ได้แก่

    • ความคุ้มครองสุขภาพมีเพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลปัจจุบันหรือไม่

    • ผู้รับผลประโยชน์ได้รับการระบุอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือยัง

    • หากมีการแต่งงาน มีบุตร หรือมีผู้สูงอายุในครอบครัว ควรเสริมความคุ้มครองด้านใด

    • ภาระหนี้ รายได้ และเงินสำรองของครอบครัวยังรองรับความเสี่ยงได้หรือไม่

    เคทีซี อินชัวร์พลัส (KTC Insure+) ช่วยออกแบบแผนคุ้มครองให้เหมาะกับทุกความสัมพันธ์ เพื่อตอบรับ จึงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ผู้ถือบัตรวางแผนความคุ้มครองแบบครบวงจร ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และแผนคุ้มครองตามงบประมาณ พร้อมเปรียบเทียบความคุ้มครองจากหลากหลายบริษัทประกันในที่เดียว

    ทำให้คู่รัก ครอบครัว และคนวัยทำงาน สามารถเริ่มต้น “พอร์ตความอุ่นใจ” ได้ง่ายขึ้นในราคาที่ควบคุมได้ ในยุคที่ค่ารักษา ค่าเบี้ยประกัน และความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นทุกปี ความรักที่มั่นคงที่สุดอาจเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ คือการนั่งลงวางแผนร่วมกันอย่างรับผิดชอบ เพราะบางครั้งการปกป้องอนาคต คือคำบอกรักที่จริงใจที่สุด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/947551/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e8qMi7Qic3edNtQ7AyWHU

  • ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

    โดยมีนายพชร ทองสุข ปลัดอำเภอเกาะสมุย (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมเฉวง วิทยาลัยสหวิทยาการเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ

    รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ ประมาณ 180 คน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    งานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพ การเดินทางไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

    โดย กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน (1,080 วัน)

    โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน และได้นำมาจัดการประชุมเพื่อเสนอสรุปผลการศึกษาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ

    ตลอดการดำเนินงานของโครงการ ได้รับความสนใจและความร่วมมือตลอดจนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้มีส่วนร่วมกันตั้งแต่การคัดเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 7 แนวสายทางเลือก ร่วมกันกำหนดแนวเส้นทาง รูปแบบของโครงการ พิจารณามาตรการสำหรับการพัฒนาโครงการ จนได้ข้อสรุปผลแนวเส้นทางและรูปแบบของโครงการที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการลงทุน และสิ่งแวดล้อม

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    สรุปแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นโครงการ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร

    รูปแบบของถนนในโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรระดับดิน มีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร บนเขตทางกว้าง 40 เมตร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ กรณีที่มีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกจะใช้เขตทางรวม 70 เมตร มีทางเข้า-ออก 3 แห่ง 

    สำหรับโครงสร้างสะพานข้ามทะเล มีระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้วิธีก่อสร้างเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จให้มากที่สุด เพื่อลดกิจกรรมการก่อสร้างในทะเลให้น้อยที่สุด และจะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) ที่มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร ซึ่งจะมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่านชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยจะมีแปลงที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 277 แปลงและมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆในแนวเขตเวนคืน จำนวน 45 หลัง ซึ่งจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 หลักการสำคัญในการทดแทนค่าที่ดินจะอ้างอิงราคาการซื้อขายกันในท้องตลาดและมีกระบวนการและขั้นตอนที่ให้ความเป็นธรรม

    สรุปผลการศึกษาด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งในเกาะสมุย ฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้โครงการนี้เป็นทางพิเศษเชื่อมแผ่นดินกับเกาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่มีประโยชน์สูงสุด เป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง

    รวมทั้งเป็นทางพิเศษโครงการแรกที่มีการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณูปโภคในการที่จะนำระบบไฟฟ้า ประปา และสื่อสาร ข้ามทะเลมายังเกาะสมุยบนโครงสร้างทางพิเศษ ซึ่งจะทำให้ระบบเหล่านั้นมีความมั่นคง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เต็มประสิทธิภาพ

    ทางโครงการได้จัดการประชุมนี้เป็น 3 เวที เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าร่วมการประชุมและเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก โดยจัดการประชุมสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และพื้นที่อำเภอเกาะสมุยในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

    หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ครั้งนี้แล้ว กทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ.2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GZ6gjQVuc8NUF7Owq4b7K

  • ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีลุยตรวจ “นั่งเล่น มิวสิค เฟสติวัล” ชูความปลอดภัย-ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129382&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1opCjmCcs2IsNSlnhncSMJ

  • ม.เกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตร KU VIPS รุ่นที่ 4 ปั้นผู้นำนวัตกรรมสังคมขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน | เดลินิวส์

    ม.เกษตรศาสตร์ เปิดหลักสูตร KU VIPS รุ่นที่ 4 ปั้นผู้นำนวัตกรรมสังคมขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน | เดลินิวส์

    ที่ห้องทิวลิป โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดพิธีเปิดและปฐมนิเทศ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารระดับสูงด้านการสร้างคุณค่า นวัตกรรมสังคม และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน (Kasetsart University Value Creation & Innovation for Professionals and Sustainability : KU VIPS) รุ่นที่ 4โดยมี ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ เพื่อเดินหน้าสร้างบุคลากรระดับผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศ

    บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีผู้บริหารและบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมรับการอบรม อาทิ นายพงษบุตร อวยชัยวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), คุณศจี วงศ์อําไพ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากช่อง 7, ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (โค้ชซิโก้) อดีตนักฟุตบอลและหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย รวมถึง พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกจำนวนมาก

    ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม ได้กล่าวถึงทิศทางของหลักสูตรว่า ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บทบาทของผู้นำจึงต้องเปลี่ยนไป ความสำเร็จขององค์กรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวต่อสังคมด้วย หลักสูตร KU VIPS จึงถูกออกแบบมาเพื่อบ่มเพาะผู้นำให้มีความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง มีความกล้าในการตัดสินใจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมสังคมเข้ากับการบริหารงานได้อย่างยั่งยืน

    ขณะที่ ผศ.นาวาอากาศโท หญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ และประธานอำนวยการหลักสูตรฯ เปิดเผยรายละเอียดว่า หลักสูตรนี้เป็นรูปแบบ Executive Program ระยะเวลา 4–5 เดือน ที่เน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน ทั้งการรับฟังบรรยายเชิงลึก การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้บริหาร และที่สำคัญคือการทำโครงงานนวัตกรรมสังคม (Social Innovation Project) ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้จริง

    เป้าหมายสำคัญของ KU VIPS คือการสร้างผู้นำที่มี “มุมมองเชิงระบบ” (Systems Thinking) และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่น ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนสังคม โดยมุ่งหวังว่าผู้เข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 4 นี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการนำพาองค์กรและประเทศชาติไปสู่อนาคตที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สืบไป

    ขอบคุณภาพจากเพจ kuvips

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5602793/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04IzzEsInv-1VZwPuQR7d6

  • ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

    โดยมีนายพชร ทองสุข ปลัดอำเภอเกาะสมุย (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) กล่าวต้อนรับ ณ ห้องประชุมเฉวง วิทยาลัยสหวิทยาการเกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ

    รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจ ประมาณ 180 คน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    งานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพ การเดินทางไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

    โดย กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน (1,080 วัน)

    โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน และได้นำมาจัดการประชุมเพื่อเสนอสรุปผลการศึกษาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ

    ตลอดการดำเนินงานของโครงการ ได้รับความสนใจและความร่วมมือตลอดจนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้มีส่วนร่วมกันตั้งแต่การคัดเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 7 แนวสายทางเลือก ร่วมกันกำหนดแนวเส้นทาง รูปแบบของโครงการ พิจารณามาตรการสำหรับการพัฒนาโครงการ จนได้ข้อสรุปผลแนวเส้นทางและรูปแบบของโครงการที่มีความเหมาะสมที่สุด ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจการลงทุน และสิ่งแวดล้อม

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    สรุปแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นโครงการ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการ โดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร

    รูปแบบของถนนในโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรระดับดิน มีระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร บนเขตทางกว้าง 40 เมตร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ กรณีที่มีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกจะใช้เขตทางรวม 70 เมตร มีทางเข้า-ออก 3 แห่ง 

    สำหรับโครงสร้างสะพานข้ามทะเล มีระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้วิธีก่อสร้างเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จให้มากที่สุด เพื่อลดกิจกรรมการก่อสร้างในทะเลให้น้อยที่สุด และจะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) ที่มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร ซึ่งจะมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่านชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยจะมีแปลงที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 277 แปลงและมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆในแนวเขตเวนคืน จำนวน 45 หลัง ซึ่งจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 หลักการสำคัญในการทดแทนค่าที่ดินจะอ้างอิงราคาการซื้อขายกันในท้องตลาดและมีกระบวนการและขั้นตอนที่ให้ความเป็นธรรม

    สรุปผลการศึกษาด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งในเกาะสมุย ฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้โครงการนี้เป็นทางพิเศษเชื่อมแผ่นดินกับเกาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่มีประโยชน์สูงสุด เป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อง

    รวมทั้งเป็นทางพิเศษโครงการแรกที่มีการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานสาธารณูปโภคในการที่จะนำระบบไฟฟ้า ประปา และสื่อสาร ข้ามทะเลมายังเกาะสมุยบนโครงสร้างทางพิเศษ ซึ่งจะทำให้ระบบเหล่านั้นมีความมั่นคง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่ และสนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เต็มประสิทธิภาพ

    ทางโครงการได้จัดการประชุมนี้เป็น 3 เวที เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าร่วมการประชุมและเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก โดยจัดการประชุมสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และพื้นที่อำเภอเกาะสมุยในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

    หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ครั้งนี้แล้ว กทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ.2576

    ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738020&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GZ6gjQVuc8NUF7Owq4b7K

  • ครั้งแรกในไทย ! พบตะโขงในธรรมชาติ หลังเชื่อสูญพันธุ์ไปแล้ว ตะลึงไม่ได้มีตัวเดียว

    ครั้งแรกในไทย ! พบตะโขงในธรรมชาติ หลังเชื่อสูญพันธุ์ไปแล้ว ตะลึงไม่ได้มีตัวเดียว

              ครั้งแรกในไทย ! พบตะโขงในธรรมชาติ ยาวประมาณ 3 เมตร ที่คลองใน จ.นราธิวาส แม้เชื่อสูญพันธุ์จากไทยไปแล้ว ย้ำสถานะ ห้ามล่าหรือค้าเด็ดขาด

    พบตะโขงในธรรมชาติ ครั้งแรกในไทย

    พบตะโขงในธรรมชาติ ครั้งแรกในไทย

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division

              วานนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) เฟซบุ๊ก กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิชาการสัตว์ป่า ภายใต้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยรายงานการพบตะโขงในธรรมชาติครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีการพบตะโขง ความยาว 3 เมตร ในคลองบางสน อ.ตากใบ จ. นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ยืนยันได้จากภาพถ่าย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายภาพและสามารถจำแนกชนิดได้อย่างชัดเจน

              จากการสอบถาม นายณัฐวุฒิ ยืนชนม์ ผู้บันทึกภาพ เล่าว่าพบตะโขงลอยคออยู่ริมคลองในตอนหัวค่ำ ความยาวประมาณ 3 เมตร จึงเข้าไปใกล้และใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพ จากนั้นมีชาวบ้านเข้าไปดูมากขึ้น ตะโขงตัวนี้จึงว่ายน้ำหายไปในความมืด 

    พบตะโขงในธรรมชาติ ครั้งแรกในไทย

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division

              ต่อมาวันที่ 26 มกราคม ทีมจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา ได้ไปตามหา โดยการเดินส่องไฟหาในบริเวณริมคลองที่พบก่อนหน้านี้ พบตะโขงในบริเวณที่ไม่ไกลจากที่พบครั้งแรกมากนัก แต่ไม่สามารถถ่ายภาพได้เนื่องจากพบตะโขงขณะว่ายน้ำหนีไป

              อย่างไรก็ตาม ตะโขงที่พบครั้งนี้ความยาวเพียง 1.5 เมตร จึงอนุมานได้ว่ามีตะโขงในบริเวณนี้ไม่น้อยกว่า 2 ตัว

              สำหรับ ตะโขง (False gharial) มีสถานภาพเป็นสัตว์ชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ตาม IUCN red list ในปี 2566 และในประเทศไทยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้ว แต่จากรายงานการพบเห็นล่าสุด ประเทศไทยยังมีตะโขงอย่างแน่นอน

              ส่วนสถานะในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อหมายเลขหนึ่ง (Appendix I) คือ ห้ามล่าหรือค้าโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นไปเพื่อการศึกษาวิจัย !!!

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า Wildlife Research Division

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252016&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g6o5AMpaL_FPskdbSV4vR

  • “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    “สี จิ้นผิง” อวยพรตรุษจีนปีม้า ชูเศรษฐกิจแข็งแกร่งเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวอวยพรประชาชนเนื่องในเทศกาลตรุษจีนในวันนี้ (14 ก.พ.) ที่กรุงปักกิ่งในงานเลี้ยงรับรองต้อนรับปีใหม่จีนในปีมะเมีย (ปีม้า) ณ มหาศาลาประชาชน สี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางได้กล่าวคำอวยพรปีใหม่ในนามของคณะกรรมการกลางพรรคฯ และคณะรัฐมนตรี ถึงประชาชนชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ

    สี จิ้นผิง ระบุว่า ปีมะเส็งที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นปีที่ไม่ธรรมดา โดยจีนเผชิญกับความยากลำบากอย่างไม่ย่อท้อ และสามารถสร้างความก้าวหน้าใหม่ ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศที่ซับซ้อนและผันผวน ส่งผลให้ศักยภาพทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขีดความสามารถด้านกลาโหม และพลังอำนาจแห่งชาติในภาพรวมของจีนก้าวสู่ระดับใหม่

    นอกจากนี้ สียังกล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนสามารถรับมือกับแรงกดดันและยังคงเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและพลังขับเคลื่อนที่โดดเด่นของประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000015431&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cjAib7PrE9qzJpkvYEa3w

  • กาญจนบุรี/// สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์ | TOPNEWS

    กาญจนบุรี/// สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์ | TOPNEWS

    กาญจนบุรี สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์คคึกคัก! ครอบครัวและคู่รักแห่เที่ยววันวาเลนไทน์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ที่ สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีกลุ่มครอบครัวและคู่รักเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

    ท่ามกลางอากาศสดใส นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทยต่างพาบุตรหลานนั่งรถชมสัตว์แบบใกล้ชิดในโซนซาฟารี พร้อมให้อาหารยีราฟ ม้าลาย และกวาง ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ขณะที่คู่รักหลายคู่เลือกเก็บภาพความประทับใจท่ามกลางธรรมชาติและสัตว์นานาชนิด เพื่อเป็นที่ระลึกในวันแห่งความรัก

    นายปราโมช ประสพสุขโชคมณี รองผู้จัดการบริษัท สวนสัตว์เปิดซาฟารี ปาร์ค แอนด์ รีสอร์ท จำกัด อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยเพิ่มขึ้นกว่าปกติ

    โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกัน และกลุ่มแฟนที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศแตกต่างจากร้านอาหารหรือห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้ ทางสวนสัตว์ยังจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับวันแห่งความรัก อาทิ มุมถ่ายภาพธีมวาเลนไทน์ และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคู่รัก ทั้งนี้ สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค

    ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุดพิเศษ ซึ่งสวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค แอนด์ แคมป์ บ่อพลอย เปิดให้บริการทุกวัน (รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น.

    รายละเอียดการเข้าชมและค่าบริการ:
    ค่าเข้าชม (ชาวไทย): ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็ก (สูง 90-120 ซม.) 100 บาท (เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าฟรี)
    ค่าเข้าชม (ชาวต่างชาติ): ผู้ใหญ่ 550 บาท และเด็ก 350 บาท


    ตารางการแสดงโชว์:
    โชว์ช้าง: 10:00 / 13:00 / 14:30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 11:30 และ 15:30 น.)
    โชว์จระเข้: 11:00 / 14:00 / 15:30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 13:30 / 15:00 / 16:30 น.)


    หมายเหตุ: โซนโชว์จระเข้อาจมีการปิดปรับปรุงชั่วคราวเป็นช่วงๆ กิจกรรมแนะนำ:คุณสามารถนำรถส่วนตัวเข้าไปขับชมสัตว์ในโซนสวนสัตว์เปิดได้เอง หรือใช้บริการรถบัสของทางสวนสัตว์ (ฟรีรวมในค่าตั๋ว) เพื่อให้อาหารยีราฟและม้าลายอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายรูปบนรถกับยีราฟแบบส่วนตัว แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่านทาง Facebook Safari Park Kanchanaburi เนื่องจากคิวเต็มค่อนข้างเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fs2PsTn2C4cTEEMhN-gHG

  • ททท.อุดรฯ จับมือ จ.ขอนแก่น ผลักดันผู้ประกอบการฯ 2 จังหวัด ขับเคลื่อนพืชสวนโลก | เดลินิวส์

    ททท.อุดรฯ จับมือ จ.ขอนแก่น ผลักดันผู้ประกอบการฯ 2 จังหวัด ขับเคลื่อนพืชสวนโลก | เดลินิวส์

    นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สำนักงานอุดรธานี นางสาวธนวัน กาสี ผอ.ททท.สำนักงานขอนแก่น ร่วมกับนางสาวณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์ จ.ขอนแก่น นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น จัดเส้นทางศึกษาดูงานเพื่อเตรียมเส้นทางท่องเที่ยว ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เชื่อมโยง งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ซึ่งจัดกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี

    ทั้งนี้ได้มีการหารือเพื่อวางแผนการทางท่องเที่ยวในเส้นทางดังกล่าว เบื้องต้นมีผู้ประกอบการสนใจในการจัดรถโดยสารจาก จ.ขอนแก่น เป็นรถบัสและรถตู้โดยสาร โดยความร่วมมือกับบริษัทขนส่งและหน่วยงานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวในการบริการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้าสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยมีนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับและนำชมภาพรวม ณ พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี และนายธนกร วีรชาติยานุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.อุดรธานี นายทินกร ทองเผ้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุดรธานี พันธมิตรด้านการท่องเที่ยว จ.อุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมอัมมาน ยูนิก โฮเทลอุดรธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5601487/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ivj8WMchrhmbRvaPi0fvB