Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นิด้าโพลเผย ปชช.ไม่เชื่อน้ำยา กกต.จะเอาผิดคนทุจริตเลือกตั้งได้

    นิด้าโพลเผย ปชช.ไม่เชื่อน้ำยา กกต.จะเอาผิดคนทุจริตเลือกตั้งได้

    นิด้าโพลเผย ปชช.ไม่เชื่อน้ำยา กกต.จะเอาผิดคนทุจริตเลือกตั้งได้

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กกต. จะลงโทษผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ได้ไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง

    จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 40.08 ระบุว่า ไม่มีแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า ร้อยละ 19.54 ระบุว่า อาจจะมี และร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีแน่นอน

    เมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งแน่นอน และอาจจะมีการทุจริต ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 (จำนวน 477 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความสามารถของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการลงโทษผู้ที่กระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 58.28 ระบุว่า จะไม่สามารถลงโทษใครได้เลย รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า อาจจะลงโทษได้บ้าง บางกรณี ร้อยละ 11.32 ระบุว่า จะสามารถลงโทษได้แน่นอน และร้อยละ 1.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.55 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 22.29 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ ร้อยละ 17.63 ระบุว่าไม่พอใจเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000015542&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gjWIBu5jFiosqVGJHGvfj

  • เชียงใหม่นำร่อง “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดความเสี่ยงเกิดอัคคีภัย

    เชียงใหม่นำร่อง “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดความเสี่ยงเกิดอัคคีภัย

    ในช่วงใกล้ เทศกาลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เราจะเห็นร้านค้า แหล่งผลิตโคมลอย นำโคมลอยออกมาวางจำหน่าย เพราะการปล่อยโคมลอยถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ได้ ที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานต่างๆ ด้านการท่องเที่ยวมักโปรโมท (promote) ด้วยกันปล่อยโคมลอยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่นวันส่งท้ายปีเก่า ขึ้นต้นปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน ประเพณีสงกรานต์ และวันลอยกระทง

    แม้จะมีการออกประกาศห้ามปล่อยโคมลอยจำนวนมากในพื้นที่หวงห้ามเขตการบิน และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีการลักลอบปล่อยโคมลอย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo05.jpg

    พ.ต.ท.มกรา ศรีสกุลพิสุทธิ์ สวญ.ส.ทท.1  กล่าวว่า เรื่องการปล่อยโคมลอยของจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นปัญหาที่สะสมมานาน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ที่มีการประกาศห้ามปล่อยโคมลอย แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวคาดหวังในการมาเที่ยวเชียงใหม่ก็คือการได้ปล่อยโคมลอยช่วงเทศกาลสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นในความไม่รู้ นักท่องเที่ยวก็ไปซื้อโคมลอยที่ลักลอบขาย แล้วมาปล่อย ซึ่งโคมลอยนั้นมีการจุดไฟ หากตกลงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้อาคารบ้านเรือนได้ ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่ามีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นเกือบทุกปี

    “หากเรามีนวัตกรรมตรงนี้ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเรานำร่องที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง และด้วยบทบาทหน้าที่ในการเป็นตำรวจท่องเที่ยว ก็จะประชาสัมพันธ์ เพราะที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลสำคัญนักท่องเที่ยวมักจะจะถามว่าปล่อยโคมได้จุดไหนบ้าง ซึ่งในเมืองปล่อยไม่ได้จำเป็นต้องปล่อยนอกเมือง ต้องเดินทางไกล ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวแอบซื้อและก็ปล่อยในพื้นที่ตัวเมือง แต่หากเรามีทางเลือกในการทำโคมรักษ์โลกขึ้นมา ซึ่งก็จะช่วย ลดผลกระทบลงได้จำนวนมาก”

    “ล่าสุดจึงเกิดความร่วมมือระหว่าง ตำรวจท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัทเอกชน คิดค้น “โคมลอยลูกโป่งรักษ์โลก” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย  โดยนำร่องที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง เชียงใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาร่วมกันปล่อยโคมลอย เสมือนจริง และไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาอัคคีภัยในยามค่ำคืนได้” พ.ต.ท.มกรา กล่าว

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ธัญอินทร์ กิ่งรัตน์ ผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กล่าวว่า การทำโคมรักษ์โลกนั้น ใช้นวัตกรรม โดยการใส่ลูกโป่งก๊าซฮีเลียมเข้าไป ที่มีความปลอดภัยไม่ติดไฟ 100% เพราะปกติแล้วผลกระทบจากการปล่อยโคมลอยทั่วไป มักจะตกใส่อาคารบ้านเรือน จะส่งผลทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ธัญอินทร์ กล่าวต่อว่า “ทางบริษัทจึงมีโอกาสได้ร่วมงานกับนักศึกษา ปริญญาโทหลักสูตร Ex-MBA มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้คิดค้นนวัตกรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นการทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ

    และตัวโคมลอยนั้นไม่ได้ใช้ไฟจริงจะใช้เพียงไฟที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งโคมลอยนี้ สามารถกำหนดความสูงได้ เพราะเราไม่ได้ปล่อยแล้วปล่อยเลย เพราะมีเชือกยึดอยู่ ส่วนข้างในลูกโป่งนั้นจะเป็นก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็น ก๊าซที่ปลอดภัย กว่าไฮโดรเจนเพราะไม่ติดไฟ 100%”

    “โดยนวัตกรรมนี้ ถือเป็นการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม “โคมลอยลูกโป่ง” ครั้งแรกในไทย หวังสร้างมาตรฐานใหม่ให้ประเพณีล้านนาเดินหน้าคู่กับความยั่งยืน ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลความร่วมมือที่แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมและการบริหารจัดการที่ดี สามารถรักษาคุณค่าของประเพณีไว้ได้อย่างสง่างามในโลกยุคใหม่”

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ด้าน กรัณฑ์ อุทัย อาจารย์ด้านพิธีกรรมศาสตร์ล้านนา วัดศรีสุวรรณ เชียงใหม่  กล่าวว่า สำหรับการปล่อยโคมลอย ก็เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน เดิมทีการปล่อยโคมลอยตามความเชื่อนั้นมีมากกว่า 100 ปี ตามความเชื่อเดิมนั้นเป็นการปล่อยเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ในช่วงวันเพ็ญเดือน 12 แต่ปัจจุบันความเชื่อก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยที่เชื่อว่าการปล่อยโคมลอยจะเป็นการปล่อยปล่อยทุกข์

    และ ในยุคปัจจุบันการท่องเที่ยวที่พบเห็นก็คือการท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีมากขึ้น ตามวัดต่างๆ ก็ได้มีการจัดกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เรียนรู้ในเชิงศรัทธา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่เป็นเรื่องงมงายมากจนเกินไป และจะส่งผลดีคือทำให้คนศรัทธา รักษาพระพุทธศาสนา นำไปสู่ปัญญาในอนาคตมากยิ่งขึ้น และจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกิจกรรมเชิงศรัทธามากยิ่งขึ้น

    ทำให้ปัจจุบันจึงมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เน้นภาพของการปล่อยโคมลอยมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความศรัทธา กับการท่องเที่ยว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหากมีการปล่อยโคมลอยในแต่ละครั้งจำนวนมาก มักส่งผลกระทบให้เกิดเกิดขึ้นได้

    “หลักๆ คือด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ จนเกิดแนวคิดร่วมกัน ก็คือ “โคมลอยลูกโป่ง” ที่มีความใกล้เคียงกับการปล่อยโคมลอยที่สุด ซึ่งการปล่อยโคมที่วัดแห่งนี้เราได้นำนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับก๊าซฮีเลียมที่บรรจุในลูกโป่งและนำมาใส่ไว้ในโคมลอยเพื่อให้เสมือนกับการปล่อยโคมจริงๆซึ่งตามหลักกฎหมายแล้วห้ามปล่อยในพื้นที่เขตการบิน แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้ลอยขึ้นฟ้าได้ ก็จะเป็นการบูชาเชิงศรัทธา และอธิษฐานได้อย่างเต็มที่”

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ทั้งนี้ ในแต่ละปี จังหวัดเชียงใหม่มีการยื่นขออนุญาตปล่อยโคมลอยรวมประมาณ ไม่ต่ำกว่า 100,000 ลูก กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ควบคุม เช่น อำเภอแม่ริม สันทราย และดอยสะเก็ด เพื่อความปลอดภัยทางอากาศ และมีแนวโน้มการควบคุมเข้มงวดมากขึ้นในปัจจุบัน 

    Chiang Mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-pioneers-eco-friendly-balloon-lanterns-to-promote-tourism-and-reduce-the-risk-of-fire&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fuXHlCvjq45OSQ-XlcdFF

  • ตลาดร่องสวนยายแพง เตรียมเปิดครัวปรุงเองตามชอบ พร้อมท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีสวนบางคนที เริ่ม21 ก.พ. นี้ | เดลินิวส์

    ตลาดร่องสวนยายแพง เตรียมเปิดครัวปรุงเองตามชอบ พร้อมท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีสวนบางคนที เริ่ม21 ก.พ. นี้ | เดลินิวส์

    นางสาวเรณู เล็กนิมิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางคนที-ยายแพง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโปรแกรมใหม่ “ครัวร่องสวนยายแพง ปรุงเองตามชอบ” เป็นกิจกรรมต่อยอดตลาดร่องสวนยายแพง หลังจากที่ผ่านมาได้รับการตอบรับในการเปิดตลาดชุมชนทุกเสาร์-อาทิตย์ เป็นอย่างดีมีทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเยี่ยมเยือนเป็นจำนวนมาก จนต้องขยายพื้นที่เป็น 3 ไร่ พร้อมจอดรถได้มากกว่า 50 คัน

    ขณะนี้ได้เตรียมเปิดครัวเป็นซุ้มไม้ไผ่และจัดชุดเตาฟืนแบบชาวบ้านบางคนที-ยายแพง ให้นักท่องเที่ยวที่ชอบทำอาหารรับประทานเองได้ทำเมนูเซ็ต “ครัวปรุงเองบ้านยายแพง” ประกอบด้วย ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ใช้กุ้งแม่น้ำสดที่ชาวบ้านตกได้จากลำคลอง พร้อมมีผักสดจากสวนในพื้นที่ เช่น คะน้า กวางตุ้ง มะเขือเปราะ มะเขือยาว ถั่วฝักยาว และถั่วพลู เป็นต้น นำมาปรุงอาหารได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง หรือจะตำน้ำพริกกะปิ ส่วนเครื่องปรุง ยังได้ใช้น้ำตาลมะพร้าวแท้เคี่ยวกันสดๆจากเตาสาธิตภายในตลาดมาทำอาหารด้วย นอกจากนี้หลังจากทำเสร็จแล้ว นักท่องเที่ยวได้ชิมอาหารฝีมือตัวเอง ทานอาหารกับข้าวสวยท่ามกลางสวนมะพร้าวบรรยากาศฟินเว่อร์

    นางสาวเรณู กล่าวว่า ตลาดร่องสวนยายแพงก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายในการสร้างพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตร อาหารปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของเกษตรกรรายย่อย ภายใต้แนวคิด “ตลาดโดยชุมชน เพื่อชุมชน” เพื่อให้คนในพื้นที่มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานนอกชุมชน

    โดยตลาดร่องสวนยายแพงตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศบนร่องสวนมะพร้าวแบบดั้งเดิม เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายในตลาดมีสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารพื้นบ้าน อาหารปรุงสด และผลิตภัณฑ์จากชุมชน อาทิ สลัดโรล ผักปลอดสารพิษ ข้าวเหนียวส้มตำ กล้วยทอด ลูกชิ้นปิ้ง ทับทิมกรอบ ข้าวโพดย่าง ข้าวต้มมัด หอยทอด กะหรี่ปั๊บ และอาหารรับประทานง่ายอีกจำนวนมาก เน้นราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียง 10 บาท นอกจากนี้ยังมีกุ้งแม่น้ำธรรมชาติจากลำคลองในพื้นที่ ซึ่งสมาชิกชมรมคนตกกุ้งยายแพงนำมาจำหน่ายและย่างสดภายในตลาด เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ

    ทั้งนี้จากกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจึงได้ร่วมกันพัฒนากิจกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มรูปแบบการท่องเที่ยวและสร้างการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ล่าสุดได้เตรียมเปิดตัวโปรแกรม “ครัวร่องสวนยายแพง ปรุงเองตามชอบ” ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำอาหารด้วยตนเองกลางร่องสวน

    โปรแกรมดังกล่าวจัดเป็นครัวจำลองขนาดเล็กใช้เตาถ่านแบบพื้นบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้การทำอาหารวิถีชาวสวน โดยจัดเป็นเซ็ตสำหรับ 3–4 คน ภายในเซ็ตประกอบด้วยเมนูหลัก ได้แก่ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ผัดผักสด และน้ำพริกกะปิรับประทานคู่ผักสดหรือผักต้ม ซึ่งจะมีการจัดชุดวัตถุดิบพร้อมเครื่องปรุงให้ รวมทั้งให้นักท่องเที่ยวเดินไปเก็บผักจากแปลงผักของชุมชนเพื่อนำมาปรุงอาหารด้วยตนเอง ผู้สนใจขอให้โทรแจ้งสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่โทรศัพท์ 081-8481921 เปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ภายในตลาดร่องสวนยายแพง ตั้งแต่เวลา 09.00–15.00 น. และหากไปไม่ถูกปักหมุด “ตลาดร่องสวนยายแพง” ได้เลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5602450/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t4cqdGe8yUqkl0FL_Fm8T

  • รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

     *** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,173 ระหว่างวันที่ 41-75 ก.พ. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

    *** ตัวเลขคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทยปี 2569 ที่ธนาคารโลกประเมินไว้เพียง 1.6% ไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวธรรมดา แต่เป็น “สัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง” ว่า “เศรษฐกิจไทย” กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากภายนอก และ ภายในประเทศพร้อมกัน

    “ภายนอก” คือ ภาวะการค้าโลกที่ผันผวน สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางนโยบายของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ “ภายใน” คือหนี้ครัวเรือนเกือบ 90% ต่อ GDP หนี้สาธารณะใกล้ 70% ปัญหาคอร์รัปชันที่ถูกจัดอันดับต่ำลง และความเชื่อมั่นที่สึกกร่อน

    คำว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” ที่ต่างชาติเริ่มใช้เรียกไทย ไม่ได้เป็นเพียงวาทกรรม แต่สะท้อนภาพการเติบโตที่ต่ำสุดในภูมิภาค ขีดความสามารถการแข่งขันที่ลดลง และความไม่แน่นอนทางนโยบาย โจทย์ของ “รัฐบาลใหม่” จึงไม่ได้มีแค่การจัดตั้งให้สำเร็จ แต่ต้อง “จัดการความเชื่อมั่น” ให้กลับมาโดยเร็ว

    *** ภาคเอกชนไทยออกมาส่งสัญญาณตรงกันว่า “90 วันแรก” สำคัญที่สุด เพราะเป็นช่วงกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเห็นทันทีคือ ผ่านงบประมาณปี 2570 ให้ทันเวลา, สื่อสารทิศทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ไม่เปลี่ยนนโยบายรายสัปดาห์, ดูแลปัญหาปากท้องประชาชน และ SMEs แบบ “ตรงจุด ไม่หว่านเงิน” , เร่ง 3 เครื่องยนต์หลักทั่ง ท่องเที่ยว ส่งออก การลงทุน, ควบคุมวินัยการคลัง ไม่สร้างภาระระยะยาวเกินความสามารถประเทศ เพราะความล่าช้าทางการเมือง เพียง 0.3-0.5% ของ GDP อาจหมายถึงความเสียหายระดับ 5-9 หมื่นล้านบาท และที่เสียหนักกว่า คือ ต้นทุนความเชื่อมั่น ซึ่งใช้เวลาฟื้นนานกว่าตัวเลขเศรษฐกิจหลายเท่า

    *** “ภาคธุรกิจ” ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งคนเดียว แต่ต้องการ “ทีมเศรษฐกิจที่พูดภาษาเดียวกัน” ไม่ทำงานแบบไซโลแยกกระทรวง รัฐมนตรีคลังไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองอาวุโส แต่ต้องคุมงบประมาณได้ เจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดทุน และ นักลงทุนต่างชาติได้ และกล้าพูดความจริงเรื่องวินัยการคลัง เพราะการ “แจกเงิน” เพียงอย่างเดียว อาจช่วยระยะสั้น แต่ทำลายเสถียรภาพระยะยาว

    *** ขณะที่ รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้ออกมาเตือนว่า รัฐบาลใหม่ต้องเร่งรับมืออย่างน้อย 5 เรื่องใหญ่ ประกอบด้วย 1.ปากท้องประชาชนและหนี้ครัวเรือน 2.การเจรจาการค้ากับสหรัฐ และการเร่งปิดดีล FTA ใหม่ 3.ภัยพิบัติ-ภัยแล้ง น้ำท่วม ที่กระทบฐานราก 4.คอร์รัปชัน สแกมเมอร์ ทุนเทา ซึ่งกัดกินความเชื่อมั่น 5.ภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ผันผวนเกินคาดโดยเฉพาะประเด็น “คอร์รัปชัน” ที่ทำให้ไทยร่วงไปอยู่อันดับ 116 ของโลก ดัชนีความทนทานต่อคอร์รัปชันลดฮวบ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม และ มาเลเซีย ขยับแซงหน้า หากรัฐบาลใหม่ไม่ประกาศวาระแห่งชาติปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ภาพลักษณ์ “Safe Zone” สำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจะยิ่งเลือนลาง

    *** แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้ออกมาเสนอแนวคิด “Quick Big Win” ที่เห็นผลจริง ลดอุปสรรค เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับผลิตภาพคน ส่งเสริมนวัตกรรม ดันเข้าสู่ตลาดทุน และสร้าง “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลและเอกชน) หรือ PPP เชิงยุทธศาสตร์ หัวใจคือ ทำให้มาตรการ “ถึงมือจริง” ไม่ค้างอยู่ในระบบราชการ เพราะเศรษฐกิจฐานรากที่อ่อนแรง คือจุดเปราะบางที่สุดของประเทศ

                                                รัฐบาลใหม่กับภารกิจหนักอึ้งกู้เศรษฐกิจไทย

    *** วันนี้คำถามไม่ใช่ว่า พรรคใดจะเป็นแกนนำ แต่คือ รัฐบาลชุดใหม่จะนิ่งพอสร้างเสถียรภาพ “เร็วพอ” จัดการวิกฤต และ “น่าเชื่อถือพอ” ดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ ประเทศไทยไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ขาดจังหวะ ขาดเอกภาพ และ ขาดความเด็ดขาดในหลายช่วงเวลา ทุกวันที่การเมืองชะงัก คือวันที่โอกาสไหลออกจากประเทศ ทุกวันที่นโยบายไม่ชัด คือวันที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ รัฐบาลใหม่จึงไม่ได้แบกรับแค่ภารกิจบริหารประเทศ แต่กำลังแบก “ศรัทธาเศรษฐกิจไทย” ทั้งระบบไว้บนบ่า จะพาประเทศพ้นคำว่า “คนป่วยแห่งเอเชีย” ได้หรือไม่ อยู่ที่ความกล้าตัดสินใจ มากกว่าคำสัญญาบนเวทีปราศรัย…
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/than-society/651578&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jQ1rc-G97SdNysoSDgG7v

  • ประวัติ “ทิม พิธา” ฉายา “ส้มรักพ่อ” วาเลนไทน์หวานฉ่ำ เปิดตัว “ก้อย อรัชพร”

    ประวัติ “ทิม พิธา” ฉายา “ส้มรักพ่อ” วาเลนไทน์หวานฉ่ำ เปิดตัว “ก้อย อรัชพร”

    เปิดประวัติ “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เจ้าของฉายา “ส้มรักพ่อ” ที่สาวๆ แห่ต่อแถวรอเป็นแฟน ล่าสุดไม่โสดแล้ว ได้ “ก้อย อรัชพร” ดาราสาวมาดูแลหัวใจ เปิดตัวหวานฉ่ำในวันวาเลนไทน์

    วันที่ 14 ก.พ. 2569 โซเชียลร้อนฉ่า รับวันวาเลนไทน์ เมื่อมีคนตาดีเห็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ควงสาวหน้าตาดีไปเที่ยวต่างประเทศในวันวาเลนไทน์ ล่าสุดเจ้าตัวเฉลยเองแล้วว่าสาวคนดังกล่าว คือ ก้อย อรัชพร โภคินภากร ดารา นักแสดง จากแก๊งก้อย นัตตี้ ดรีม ด้วยรูปมอบดอกกุหลาบช่อโต พร้อมแคปชั่น “Sweet Comic Valentine” ซึ่งมีความหมายว่า วาเลนไทน์ที่แสนหวานและสนุกสนาน แถมยังพา ก้อย อรัชพร ไปเจอครอบครัว และน้องพิพิม ลิ้มเจริญรัตน์ บุตรสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ประวัติ “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

    สำหรับประวัติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชื่อเล่น ทิม เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2523 เป็นนักธุรกิจ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นบุตรชายคนโต ในบรรดาพี่น้อง 2 คน ของ นายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ นางลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์ และยังมีศักดิ์เป็นหลานลุงของ นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนใกล้ชิดอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ชีวิตส่วนตัวเคยสมรสกับ ชุติมา ทีปนาถ (ต่าย) ดารา นักแสดง จากภาพยนตร์เรื่อง Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย และภาพยนตร์เรื่องหนีตามกาลิเลโอ แต่ได้หย่าร้างกันไปหลายปีแล้ว โดยมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน คือ น้องพิพิม ลิ้มเจริญรัตน์

    ประวัติการศึกษา “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

    ทางด้านการศึกษา นายพิธา เรียนชั้นประถมจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จากนั้นไปศึกษาต่อชั้นมัธยมตอนปลายที่ประเทศนิวซีแลนด์ และจบปริญญาตรี สาขาการเงิน (ภาคภาษาอังกฤษ) เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโท การเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปริญญาโท การบริหารธุรกิจ Sloan สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์

    โดยในปี พ.ศ.2551 นายพิธา ยังได้ถูกรับเลือกจากนิตยสารคลีโอ ให้เป็น 1 ใน 50 หนุ่มหล่อประจำปีนั้นด้วย

    เส้นทางการทำงาน “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

    หลังเรียนจบ นายพิธา ได้กลับมาช่วยธุรกิจน้ำมันรำข้าวของครอบครัว (บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด) เนื่องจากคุณพ่อเสียชีวิต โดยนายพิธา เคยให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐ เรื่องการบริหารบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว สามารถพลิกฟื้น บริษัทที่ติดลบและเป็นหนี้มหาศาล ให้กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบจากรำข้าวรายใหญ่ของประเทศไทย และเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรำข้าวรายใหญ่ของโลก ในเวลาเพียง 5 เดือน นอกจากนี้ นายพิธา ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร (Executive Director) บริษัท แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) ด้วย

    เส้นทางการเมือง “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

    นายพิธา เริ่มต้นเข้าสู่การเมือง ด้วยการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ของพรรคอนาคตใหม่ ในปี 2562 ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ด้วยแคมเปญคนรุ่นใหม่ ไม่เอารัฐประหาร ที่สามารถกวาด สส. ได้ครั้งแรกไปถึง 81 ที่นั่ง โดยนายพิธา เป็นที่จดจำจากการอภิปรายเรื่องนโยบายทางการเกษตรของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นำเสนอเรื่องปัญหากระดุม 5 เม็ด จนทำให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกับเอ่ยปากชมนายพิธา ที่เป็นฝ่ายค้านแต่อภิปรายได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งในเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ คนชายขอบ เรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งพูดได้เข้าประเด็นทั้งหมด และทำการบ้านมาดี พร้อมขอบคุณคำแนะนำอีกด้วย

    เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จึงย้าย สส. มาสังกัดพรรคใหม่ในนามพรรคก้าวไกล นายพิธา ถูกโหวตให้เป็นหัวหน้าพรรค ช่วงหาเสียงได้รับฉายาจากสาวๆ ว่า “ส้มรักพ่อ” พร้อมประกาศแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย “มีลุง ไม่มีเรา” นโยบายแก้ม.112 จนชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ได้ สส. ไปทั้งสิ้น 151 ที่นั่ง แต่ต้องพลาดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพราะติดบ่วง สว. ที่โหวตไม่เห็นชอบให้นายพิธาได้นั่งเก้าอี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยที่เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งอันดับ 2 ไปจับขั้วกับพรรครวมไทยสร้างชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และผลักให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน

    นายพิธา จึงขึ้นแท่นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่ก็เจอคดีถือหุ้นสื่อ ในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จนถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ถึง 6 เดือน แต่ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่ สส. อีกครั้ง เนื่องจากศาลเห็นว่าในวันที่นายพิธาลงสมัครรับเลือกตั้ง iTV ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อแล้ว (เนื่องจากถูกยกเลิกสัญญาและไม่มีคลื่นความถี่ในการออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2550) จึงไม่ถือว่าเป็นหุ้นสื่อตามลักษณะต้องห้าม แต่ต้องมาติดบ่วงทางการเมืองเรื่องการเสนอนโยบายแก้ ม.112 จนทำให้พรรคก้าวไกลถูกยุบ ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี

    แม้นายพิธา จะถูกเว้นวรรคทางการเมืองในทางนิติบัญญัติไปแล้ว แต่นายพิธา ยังคงเคลื่อนไหวทำการเมืองนอกสภา พร้อมเขียนหนังสือที่ชื่อว่า “The Almost Prime Minister” หรือ “นายกฯ ที่เกือบได้เป็น” ซึ่งนิตยสาร TIME ยังนำเขาขึ้นทำเนียบ TIME100 Next ในปี 2023 ด้วย พร้อมทั้งยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชน ภายใต้การนำของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กระทั่งในวันวาเลนไทน์ นายพิธา มามีข่าวโด่งดังอีกครั้งจากการเปิดตัวแฟนสาว “ก้อย อรัชพร โภคินภากร” ด้วยรูปสุดหวานพร้อมกุหลาบช่อโต กลาง อินสตาแกรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914285&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yTsQjdU_vMkSny1EVvKXR

  • กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    กีฬามวยไทย เปิดประตูมิตรภาพไทย-ซาอุฯ

    14 ก.พ. 2569 22:45 น.

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , การกีฬาแห่งประเทศไทย , สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ร่วมกับสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ อิฟม่าพร้อมด้วย นักมวยไทย ครูมวยไทย และเหล่าบรรดานักแสดงมวยไทยโบราณ ร่วมจัดกิจกรรมในโครงการ Sports Tourism Muaythai Master class ประจำปี 69 ที่โรงยิมเนเซียม สนามกีฬาปรินซ์ ไฟซัล บิน ฟาห์ด สปอร์ต ซิตี้ กรุงริยาด ประเทศซาอุฯ มีตัวแทน “ทูตมวยไทย” นำโดย บัวขาว บัญชาเมฆ . #มวยไทย #ทูตมวยไทย #บัวขาว #กกท #ไทยรัฐสปอร์ต #ไทยรัฐทีวี32 #เรื่องรอบขอบสนาม —————————————————– กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://www.youtube.com/@ThairathSport/?sub_confirmation=1 . ไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย #Thairathsports #ไทยรัฐสปอร์ต #เพื่อนกีฬามหาชน #ไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #THAIRATHTV . ติดต่อโฆษณา โทร. 02-126-1644 โทร. 02-127-1111 ต่อ 2144

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/rueng_rop_khop_sanam/1180774&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03gcf33AHvV8m0BTlrNZKD

  • รับฟรี! Lotus’s e-Coupons 100 บาท เมื่อสมัครบัตรกรุงศรีเดบิต หรือ แอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป

    รับฟรี! Lotus’s e-Coupons 100 บาท เมื่อสมัครบัตรกรุงศรีเดบิต หรือ แอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป

    กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรกรุงศรี เดบิต ทุกประเภท และชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน พร้อมทั้งผูกบัตรเข้า krungsri app และลูกค้าผู้ประกอบการที่สมัครแอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป และเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงศรีเป็นบัญชีรับเงินในกรุงศรี มั่งมี ช้อป ผ่าน krungsri app ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569 รับ Lotus’s e-Coupons มูลค่า 100 บาท ภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นเดือนของเดือนที่ผูกบัตรสำเร็จ หรือ สมัครแอปกรุงศรี มั่งมี ช้อป สำเร็จ

    ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่
    https://www.krungsri.com/th/promotions/personal/product-combo-set

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278090&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw060KiNCVNKIFZCNIhFbYyE

  • สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19 POWER OF YOUTH

    สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19 POWER OF YOUTH

    สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19 “POWER OF YOUTH ” รวมพลัง 16 ศิลปินเจนใหม่มาร่วมทำดี

    โปรเจ็กต์แห่งปีกลับมาอีกครั้ง กับโครงการสุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19 “POWER OF YOUTH ” ซึ่งปีนี้เป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าศิลปิน และนักแสดงหนุ่มสุดฮอตตัวแทนพลังคนรุ่นใหม่ ได้แก่ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, กฤติน สอสูงเนิน, ปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์, จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ, เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะ, พูห์-กฤติน กิจจารุวรรณกุล, พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์, มาร์ค-ภาคิน คุณาอนุวิทย์, โอม-ฐิภากร ฐิตะฐาน, แอลม่อน-ภูมิสุวรรณ สุวรรณสถิตย์, โปรเกรส-ภาสวิชญ์ ธรรมสังคีติ, เน็ต-สิรภพ มานิธิคุณ, เจเจ-รัชพล พรพินิต, ตี๋ตี๋-วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ และ ป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล ที่จะมาร่วมภารกิจทำความดีเพื่อขับเคลื่อน และเป็นกระบอกเสียงบอกต่อในมิติต่างๆ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้เมืองไทยให้เป็นสังคมที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    สุดสัปดาห์ขอเสิร์ฟ Digital Cover ที่มาแบบ minimal เรียบๆ น้อยๆ แต่หล่อแบบเริดๆ เลยแหละ พร้อมกับบทสัมภาษณ์แฝงแนวคิดดีๆ เพื่อสังคม เพื่อโลกที่แข็งแรงและยั่งยืน 

    PERSES

    จั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ, เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, กฤติน สอสูงเนิน

    ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะ และ  ปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์

    ความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการ “สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19” ซึ่ง PERSES ได้มาร่วมโครงการเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

    จั๋ง:  เป็นปีที่ 3 แล้วที่ PERSES ได้มาร่วมทำความดีกับสุดสัปดาห์ เป็นเกียรติกับพวกเรามากๆ ครับ ทุกครั้งที่ไปลงพื้นที่ทำภารกิจพวกเราเองก็ได้รับความสุขเช่นกัน จากการที่ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ และพี่ๆ ที่ได้ไปเจอกัน

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    ปลั๊กกี้:  คอนเซปต์โครงการปีนี้เข้ากับพวกเราชาว GEN Z เลยแหละ พวกเราเป็นเจนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ การรวมตัวครั้งนี้เป็นพลังที่ส่งต่อไปในวงกว้าง การมารวมตัวของ PERSES ในปีที่ 3 รับรองว่าพวกเราทั้ง 5 คน และพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนในโครงการ จะเป็นพลังเล็กๆ ที่ช่วยให้ประเทศไทยและโลกของเราน่าอยู่ขึ้นครับ

    ปาล์ม:  คนรุ่นใหม่พลังเยอะครับ และมีความคิดเป็นของตัวเอง รุ่น GEN Z พวกเขาสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมแข็งแรงขึ้น พวกเราเองก็เป็น GEN Z มีส่วนช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คนหลายได้ เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ทุกคนก้าวออกมาทำสิ่งๆ ดีด้วยกัน รู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 ครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    เน:  สำหรับเรื่อง Sustainability หรือความยั่งยืน อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เป็นอะไรที่ส่งผลต่อเราเหมือนกันนะ ถ้าเราไม่ช่วยกัน หรือผลักภาระให้เป็นเรื่องของคน หรือเป็นเรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ไม่ว่าจะเรื่องลดการใช้พลังงาน การคัดแยกขยะ เหล่านี้มันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อยู่ในทุกที่ ทุกสังคม ถ้าเราช่วยกัน สิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวันนี้แหละ จะส่งผลดีให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้นครับ

    จั๋ง:  ความยั่งยืนยังครอบคลุมไปถึงมิติสังคม เช่น การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันให้คนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการศึกษา และทางอาชีพ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยังยืน

    โครงการคนหล่อขอทำดี ทำให้เราได้มีโอกาสไปเจอน้องๆ ที่ขาดโอกาส เราได้มีส่วนได้สร้างโอกาส สร้างความฝัน และเป็นแรงบันดาลให้กับน้องๆ ที่ไม่ได้รับโอกาสมากพอ ถือเป็นการต่อยอดอาชีพในอนาคตของเขาได้ ผมรู้สึกว่าการที่เราทำให้คนๆ หนึ่งมีความหวังได้ ผมว่าเป็นสิ่งที่เราน่าจะร่วมมือร่วมใจกันสร้างสิ่งนี้ไปด้วยกันครับ

    3 ปีที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดี 

    กฤติน:  ประทับใจทุกปี ประทับใจทุกโมเมนต์เลย พวกเราไม่ได้มีโอกาสไปทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ แบบที่ได้ไปทำกับโครงการคนหล่อขอทำดี ตั้งแต่ปีแรกที่เรารู้จะได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ เราตื่นเต้นมาก ส่วนใหญ่เราออกงานไปร้องเพลง ไปเต้น เรายังไม่เคยได้ไปมูลนิธิเด็ก มูลนิธิกระจกเงาแบบที่สุดสัปดาห์พาเราไป พอไปแล้วไปแล้ว เรารู้สึก appreciate ทีมงานในหน่วยงานนั้นๆ appreciate กับตัวเอง และรู้สึก appreciate ที่สุดสัปดาห์ชวนไป ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของพวกเรา PERSES ผมดีใจมากๆ และปีนี้เราจะทำให้เต็มที่เช่นเคยครับ จัดเต็มทุกปี (ยิ้ม)

    จั๋ง:  ตอนไปโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก มูลนิธิเด็ก ที่กาญจนบุรี มีน้องคนหนึ่งเดินมาบอกผมว่า อยากเป็นตำรวจ อีกคนบอกอยากเป็นหมอมากๆ การที่เราได้ทำให้คนๆ หนึ่งมีความหวังและมองเห็นภาพตัวเองในอนาคต ผมใจฟูมาก มีน้องคนหนึ่งบอกอยากไปเจอเอเลี่ยน ผมบอกได้เลย คือจินตนาการของเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องผิด โครงการคนหล่อขอทำดีเป็นส่วนหนึ่งทำให้เขามองเห็นปลายทางได้ชัดเจนขึ้น จินตนาการและความฝันเป็นเรื่องสวยงามมาก ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งเขาอาจจะเป็นนักสร้างอนิเมชั่น เป็นผู้กำกับหนัง หรือไปทำงานในองค์การนาซ่าก็ได้ครับ

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    เน:  ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth ด้วยครับ ติดตามว่าปีนี้ PERSES และทุกๆ คนในโครงการจะไปทำความดีที่ไหน เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

    พูห์-กฤติน กิจจารุวรรณกุล และ พาเวล-นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์

    ความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการ “สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี 19” ซึ่งพูห์-พาเวล ได้มาร่วมโครงการเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

    พาเวล:  ดีใจและเป็นเกียรติทุกครั้ง มีความรู้สึกว่า การที่ได้เป็นผู้ให้ มีความสุขและอิ่มใจมากครับ

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    พูห์:  ดีมากๆ เลยที่เราได้เป็นตัวแทนพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะส่งต่อแนวคิด และไอเดียดีๆ ในการทำเพื่อโลกเพื่อสังคมอย่าง ตอนนี้อากาศในเมืองไทยไม่ค่อยดีนัก ค่าฝุ่น pm 2.5 สูงมาก  แค่จะเดินเล่นหน้าบ้าน สูดอากาศดีๆ บางวันยังทำไม่ได้เลย พวกเราก็ต้องมาร่วมกันเป็น Power of Youth ไปด้วยกันครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    พูห์:   ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น ถ้าเราจะไปไหนใกล้ๆ ซื้อของในซอยใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องขับรถ อาจจะเดินเป็นการออกกำลัง ขี่จักรยานไป เป็นการลดการใช้พลังงาน ลดคาร์บอนจากรถยนต์ และประหยัดพลังงาน โลกเราจะ Youth และเยาว์วัยครับ

    พาเวล:  สำหรับสายท่องเที่ยว เวลาไปเที่ยวทะเล เดี๋ยวนี้คนทั่วโลกก็หันมาใส่ใจมากขึ้น แค่เราไม่ทิ้งขยะลงทะเล ระมัดระวังเรื่องพลาสติกตกสู่ท้องทะเล ก็ช่วยมากๆ เพราะมันมีผลกระทบต่อสัตว์น้ำใต้ทะเล อย่างที่เราเห็นกัน  พลาสติกที่ลอยอยู่ในทะเลจะเต่าก็จะกินเข้าไป เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหาร ส่งผลต่อระบบอวัยวะภายใน อาจจะนำไปสู่การตายของเต่าได้

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    พาเวล:  ฝากพูห์-พาเวล กับโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 ด้วยนะครับ พวกยังคงอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม เป็นคนหล่อที่ยังอยากทำสิ่งๆ ด้วยกันครับ

    กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

    ความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดีเป็นปีแรก 

    ผมได้ยินชื่อโครงการมานานแล้วครับ จัดมา 19 ปีแล้ว ขอบคุณสุดสัปดาห์มากๆ ครับ ที่มองเห็นความสำคัญของผม ในที่สุดก็ได้มาเป็นส่วหนึ่งของโครงการคนหล่อขอทำดี เรารอกันที่จะมาเจอกัน 5 ปี เวลาตรงกันแล้วนะครับ ดีใจที่ได้มาร่วมงานด้วยกัน ได้เจอเพื่อนๆ น้องๆ และดีใจที่ได้ร่วมทำบุญกับทุกคนครับ

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    พลังของคนรุ่นใหม่ในการให้ เป็นสิ่งสวยงาม อย่างตัวผมอาจจะได้รับมาก เมื่อได้รับมาก ผมก็อยากตอบแทนด้วยการเป็นผู้ให้บ้าง ไม่ว่าจะมิติไหนก็ตาม เมื่อเรามีเราแบ่ง มันเกิดผลดีเสมอ เก็บไว้กับตัวไม่เกิดประโยชน์ในการพัฒนา การแบ่งปันต่อไปเรื่อยๆ มันเป็นการต่อยอดได้อย่างยั่งยืน และการที่ผมได้เห็นรีแอคจากผู้รับในทุกครั้ง ผมมีความสุข และอิ่มใจมากครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    จริงๆ แล้วเรื่อง Sustainability เป็นเรื่องง่ายมากครับ บางคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นหน้าที่ขององค์กร แต่จริงๆ แล้วแค่เริ่มต้นที่ตัวเอง อย่าง เรื่องการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำ ซึ่งเราหลีกเลี่ยงในการใช้ไม่ได้หรอก แต่เราสามารถลดการใช้งานได้ ซื้อของชิ้นเล็กๆ ก็ไม่ต้องรับถุงพลาสติก หรือพกถุงผ้าไปช้อปปิ้ง อีกอย่างเรื่องการปลูกต้นไม้ บางคนบอกที่บ้านไม่มีพื้นที่ อยู่คอนโค แต่พื้นที่เล็กๆ บริเวณระเบียงคอนโดก็ปลูกต้นไม้ได้ครับ ต้นไม้กระถางเล็กๆ หรือต้นไม้แขวน ซึ่งไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ สามารถลดคาร์บอนและกรองฝุ่นได้ การปลูกต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ถึงไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยโลกใบนี้ได้ครับ

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 จากสุดสัปดาห์ด้วยนะครับ มีเปิดประมูลเสื้อการกุศลด้วย ได้ทำสิ่งดีๆ ด้วยกัน ได้ทำบุญด้วยครับ

    มาร์ค-ภาคิน คุณาอนุวิทย์ และ โอม-ฐิภากร ฐิตะฐาน

    ความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดีเป็นปีแรก 

    มาร์ค:  ผมเห็นโครงการนี้มานานมา คือตั้งแต่เด็กเลยครับ พี่ๆ ในค่าย GMMTV ก็มาร่วมโครงการกันทุกปี เคยหวังว่าจะได้มาเป็นส่วหนึ่งในโครงการคนหล่อขอทำดี ปีนี้ได้มาร่วมโครงการ เราสองคนดีใจมากๆ ครับ

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    โอม:  พูดง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพ คือโลกของเราเหมือนบ้านที่ทุกคนมาอยู่รวมกัน ถ้าคนในบ้านไม่ช่วยกันดูแลรักษา ไม่ช่วยกันทำความสะอาด บ้านก็พัง มันก็จะส่งผลกระทบต่อคนรุ่นต่อๆ ไป  การดูแลโลกและสังคม เป็นเรื่องของคนทุกคน ทุกรุ่นครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    มาร์ค:  ปีหลังๆ โลกเราเกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ขยะมากขึ้น แนวคิดเรื่องความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หากหมุนเวียนนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เป็นวิธีที่ช่วยโลกได้ง่ายเลย

    อย่างผมเองชอบเรื่องแฟชั่น ชอบเสื้อผ้า ชอบแต่งตัว ผมเลือกก็ที่จะซื้อเสื้อผ้าวินเทจ เสื้อผ้ามือสองที่คุณภาพดี ซึ่งราคาถูกลง  แถมยังเป็นแรร์ไอเท็ม นี่ก็เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมทำได้ และเป็นความชอบส่วนตัวด้วยครับ

    โอม:  แฟชั่นวินเทจ แฟชั่นเสื้อผ้ามือสอง คือการหมุนเวียนนำมาใช้ใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังช่วยลดการใช้วัตถุดิบใหม่จากธรรมชาติ เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดด้วยครับ

    มาร์ค:  หลังๆ คนเริ่มสนใจและรณรงค์เรื่อง Fast Fashion การหมุนเวียนของแฟชั่นที่มาไวไปไว ทำให้เพิ่มขยะบนโลกมากขึ้น ดังนั้นการหันมาใช้เสื้อผ้าวินเทจหรือของมือสอง หรือเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าที่มีอยู่ ก็ดูดีได้ในแบบเรา ซึ่งคนรุ่นใหม่ก็หันมาแต่งตัววินเทจมากขึ้น ก็เก๋ดีนะครับ เป็นอะไร Timeless ครับ (ยิ้ม)

    โอม:  คนแต่งตัวเก่งไม่ได้หมายถึงต้องใช้ของแพง แฟชั่นไม่มีผิดถูก แค่เรามิกซ์แอนด์แมทช์ได้ในแบบตัวเอง

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    มาร์ค:   ฝากทุกคนติดตามโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 ด้วยนะครับ จะได้รู้ว่าพวกเราและทุกคนในโครงการทำอะไรบ้าง ติดตามได้ทุกช่องทางโซเชียลของสุดสัปดาห์ได้เลย ปีนี้มีศิลปินมาร่วมโครงการเยอะมากๆ ครับ

    แอลม่อน-ภูมิสุวรรณ สุวรรณสถิตย์ และ โปรเกรส-ภาสวิชญ์ ธรรมสังคีติ

    ความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดีเป็นปีแรก 

    โปรเกรส:   ปีนี้พวกเราดเด็กสุดเลย (ยิ้ม) ดีใจและตื่นเต้นมากๆ ครับที่ได้ร่วมงานกับสุดสัปดาห์

    แอลม่อน:  น้องใหม่เด็กสุด ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ (ยิ้ม)

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    โปรเกรส:   การที่ได้ปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ จะพลังเล็กๆ และเป็นจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมให้ดีขึ้น ในฐานะที่เราเป็นนักแสดง ดีใจที่ได้เป็นกระบอกเสียงและเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ในการส่งต่อสิ่งดีๆ ร่วมกับโครงการคนหล่อขอทำดีครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    โปรเกรส:  ผมขอพูดในมุมของผมแล้วกันนะครับ คือผมชอบเดินป่า ช่วงแรกๆ ที่เดินป่า ผมอาจจะยังไม่อินเรื่องธรรมชาติขนาดนั้น แต่พอเราไปบ่อยๆ เราค่อยๆ ซึมซับไปเอง จนเราไม่อยากให้ธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ผมเคยไปภูกระดึงครั้งหนึ่ง มีกิจกรรมให้เก็บขยะระหว่างทางลงเขาคนละ 1 กิโลกรัม ระหว่างทางผมก็ช่วยเก็บไปเรื่อยๆ ผมเก็บแม้กระทั่งขยะที่อยู่ในขี้ช้าง (หัวเราะ) ถ้ามีโอกาสไปทำอะไรแบบนั้นอีก ผมก็อยากทำครับ ครั้งนั้นได้เกียรติบัตรด้วยนะครับ (ยิ้มภูมิใจ)

    แอลม่อน:  ความยั่งยืนเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน อย่างการใช้แก้วของตัวเองไปซื้อกาแฟที่เราดื่มทุกวัน ช่วยลดขยะได้มากเลยครับ ลองคิดดูว่าเราซื้อกาแฟทุกวัน เราก็จะเสียค่าแก้วทุกวันให้ร้านวันละ 5 บาท 1 ปี มี 365 วัน คิดเป็นเงิน 1,825 บาทแล้ว บางร้านถ้าเรานำแก้วไปเอง ได้ส่วนลดค่าแก้วด้วยครับ เราสามารถนำเงิน 1,825 บาท ไปซื้อแก้วเก๋ๆ มาใช้ ซึ่งราคาอาจจะไม่ถึงก็ได้ แถมช่วยภาวะโลกร้อนแบบง่ายๆ ที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวันครับ

    โปรเกรส:  เรื่องง่ายๆ อีกอย่างคือ เรื่อง Food Waste คือการสั่งอาหารให้พอดี ช่วยลดขยะอาหาร บางทีเรากินอาหารเหลือแล้วเสียดายนะครับ หรืออย่างที่บ้านผมก็หันมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดมลพิษในอากาศได้ครับ คือใครสะดวกแบบไหน ก็ลองเลือกปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ครับ

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    แอลม่อน:  ฝากโครงการการคนหล่อขอทำดีปี 19 ด้วยนะครับ ถ้าอยากรู้ว่าเราจะไปทำภารกิจอะไรต่อ ฝากติดตาม และให้กำลังใจด้วยนะครับ

    เน็ต-สิรภพ มานิธิคุณ และ เจเจ-รัชพล พรพินิต

    ความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดี เป็นปีแรก 

    เน็ต:  ผมได้ยินชื่อโครงการคนหล่อขอทำดีมานานแล้วครับ ดีใจได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการในปีนี้ มีโอกาสได้ทำดีร่วมกันครับ

    เจเจ:  ทั้งตื่นเต้นและดีใจ เป็นโครงการดีๆ ที่ได้มีโอกาสได้ทำบุญและช่วยเหลือสังคมไปพร้อมกัน ภูมิใจที่มีโอกาสได้ทำบุญกับสุดสัปดาห์และแฟนคลับครับ

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    เน็ต:  ผมเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้ว เคยมีโอกาสช่วยเหลือนักเรียนโดยให้ทุนการศึกษา สร้างห้องกิจกรรมให้กับน้องๆ การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเรื่องการเรียน ให้น้องๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ครั้งนั้นผมก็ได้รวมพลัง ร่วมมือร่วมใจกับแฟนคลับไปทำบุญวันเกิดด้วยกัน

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    เจเจ:   จากที่พี่เน็ตเล่าในมุมของความยั่งยืน  คือการหยิบยื่นโอกาสในการต่อยอด พูดให้เห็นภาพ คือเราไม่ได้ให้ปลาแต่เราให้เบ็ดตกปลาเป็นเครื่องมือในการไปต่อยอด เช่นเดียวกัน การที่เราให้ความรู้ เพิ่มทักษะ และโอกาสให้คนหนึ่งได้ดูแลตัวเองได้ ไม่ว่าจะสร้างอาชีพ ต่อยอดทางการศึกษาต่อ คือการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลให้สังคมเรายั่งยืนขึ้น

    เน็ต:   อยากที่ได้เล่าไปข้างต้น โปรเจ็กต์ที่เน็ตเคยรวมตัวกับแฟนคลับทำบุญวันเกิด เราได้รีเสิร์ชในชุมชนที่โคราช ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อ ว่าเราจะสามารถพัฒนาหรือสนับสนุนชุมชนได้อย่างไร น้องๆ ต้องการอะไร จนเราพบว่าน้องๆ และชุมชนต้องการห้องอบรมไกด์หรือมัคคุเทศ เพราะในชุมชนมีแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไอเดียในการต่อยอดที่น่าสนใจมาก เราก็สนับสนุนในการทำห้องนี้ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้น้องๆ ทำของที่ระลึกขาย การที่เราได้มีส่วนสร้างอาชีพในชุมชน คือรากฐานของความยั่งยืน ให้พวกเขาได้พึ่งพาตนเองได้ ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    เน็ต:  ฝากเป็นกำลังใจให้ทุกคนในโครงการด้วยนะครับ มาติดตามกันว่าในปีนี้พวกเราจะไปทำภารกิจอะไร เชื่อว่าทุกคนเต็มที่มากแน่นอน

    ตี๋ตี๋-วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ และ ป๋อ-ศุภการ จิรโชติกุล

    ความรู้สึกที่ได้มาร่วมโครงการคนหล่อขอทำดีเป็นปีแรก 

    ป๋อ:  ผมได้ยินชื่อโครงการมานานแล้วครับ แต่ยังไม่รู้ดีเทลมาก พอปีนี้ได้ผมได้ร่วมโครงการแล้ว ก็ได้รู้รายละเอียดเกี่ยวโครงการแล้วครับ เป็นโครงการที่ทำเพื่อสังคมที่ดีมากๆ เลย (ยิ้ม)
    ตี๋ตี๋:  ผมเองก็ได้ชื่อโครงการคนหล่อขอทำดีมานานมากเหมือนกัน และได้มารู้เพิ่มเติมตอนพี่เก่ง-หฤษฎ์ได้เข้ามาร่วมโครงการ พี่เก่งบอกว่า เนี่ย… พี่ดีใจมากเลยที่ได้ร่วมโครงการคนหล่อขอทำดี ตี๋เองก็ดีใจเหมือนที่ได้มาเป็นคนหล่อฯ ในโครงการกับเขาบ้างแล้ว (ยิ้ม)

    คอนเซปต์ปีนี้ Power of Youth กับพลังของคนรุ่นใหม่ที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆ เพื่อโลกและสังคม 

    ป๋อ:  เป็นคอนเซปต์ที่ตรงกับพวกเรามากครับ พวกเราทำงานในวงการบันเทิง เป็นศิลปินรุ่นใหม่ ที่มีแฟนๆ คอยติดตาม เราสามารถเป็นพลังเล็กๆ เป็นตัวอย่างที่ดี และแรงบันดาลใจในการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมได้ครับ

    แนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ต่อโลกและสังคมที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 

    ป๋อ:  ผมว่าเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ที่ทำได้ไม่ยาก คือการคัดแยกขยะ การลดขยะโดยการนำกลับมาใช้ใหม่ ในแต่ละบ้านและบริษัทมีขยะเกิดขึ้นทุกวัน ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างขึ้นมา ดังนั้นเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันที่ทุกคนทำได้และควรช่วยกันครับ

    ตี๋ตี๋:  การปลูกป่าในเมืองครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ช่วยเพิ่มออกซิเจนและลดก๊าซคาร์บอน เพราะตอนนี้อากาศในเมืองแย่มาก ค่าฝุ่น pm 2.5 สูง ดังนั้นป่าในเมือง และพื้นที่สีเขียว จะเป็นตัวช่วยกรองฝุ่น pm 2.5 ได้เป็นอย่างดีครับ

    ฝากโครงการคนหล่อขอทำดีปี 19 Power of Youth 

    ป๋อ:  จากใจจากความรู้สึกเลย เราดีใจมากๆ ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงที่ดีมากในการทำประโยชน์เพื่อสังคม

    ตี๋ตี๋:   ปีที่แล้วรุ่นพี่ของเราก็จะมีพี่เก่ง พี่น้ำปิง พี่เติ้ล พี่เฟิร์สวัน มาร่วมโครงการ  ปีนี้พวกเราเป็นตัวแทนจากบ้านดูมันดิ มีตี๋ตี๋ ป๋อ พี่เน็ต เจเจ ฝากทุกคนติดตามว่าพวกเราจะไปทำภารกิจอะไร

    Entaintment Editor / Head Project : AuAi
    Interview & Text: AuAi

    Photographer: Bomtana / Praewa / Autoboy

    Assistant photographer: Phuwarin / Phattarapon
    Art Director: Wipawan Chantarakosol

    Retoucher : Tirapan Banpaphong

    Project Manager: Nichaphat Raveerit

    Content Creator : Patcharaporn Nuchbusaba / Nattakarn Saekhoo

    Coordinator: Yaranee Jitjampee

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sudsapda.com/issue/339490.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VdDeAZc5XC9P4EETpOPkF

  • นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    นายกฯ เปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 เชื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว จ.ลพบุรี

    14 ก.พ.69 เวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ณ เวทีกลาง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นงานประจำปีสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาสให้ได้รำลึกถึงบุญคุณแห่งบูรพกษัตริย์ ความรักชาติรักแผ่นดิน ที่ทำให้เรารักษาดินแดนมาได้จนถึงทุกวันนี้

    “ผมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับคำว่า บ้านเกิดเมืองนอน เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ามีความภูมิใจในอัตลักษณ์ของบ้านเกิด ก็จะทำทุกอย่าง เพื่อรักษาความภาคภูมิใจนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยือน การช่วยกันพัฒนา สร้างความเจริญในทุกมิติ รวมถึงการรักษามรดกทางวัฒนธรรม ไว้ให้ลูกหลาน”

    การจัดงานครั้งนี้ ยังเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมทั้งทรงพัฒนาให้เป็นอาชีพที่มั่นคงแก่ประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตผ้ามัดหมี่ และงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน จ.ลพบุรี

    นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนใน จ.ลพบุรี ที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ เป็นที่ภาคภูมิใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66579&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ko0FKHWYxeP5m2QUlPzV8

  • นักศึกษาไทยในเทียนจินร่วมฉลองตรุษจีน สัมผัสหลากหลายประเพณีดั้งเดิม | เดลินิวส์

    นักศึกษาไทยในเทียนจินร่วมฉลองตรุษจีน สัมผัสหลากหลายประเพณีดั้งเดิม | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเทศบาลนครเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า น.ส.กิรณา เวสารัชกิตติ หนึ่งในนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมงานและได้สัมผัสเทศกาลตรุษจีนในจีนเป็นครั้งแรก บอกเล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอรู้แค่ว่า ตรุษจีนเป็นวันหยุดสำคัญที่สุดในจีน เป็นช่วงเวลาที่มีความคึกคัก และให้ความสำคัญอย่างมากกับครอบครัวและประเพณี แต่ประสบการณ์นี้ช่วยให้เธอเข้าใจความหมายของเทศกาลตรุษจีนอย่างแท้จริง

    เป็นเวลาหลายชั่วอายุคนแล้วที่ภาพมงคลวันตรุษจีน หรือเหนียนฮว่า ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญสำหรับครอบครัวในการบอกลาปีเก่า พร้อมถ่ายทอดคำอธิษฐานถึงความสงบสุขและความรุ่งเรืองในปีใหม่

    ภายในห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ มีการแนะนำแหล่งผลิตภาพมงคลวันตรุษจีนสำคัญหลายแห่ง อาทิ หยางหลิ่วชิงในเทียนจิน และโฝซานในมณฑลกวางตุ้ง โดยมีการจัดแสดงทั้งเครื่องมือแกะสลักแม่พิมพ์ไม้ เทคนิคการพิมพ์แบบแยกหลายชั้น และสารพัดผลงานชิ้นเอก ขณะที่ภาพของเทพผู้พิทักษ์ประตู เด็กน้อยอุ้มปลาคาร์ป และเทพเจ้าแห่งโชคลาภปรากฏให้เห็นในสีสันสดใส ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคำอวยพรมงคล

    พิพิธภัณฑ์เฝิงจี้ไฉ เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุและผลงานศิลปะหลายพันชิ้น โดยนิทรรศการอย่าง “ประวัติศาสตร์ภาพมงคลตรุษจีน” ได้ตอกย้ำบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในการอนุรักษ์ และส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน

    เฝิงจี้ไฉ นักเขียนและนักวิชาการวัฒนธรรมชื่อดังของจีน ชี้ว่า แก่นแท้ของประเพณีตรุษจีนคือความหวังและความปรารถนาในชีวิตของผู้คน ทั้งในเรื่องความสุข ความปลอดภัย ความปรองดอง สุขภาพแข็งแรง และการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของคนครอบครัว เทศกาลนี้จึงเป็นหน้าต่างบานสำคัญสู่การเรียนรู้วัฒนธรรมจีน และยังคงเป็นหนึ่งในประเพณีซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดของอารยธรรมจีน

    อนึ่ง เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2567 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนเทศกาลตรุษจีนของประชาชนชาวจีน เข้าสู่รายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

    ด้าน น.ส.กิรณา กล่าวถึงประเพณีตรุษจีนในไทยว่า ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนมีการไหว้บรรพบุรุษ มอบซองแดงให้ลูกหลานและผู้ใหญ่ รวมถึงล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้ากัน แม้เราจะอาศัยอยู่ในประเทศที่แตกต่าง แต่การให้ความสำคัญกับครอบครัวและการสืบทอดประเพณีนั้นไม่ต่างกันเลย

    น.ส.ณิชา เกา นักศึกษาไทยสาขาวิศวกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยเทียนจิน ซึ่งมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย บอกเล่าว่า นี่ไม่ใช่ตรุษจีนครั้งแรกของเธอในจีน สมัยที่เธอยังเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่จีนนั้น ช่วงวันหยุดที่มีนักเรียนต่างชาติอยู่เพียงไม่กี่คน บรรดาอาจารย์และเจ้าหน้าที่หอพักได้ชวนเธอไปร่วมโต๊ะอาหารที่บ้าน ซึ่งประสบการณ์นั้นทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเหมือนครอบครัวในช่วงตรุษจีน.

    ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5602903/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oZv7RgahH_d-qn9afyZc1