Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ดูดวงรายปักษ์ 16-28 กุมภาพันธ์ 2569

    ดูดวงรายปักษ์ 16-28 กุมภาพันธ์ 2569

    ดูดวงรายปักษ์ เช็กดวงปักษ์หลัง วันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2569 ดวงการเงิน ดวงการงาน ดวงความรัก

    ดูดวงรายปักษ์ 16-28 กุมภาพันธ์ 2569 คำทำนายดวงชะตา จาก นางเงือกดูดวง Sanook Horoscope เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว ราศีของท่านจะรุ่งแค่ไหน ไปเช็กดวงกัน

    ดูดวงรายปักษ์ 16-28 กุมภาพันธ์ 2569

    ดวงรายปักษ์ ราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค.)

    การงาน มีเกณฑ์ได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ หรือได้รับมอบหมายความรับผิดชอบใหม่ในช่วงนี้ บางคนอาจมีโอกาสย้ายงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน เป็นช่วงเวลาที่คุณอาจต้องตัดใจจากสิ่งเดิม ๆ เพื่อก้าวไปสู่โอกาสใหม่ที่เหมาะสมและส่งผลดีกับอนาคตมากกว่า แม้จะต้องปรับตัว แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของความก้าวหน้า

    การเงิน ในระยะนี้ต้องอาศัยการวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ มีเกณฑ์ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับบ้าน ครอบครัว หรือที่อยู่อาศัยเข้ามาเพิ่มเติม หากมีการให้ยืมเงิน หรือมีใครรับปากเรื่องเงินทองไว้ ควรระมัดระวัง เพราะอาจไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงกัน

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้พบเจอคนใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต อาจมีคนเข้ามาสนใจ หรือพยายามสานสัมพันธ์ด้วย อย่างไรก็ตาม ควรใช้เวลาในการศึกษานิสัยใจคอให้ดี เพราะอีกฝ่ายอาจยังไม่จริงจัง หรือมีความเจ้าชู้แฝงอยู่

    คนมีคู่ ควรใส่ใจความสัมพันธ์ให้มากขึ้น ช่วงนี้อาจมีเรื่องคาใจ หรือความกังวลสะสมทั้งสองฝ่าย หากไม่พูดคุยกันให้เข้าใจ อาจกลายเป็นปัญหาที่กระทบความสัมพันธ์ได้

    สุขภาพ ระวังปัญหาเกี่ยวกับสายตา ระบบทางเดินหายใจ

    ดวงรายปักษ์ ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 14 มิ.ย.)

    การงาน งานในช่วงนี้ค่อนข้างวุ่นวาย ภาระหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้รู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ ขณะที่ผลตอบแทนอาจยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง คุณอาจต้องอดทนกับสภาพแวดล้อม หรือสถานการณ์ตรงหน้าไปก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อพ้นช่วงนี้ไป โดยเฉพาะในเดือนหน้า หลายอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

    การเงิน มีเกณฑ์ใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับการเข้าสังคม หรือการให้รางวัลและสร้างความสุขให้กับตัวเอง ช่วงนี้การควบคุมค่าใช้จ่ายอาจทำได้ไม่ดีนัก จึงควรวางแผนให้รอบคอบ เพราะอาจเกิดภาวะตึงมือในช่วงปลายเดือน หรือจำเป็นต้องนำเงินเก็บออกมาใช้

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้พบเจอคนใหม่ที่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปได้ โดยอาจเป็นความสัมพันธ์ทางไกล เป็นชาวต่างชาติ หรือพบกันผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายอาจมีข้อจำกัดบางอย่างในการใช้ชีวิตที่ต้องทำความเข้าใจกัน

    คนมีคู่ ความรักในช่วงนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน อาจมีบรรยากาศของความตึงเครียดเกิดขึ้น ควรเปิดใจพูดคุยและรับฟังกันให้มาก เพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ให้ผ่านช่วงนี้ไปได้

    สุขภาพ ระพวังเรื่องอาหารการกิน อาหารไม่ย่อย

    ดวงรายปักษ์ ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

    การงาน มีเกณฑ์เกิดการปรับเปลี่ยนเกี่ยวกับงานอย่างชัดเจน คุณอาจได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่ มีงานเพิ่มขึ้น หรือถูกโยกย้ายตำแหน่งและสถานที่ทำงาน บางคนอาจเจอกับการปรับโครงสร้างภายในองค์กร ทำให้บทบาทหน้าที่เปลี่ยนไป ช่วงนี้จึงต้องอาศัยความยืดหยุ่นและความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

    การเงิน การใช้จ่ายในระยะนี้มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพ การแก้ไขปัญหาบางอย่างในชีวิต หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการโยกย้ายที่อยู่อาศัย ควรวางแผนให้รอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบกับสภาพคล่องในระยะยาว

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้กลับไปติดต่อ หรือพูดคุยกับคนเก่า หรือคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน และอาจพัฒนาเป็นความสัมพันธ์รูปแบบคนคุยได้ อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าความสัมพันธ์นี้อาจไม่ยืนยาวนัก

    คนมีคู่ ต้องระวังประเด็นเก่า ๆ ที่เคยค้างคาใจอาจย้อนกลับมาเป็นปัญหาอีกครั้ง อีกทั้งในบางกรณี คนรักอาจมีปัญหาสุขภาพ ทำให้คุณต้องเข้าไปดูแลและใส่ใจมากเป็นพิเศษ

    สุขภาพ ระวังเรื่องการดื่มน้ำน้อย ก้อนนิ่ว

    ดวงรายปักษ์ ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.)

    การงาน งานในช่วงนี้มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก บางคนอาจถูกโยกย้ายสถานที่ทำงาน หรือได้รับหน้าที่ใหม่แบบไม่เต็มใจ หรือเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หากใครกำลังสมัครงานอยู่ อาจยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งใจ หรือจำเป็นต้องเดินทางไกลกว่าเดิม ช่วงนี้จึงต้องอาศัยความอดทนและความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ

    การเงิน มีแนวโน้มเริ่มสนใจการลงทุน หรือมองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ แต่ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ไม่ควรตัดสินใจตามกระแส หรือคำชักชวนโดยขาดการวิเคราะห์ เพราะอาจเสี่ยงต่อการขาดทุนได้ การวางแผนอย่างมีสติจะช่วยลดความเสี่ยงลง

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้พบเจอคนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว หรือเป็นคนที่มีคนคุยอยู่ก่อน ความสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นแบบไม่จริงจังนัก จึงควรใช้วิจารณญาณและระมัดระวังความรู้สึกของตัวเอง

    คนมีคู่ ช่วงนี้บรรยากาศความรักค่อนข้างตึงเครียด ต่างฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องจัดการ ทำให้โฟกัสไปที่เรื่องงาน หรือการใช้ชีวิตมากกว่าความสัมพันธ์ ควรหาเวลาพูดคุยและเติมความใส่ใจให้กันมากขึ้น

    สุขภาพ ระวังเกี่ยวกับอาการปวดหลัง ปวดสะโพก

    ดวงรายปักษ์ ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

    การงาน ต้องระวังปัญหากับเพื่อนร่วมงาน หรือคนในทีม ความคิดเห็นอาจไม่ลงรอยกัน ทำให้การทำงานหาทางออกร่วมกันได้ยาก ส่งผลให้บรรยากาศในที่ทำงานตึงเครียด อีกทั้งผู้ใหญ่ หรือหัวหน้าอาจไม่ได้เข้ามาช่วยจัดการมากนัก คุณจึงอาจต้องพึ่งพาความสามารถและการควบคุมอารมณ์ของตัวเองเป็นหลัก

    การเงิน ภาพรวมการเงินยังถือว่าบริหารจัดการได้ดี แม้จะไม่ได้มีเหลือใช้แบบฟุ่มเฟือย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่ากังวล อย่างไรก็ตาม หากมีการลงทุนไปก่อนหน้านี้ ผลตอบแทนอาจยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ต้องใช้เวลาและความอดทนรอผลลัพธ์

    ความรัก คนโสด ต้องระวังการเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์แบบรักสามเส้า หรืออาจกลายเป็นรักซ้อนโดยไม่รู้ตัว หากพบสถานการณ์ลักษณะนี้ควรถอยออกมาโดยเร็ว เพราะอีกฝ่ายอาจใช้คำพูด หรือคำสัญญาเพื่อรั้งคุณไว้โดยไม่ได้จริงใจ

    คนมีคู่ ระวังมีคนเข้ามาให้ความสนใจทั้งตัวคุณ หรือคนรัก ช่วงนี้อาจมีจังหวะเผลอใจได้ง่าย ควรตั้งสติให้ดี เพราะหากเข้าไปพัวพันกับคนที่ไม่จริงใจ อาจกลายเป็นปัญหาระยะยาวต่อความสัมพันธ์หลักได้

    สุขภาพ ระวังอุบัติเหตุเกี่ยวกับความเร็ว

    ดวงรายปักษ์ ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

    การงาน มีเกณฑ์ต้องรับผิดชอบงานที่ไม่ถนัด หรือไม่ใช่สิ่งที่ชอบนัก แต่ในช่วงนี้อาจปฏิเสธได้ยาก คุณจึงต้องเปิดใจเรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวและพัฒนาความสามารถของตัวเองให้มากขึ้น หากทำธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นฟรีแลนซ์ ช่วงนี้จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ คิดหาวิธีทำงานรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้งานสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

    การเงิน การเงินอยู่ในช่วงที่ต้องหมุนจัดการพอสมควร ควรควบคุมค่าใช้จ่ายให้มากกว่าเดิมเพื่อรักษาสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม มีโอกาสได้รับโชคลาภเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามา ช่วยสร้างกำลังใจและความรู้สึกดีให้กับตัวคุณได้บ้าง

    ความรัก คนโสด มีเกณฑ์ได้พบคนที่อายุมากกว่า บุคลิกนิ่ง สุขุม และค่อนข้างตรงสเปคของคุณ แต่ในสายตาของเขาอาจมองคุณในฐานะเพื่อน ทำให้ความสัมพันธ์ยังไม่สามารถแสดงออกชัดเจนมากนัก

    คนมีคู่ เป็นช่วงที่คุณและคนรักต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไข จะทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น

    สุขภาพ ระวังการป่วย ไม่สบาย เป็นไข้

    ดวงรายปักษ์ ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

    การงาน มีเกณฑ์เกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน หรือคุณอาจตัดสินใจลาออก หรือปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานบางอย่างให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากนี้ องค์กรอาจมีการปรับโครงสร้าง ปรับลดเงินเดือน หรือจำนวนพนักงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบมาถึงตัวคุณโดยตรง ช่วงนี้จึงควรเตรียมแผนสำรองและวางแผนอนาคตอย่างรอบคอบ

    การเงิน การเงินอยู่ในช่วงที่ต้องหมุนค่อนข้างมาก มีรายรับเข้ามาแล้วก็ต้องจ่ายออกไปทันที ทำให้รู้สึกตึงมือและเครียดเป็นพิเศษ ควรจัดลำดับความสำคัญของค่าใช้จ่ายและพยายามควบคุมงบประมาณให้รัดกุมที่สุด

    ความรัก คนโสด ในช่วงนี้คุณอาจยังไม่ได้โฟกัสเรื่องความรักมากนัก หากจะมีใครเข้ามา คุณคาดหวังว่าจะเป็นคนที่สามารถช่วยซัพพอร์ตและแบ่งเบาภาระได้ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะได้พบคนลักษณะนั้น

    คนมีคู่ เป็นช่วงที่ต้องจับมือกันฝ่าฟันหลายเรื่อง ทั้งการเงิน การงาน และการหาทางออกร่วมกันในประเด็นที่เป็นปัญหา ความร่วมมือและความเข้าใจจะเป็นกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ในระยะนี้

    สุขภาพ ระวังเรื่องไมเกรน ความเครียด

    ดวงรายปักษ์ ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

    การงาน งานในระยะนี้อาจไม่ราบรื่น มีปัญหาหลายด้านเข้ามาพร้อมกัน หรือได้รับข่าวแบบกะทันหันที่ทำให้ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่น การเปลี่ยนงาน หรือมองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงของการทบทวนทิศทางและวางแผนอนาคตอย่างจริงจัง

    การเงิน มีเกณฑ์ต้องใช้จ่ายเงินก้อน หรือจำเป็นต้องนำเงินมาแก้ไขปัญหาบางอย่าง ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการเงิน และอาจยังมองไม่เห็นทางออกที่ชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายไปทีละขั้น ขอเพียงคุณไม่หยุดหาทางแก้ไข

    ความรัก คนโสด อาจมีคนเข้ามาสนใจและอยากพัฒนาความสัมพันธ์ แต่ตัวคุณเองอาจยังไม่เปิดใจเต็มที่ เพียงคุยเพื่อคลายเหงา เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายอาจไม่สามารถซัพพอร์ตคุณได้ในระยะยาว

    คนมีคู่ ช่วงนี้ต่างคนต่างโฟกัสเรื่องของตัวเองมากขึ้น ทำให้บรรยากาศความรักดูจืดชืด ควรหาเวลาพูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเติมความใกล้ชิดให้กลับมา

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดวงรายปักษ์ ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

    การงาน มีเกณฑ์ได้หยิบงานเก่า หรือโปรเจกต์เดิมกลับมาปรับปรุงและเริ่มต้นใหม่ ความกดดันในเรื่องงานอาจเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม บางคนอาจเริ่มคิดอยากเปลี่ยนทิศทางการทำงาน แต่สถานการณ์ในตอนนี้อาจยังไม่เอื้ออำนวยให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ จึงต้องอดทนและรอจังหวะที่เหมาะสม

    การเงิน เป็นช่วงที่มีรายจ่ายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ หรือการชำระหนี้ที่ค้างไว้ ทำให้รู้สึกเหนื่อยและกดดันด้านการเงินมากขึ้น แม้จะพยายามมองหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ๆ แต่ยังอยู่ในช่วงทดลอง เงินอาจยังไม่เข้าตามที่ตั้งใจ ต้องใช้เวลาและความพยายามต่อเนื่อง

    ความรัก คนโสด มีโอกาสพบเจอคนใหม่ผ่านเรื่องงาน หรือพบกันในสถานที่ทำงาน ความสัมพันธ์อาจพัฒนาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความรักแบบรวดเร็วและร้อนแรงได้

    คนมีคู่ แม้ต่างฝ่ายจะให้ความสำคัญกับงานเป็นหลักในช่วงนี้ แต่ก็ยังพยายามแบ่งเวลาให้กัน ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงมีความหวานและความเข้าใจประคองอยู่

    สุขภาพ ระวังเรื่องความเครียด เรื่องสภาพจิตใจ

    ดวงรายปักษ์ ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

    การงาน งานกองอยู่ที่ตัวคุณจำนวนมาก ต้องรับผิดชอบหลายหน้าที่ในเวลาเดียวกัน บางคนอาจเจอสถานการณ์ที่เพื่อนร่วมงานทิ้งงานไว้ หรือมีลูกน้องลาออก ส่งผลให้งานล่าช้าและภาระตกมาที่คุณมากขึ้น ช่วงนี้จึงจำเป็นต้องปรับวิธีการทำงาน วางระบบใหม่ หรือจัดสรรเวลาให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

    การเงิน การเงินยังหมุนได้ไม่คล่องตัวนัก อาจต้องมองหารายได้เสริม หรือช่องทางอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกเหนื่อยและกดดันมากขึ้น ควรวางแผนรายรับรายจ่ายให้รัดกุม และค่อย ๆ แก้ไขไปทีละขั้น

    ความรัก คนโสด ในช่วงนี้คุณอาจรู้สึกอยากอยู่กับตัวเองมากกว่าเปิดรับใครใหม่ เพราะไม่อยากเพิ่มภาระทางความรู้สึก หากมีคนคุยอยู่แล้ว อีกฝ่ายอาจเริ่มนิ่ง หรือถอยห่างออกไป ทำให้ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนเท่าเดิม

    คนมีคู่ เป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างเหมือนเพื่อนกันมากกว่า ความรักไม่ค่อยหวาน และต้องระวังเรื่องความเครียดภายในครอบครัว หรือปัญหาส่วนตัว ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องผิดใจกันได้

    สุขภาพ ระวังเรื่องผดผื่น แพ้อากาศ

    ดวงรายปักษ์ ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

    การงาน มีเกณฑ์ได้ร่วมงานกับทีมใหม่ หรือทำงานกับคนกลุ่มใหม่ ๆ ช่วงแรกอาจเกิดความไม่เข้าใจกัน ทำให้การทำงานติดขัด หรือเดินหน้าได้ช้ากว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านช่วงปรับตัวไปสักระยะ ความสัมพันธ์ในการทำงานและภาพรวมของงานจะเริ่มเข้าที่มากขึ้น

    การเงิน การเงินในช่วงนี้ยังหมุนเวียนได้ไม่คล่องนัก มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีโอกาสได้รับโชคลาภเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะจากการเดินทาง หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทางไกล ช่วยให้พอมีเรื่องดี ๆ เข้ามาเติมกำลังใจ

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้กลับไปพูดคุย หรือสานสัมพันธ์กับคนเก่า หรือคนที่รู้จักกันมาก่อน แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น อาจพบว่ามีบางจุดที่เข้ากันได้ไม่เต็มที่

    คนมีคู่ ช่วงนี้มีรายจ่ายเกี่ยวกับครอบครัวค่อนข้างมาก ควรระวังความเครียดสะสมของทั้งสองฝ่าย เพราะอาจกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ได้ การสื่อสารอย่างใจเย็นจะช่วยลดปัญหาได้

    สุขภาพ ระวังน้ำหนักขึ้น ไขมันในเส้นเลือด

    ดวงรายปักษ์ ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

    การงาน งานโดยรวมถือว่าเดินหน้าได้ มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนใหม่ ๆ หรือได้รับโอกาสใหม่ในสายงานของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ปัญหาและรายละเอียดจุกจิกก็มีเข้ามาไม่น้อย คุณอาจต้องคอยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกเหนื่อยและใช้พลังงานมากกว่าปกติ

    การเงิน การเงินยังค่อนข้างตึงตัว มีค่าใช้จ่ายรออยู่หลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนในบ้าน หรือการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่น ควรวางแผนให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบกับความมั่นคงของตัวเองในระยะยาว

    ความรัก คนโสด ช่วงนี้อาจยังไม่เจอคนที่ถูกใจอย่างแท้จริง หากมีใครเข้ามา ควรพิจารณาให้ดี เพราะอาจนำความหนักใจมาให้มากกว่าความสบายใจ

    คนมีคู่ เวลาของคุณและคนรักอาจไม่ค่อยตรงกัน บางครั้งอีกฝ่ายกลับบ้านดึก หรือมีภาระมาก ทำให้บรรยากาศความรักดูจืดลง ควรหาโอกาสปรับเวลาและเติมความใส่ใจให้กันมากขึ้น

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322338/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m1LK2LLvV4bL5IjutnDBd

  • คว้าโอกาส! เปิดเส้นทางสู่ทุนการศึกษาสำหรับเด็กคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) – คณะศิลปศาสตร์

    คว้าโอกาส! เปิดเส้นทางสู่ทุนการศึกษาสำหรับเด็กคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) – คณะศิลปศาสตร์

    สวัสดีจ้าาา! น้องๆ ชาว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทุกคน! เรียนก็สนุก กิจกรรมก็เริ่ด แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราเรียนเก่งแล้วยังได้ทุนการศึกษามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้คุณพ่อคุณแม่อีก! วันนี้พี่ๆ SPU จะพาน้องๆ ไปส่องเส้นทางสู่การเป็นเจ้าของทุนการศึกษา ว่าที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ของเรามีทุนอะไรเด็ดๆ รออยู่บ้าง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย!

    🌟 ทุนดีๆ ที่ SPU มีให้เด็กคณะศิลปศาสตร์

    ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เราเชื่อมั่นในศักยภาพของนักศึกษาทุกคน โดยเฉพาะน้องๆ จาก คณะศิลปศาสตร์ ที่มีความสามารถรอบด้าน เราจึงมีทุนการศึกษาหลากหลายประเภทเพื่อสนับสนุนให้น้องๆ ได้เรียนรู้อย่างเต็มที่และไร้กังวล มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!

    • ทุน SPU โควตาพิเศษ: สำหรับน้องๆ ม.6 หรือ ปวส. ที่มีผลการเรียนดี มีความสามารถพิเศษด้านภาษา หรือกิจกรรมโดดเด่น ยื่นแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) สวยๆ ก็มีสิทธิ์ได้รับทุนเรียนฟรีไปเลย!
    • ทุนพี่น้อง SPU: สำหรับครอบครัวศรีปทุมโดยเฉพาะ! หากมีพี่หรือน้องเรียนอยู่ที่ SPU ก็รับส่วนลดค่าเทอมไปเลย เป็นการซัพพอร์ตกันและกันในครอบครัวเรา
    • ทุนผู้มีความสามารถพิเศษ (ทุนตัวจริง): ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา, ศิลปะ, หรือนวัตกรรม หากน้องๆ มีความสามารถที่โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ทุนนี้เกิดมาเพื่อเธอ!
    • ทุนจากหน่วยงานภายนอก: มหาวิทยาลัยศรีปทุม ยังร่วมมือกับองค์กรชั้นนำมากมายเพื่อมอบทุนการศึกษาเพิ่มเติม น้องๆ สามารถติดตามข่าวสารทุนจากหน่วยงานภาครัฐได้ที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจมากๆ เลยนะ

    🚀 เคล็ดลับ (ไม่) ลับ พิชิตทุนการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ SPU

    อยากได้ทุนต้องทำยังไง? ไม่ยากเลย! แค่ทำตามเคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ โอกาสก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

    1. เตรียมตัวให้พร้อมเสมอ

    รักษาผลการเรียนให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และเริ่มสร้าง Portfolio เก็บผลงานเด่นๆ ด้านภาษา การประกวด หรือกิจกรรมจิตอาสาที่เคยทำไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ใบสมัครของน้องๆ โดดเด่นกว่าใคร

    2. ติดตามข่าวสารจากมหาวิทยาลัย

    ข่าวประกาศรับสมัครทุนมักจะมีช่วงเวลาที่กำหนด อย่าพลาดเด็ดขาด! แนะนำให้กดไลก์เพจ Facebook ของ คณะศิลปศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือเข้าไปเช็กที่ หน้าเว็บไซต์ประกาศทุนการศึกษา SPU บ่อยๆ จะได้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ!

    3. เขียนใบสมัครและเรียงความให้ “ปัง”

    เล่าเรื่องราวความเป็นตัวเอง ความฝัน และเหตุผลที่อยากได้ทุนนี้อย่างจริงใจและสร้างสรรค์ แสดงให้คณะกรรมการเห็นว่าเรามีแพสชันกับสิ่งที่เรียนใน คณะศิลปศาสตร์ มากแค่ไหน

    เห็นไหมคะว่าโอกาสดีๆ อยู่ใกล้ตัวเรานิดเดียว! การขอทุนการศึกษาไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยสำหรับเด็ก คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม แค่เรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเตรียมตัวให้พร้อม พี่ๆ SPU ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนคว้าทุนที่หวังไว้ได้สำเร็จนะคะ! ❤️

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/26341/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tmlq0mjoiN_BmrdJ7RvdV

  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง! ผู้ป่วยฝีดาษวานรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย คุมเข้มเฝ้าระวังอีก 47 ราย สั่งงดย้ายผู้ต้องขัง | เดลินิวส์

    ภูมิคุ้มกันบกพร่อง! ผู้ป่วยฝีดาษวานรเสียชีวิตแล้ว 1 ราย คุมเข้มเฝ้าระวังอีก 47 ราย สั่งงดย้ายผู้ต้องขัง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากกว่าปกติ
          
    จากการสอบสวนโรค พบว่า ผู้ป่วยเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 โดยมีแผลบริเวณขา ต่อมามีอาการไข้ และพบผื่นตุ่มตามร่างกาย ก่อนถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างเร่งด่วน แม้แพทย์จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่อาการทรุดลงและเสียชีวิตในวันที่ 11 ก.พ. 2569 โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ Mpox สายพันธุ์ Clade II ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อมาก่อนเข้าเรือนจำ และด้วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการขาดยาต้านไวรัสเอชไอวี ทำให้การดำเนินโรคมีความรุนแรงมากขึ้น
        
    นพ.มณเฑียร กล่าวว่า ภายหลังได้รับผลยืนยัน กรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที โดยแยกและเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด
    ในแดนเดียวกัน 32 ราย และเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่เกี่ยวข้องอีก 14 ราย พร้อมงดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในพื้นที่เสี่ยง ตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 21 วัน ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผู้สัมผัสในสถานพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา พร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกัน
    โรคฝีดาษวานรสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง ตามแนวทางการให้วัคซีนหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis) จำนวน 19 ราย และประเมินความเสี่ยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกว่า 80 ราย เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง
    อย่างเหมาะสม
          
    ด้านนพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษวานรติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผื่น ตุ่ม หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันและการมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิด อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดเมื่อย และมีผื่นหรือตุ่ม หากประชาชนมีอาการสงสัยควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว
          
    “ปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่รายอื่นมีอาการเข้าได้กับโรคเพิ่มเติม และสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและการติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังและการดูแลของกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค” นายแพทย์นิติ กล่าว
          
    กรมควบคุมโรคยืนยัน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง หากมีข้อสงสัย โทรสอบถาม สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5603191/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AcwxfMH-8kuyv69o5DCss

  • ผู้เชี่ยวชาญไอที เผยไวท์แฮกเกอร์เตือน ข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรั่วไหล

    ผู้เชี่ยวชาญไอที เผยไวท์แฮกเกอร์เตือน ข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรั่วไหล

    เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

    เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของคุกกี้ที่เราจัดเก็บ เหตุผลในการใช้คุกกี้ และวิธีการตั้งค่าคุกกี้ได้ใน นโยบายคุกกี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/socialnews/weekend/457257&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1m105FrduEx3D0jE-lxVFC

  • สมาพันธ์เอสเอ็มอีจ่อยื่น 3 ข้อเสนอฟื้นเศรษฐกิจ-หนุนคนะลครึ่งพลัส เฟส 2

    สมาพันธ์เอสเอ็มอีจ่อยื่น 3 ข้อเสนอฟื้นเศรษฐกิจ-หนุนคนะลครึ่งพลัส เฟส 2

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์ฯ มองว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ไม่น่าต่างจากเดิมมาก สิ่งที่สมาพันธ์ฯ จะเข้าไปหารือหลังจัดตั้งรัฐบาลแล้วคือ (1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส แต่อยากให้มีมาตรการส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยในระยะ 1 ปีต่อเนื่องควบคู่ไปด้วย (2) มาตรการบริหารจัดการหนี้ของ MSME เข้าใจว่าอยู่ในแผนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเดิมอยู่แล้ว และ (3) กองทุนดอกเบี้ย 3-5% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ Micro & Small Enterprises ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารปกติ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อย เกือบ 3.2 ล้านราย

    นายณพพงศ์ ย้ำว่า เห็นด้วยกับการเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการเมือง และอยากให้เริ่มกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ออกมาเร็วๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000015633&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw150QZcWsRWvxE15cNKh9Oa

  • SCB EIC มองผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ลดแรงกดดันเศรษฐกิจไทย คาดรัฐบาลใหม่เริ่มงาน พ.ค. นี้ ชูเสถียรภาพการเมืองเด่น แต่ต้องฝ่าความท้าทายหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70%

    SCB EIC มองผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ลดแรงกดดันเศรษฐกิจไทย คาดรัฐบาลใหม่เริ่มงาน พ.ค. นี้ ชูเสถียรภาพการเมืองเด่น แต่ต้องฝ่าความท้าทายหนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70%

    SCB EIC มองผลเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ลดความเสี่ยงเศรษฐกิจจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลง จากไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้เร็ว

    SCB EIC ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพจะเกิดขึ้นได้เร็ว หลังเห็นผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 ที่ออกมา

    พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้จะมีทางเลือกในการจัดตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพได้หลายรูปแบบและมี 3 รัฐมนตรีมืออาชีพสานนโยบายต่อหลังจากชนะการเลือกตั้งด้วยจำนวนที่นั่งมากถึง 193 ที่นั่ง (ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026 นับแล้ว 94%) ทิ้งห่างจากพรรคอันดับสอง 118 ที่นั่งค่อนข้างมาก โดยมีพรรคประชาชนเป็นแกนนำฝ่ายค้าน (รูปที่ 1) ผลการเลือกตั้งเช่นนี้เร่งให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ลดความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทย และสร้างความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน

    รูปที่ 1 : ฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลจากผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026

    ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากมุมมอง SCB EIC 1

    ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักข่าวต่างๆ

    ประเมินรัฐบาลใหม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่เดือน พ.ค. การจัดทำงบประมาณปี 2027 จะล่าช้าเพียง 1-2 เดือน

    SCB EIC ประเมินว่าการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลครั้งนี้จะใช้เวลา 5 เดือน (2+2+1) โดย 2 เดือนแรกเป็นระยะเวลาตั้งแต่ยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. 2025 ถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2026 และประเมินว่าจะใช้เวลาอีก 2 เดือนในการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ และอีก 1 เดือนในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มรูปแบบภายในเดือน พ.ค. (รูปที่ 2)

    โดยปกติแล้วการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลลดลง โดยเฉพาะงบลงทุน และมีความเสี่ยงประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณปีถัดไปล่าช้า อย่างไรก็ดี ผลกระทบการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลรอบนี้จะไม่รุนแรงนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการเร่งอนุมัติโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการไว้ก่อนยุบสภา

    สำหรับกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2027 มีแนวโน้มประกาศใช้ได้ในเดือน พ.ย. 2026 ล่าช้าเพียง 1-2 เดือนจากกำหนดการปกติที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2026 ใกล้เคียงกับที่ SCB EIC ประเมินไว้ก่อนเลือกตั้ง เนื่องจากช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลและช่วงเวลาการจัดทำรายละเอียดงบประมาณขนานกัน โดยผลการเลือกตั้งที่ออกมานี้จึงลดความเสี่ยงด้านลบจากกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2027 ที่จะล่าช้าออกไปมาก (รูปที่ 2)

    รูปที่ 2 : ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลและการจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2027

    ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากมุมมอง SCB EIC 2

    ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของทำเนียบรัฐบาล, กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ

    พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าเศรษฐกิจขยายตัว > 3% ผ่านชุดนโยบาย ‘10 พลัส’ ยังมีความท้าทายสูงบนข้อจำกัดทางการคลัง

    พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้ายกระดับให้เศรษฐกิจไทยกลับมาขยายตัวสูงกว่า 3% อีกครั้ง ผ่านชุดนโยบาย 10 พลัส ซึ่งครอบคลุมการฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตระยะยาว และกระจายรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ โดยแบ่งเป็น 2 เสาหลัก ได้แก่โอบอุ้มรากฐาน สร้างความทั่วถึง : (1) คนตัวเล็ก ตัวน้อย พลัส ปิดหนี้ คนละครึ่งพลัส (2) ผู้สูงวัย พลัส พัฒนาทักษะ สร้างรายได้ มีคนดูแล (3) ชุมชน พลัส ท่องเที่ยวเมืองรอง ผลิตของที่ใช่ขายของที่ชอบ (4) การศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรีผ่านแพลตฟอร์ม มีงานทำ (5) เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เข้าถึงงานภาครัฐยกระดับศักยภาพการแข่งขันประเทศในระยะยาว : (6) ลงทุน พลัส เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 30% ของ GDP เน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (7) เศรษฐกิจสีเขียว พลัส มุ่ง Net zero ตลาดคาร์บอน (8) ดิจิทัล AI พลัส พัฒนาทักษะ สร้างรายได้ (9) Trade พลัส อัปเกรดการผลิต ยึดตลาดโลก (10) Thailand พลัส

    รัฐฉับไว อนุมัติไว

    ข้อสังเกตของ SCB EIC ต่อชุดนโยบายนี้

    • ทิศทางการดำเนินนโยบายยังไม่ชัดเจนนัก ชุดนโยบาย 10 พลัส นี้ ครอบคลุมนโยบายมากกว่าชุดนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้พร้อมวงเงินที่ใช้ดำเนินการตามนโยบายหาเสียง ซึ่งมีเพียง 8 นโยบาย และยังไม่ครอบคลุมบางนโยบายที่ประกาศในเวทีหาเสียงบางโอกาส เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ขณะเดียวกัน นโยบายที่เสนอยังเป็นเพียงกรอบแนวคิดกว้าง เช่น ชุมชนพลัส ลงทุนพลัส Trade พลัส และไทยแลนด์พลัส ซึ่งแม้จะสะท้อนวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ แต่ยังขาดรายละเอียดเชิงปฏิบัติ กลไกการดำเนินงาน แนวทางบังคับใช้ ตลอดจนสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจที่เป็นรูปธรรมเพียงพอ ทำให้การประเมินผลบวกต่อเศรษฐกิจยังทำได้จำกัด ทั้งนี้คาดหวังว่าทิศทางชุดนโยบายจะมีความชัดเจนขึ้นมากหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
    • หลายนโยบายใน 10 พลัส พยายามตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างไทย เช่น การแก้ปัญหาหนี้ การสนับสนุน SME การปฏิรูปภาครัฐ การผลักดันดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว แต่หลายโครงการยังเน้นการให้เงินอุดหนุน ซึ่งเน้นประโยชน์ระยะสั้น เช่น คนละครึ่งพลัส หากพิจารณาเฉพาะ 8 นโยบายที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง วงเงิน 1.48 แสนล้านบาทต่อปี พบว่าราว 30% เป็นการให้เงินอุดหนุนโดยตรง
    • ข้อจำกัดด้านการคลังมากขึ้น สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 64.8% และมีแนวโน้มชนเพดาน 70% ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ประกอบกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 2 แห่ง Moody’s (29 เม.ย. 2025) และ Fitch (24 ก.ย. 2025) ได้ปรับลดมุมมอง (Outlook) เครดิตเรตติงของไทยเป็นลบ (Negative) แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัญหาการคลังดังกล่าว ซึ่งจะสร้างข้อจำกัดในการดำเนินชุดนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม และล่าสุด Fitch (11 ก.พ. 2026) ได้เน้นย้ำความสำคัญของเสถียรภาพการเมืองและเสถียรภาพการคลังเป็นหัวใจสำคัญในการคงสถานะความน่าเชื่อถือของประเทศ (รูปที่ 3)
    • ความสำเร็จในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลบวกต่อเศรษฐกิจมีความท้าทาย รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญและความสมดุลระหว่างนโยบายกระตุ้นระยะสั้นและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือ รวมถึงบริหารงบประมาณและปฏิรูปการคลังอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังในยามวิกฤติและลดความเสี่ยงด้านเครดิตเรตติงของประเทศ

    รูปที่ 3 : หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70% ของ GDP ขณะที่ภาคเอกชนยังไม่เชื่อมั่น

    ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากมุมมอง SCB EIC 3

    ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

    ผลการเลือกตั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อสมมติฐานทางเศรษฐกิจปี 2026 ในกรณีฐานของ SCB EIC มากนัก เนื่องจากใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนเลือกตั้งว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในเดือน พ.ค. และ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2027 จะล่าช้าราว 1-2 เดือน แต่คะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่สูงนี้ลดความเสี่ยงเชิงลบทางการเมืองลง

    อย่างไรก็ดี ยังคงมีประเด็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอยู่ โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายและนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความไม่เชื่อมั่นในผลคะแนนการเลือกตั้งต่าง ๆ ประเด็นคดีทางการเมืองของพรรคก้าวไกลเดิม (พรรคประชาชน) รวมถึงความเป็นไปได้ที่การจัดทำงบประมาณปี 2027 จะล่าช้าเพิ่มเติม หากมีความพยายามผลักดันนโยบายหาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล โดย SCB EIC อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจล่าสุดและจะเผยแพร่ประมาณการใหม่ภายในเดือน ก.พ. นี้

    อ่านบทวิเคราะห์ฉบับออนไลน์ได้ที่: https://www.scbeic.com/th/detail/product/election2026-130226

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thai-election-economic-outlook/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f4lwYqc94k4L-OHPzQMeh

  • ส่อง 252 สินค้า GI ไทย “แบรนด์ท้องถิ่น”สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้าน

    ส่อง 252 สินค้า GI ไทย “แบรนด์ท้องถิ่น”สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่าแสนล้าน

    ส่อง 252 สินค้า GI ไทย “แบรนด์ท้องถิ่น

    สินค้า GI  (Geographical Indication) หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คือ สินค้าท้องถิ่นที่ได้รับขึ้นทะเบียนกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เพราะมีคุณลักษณะเฉพาะที่พิเศษกว่าที่อื่น ซึ่งเกิดจาก “วัตถุดิบและภูมิปัญญาในพื้นที่นั้น” สัมพันธ์กับสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น ดิน น้ำ อากาศ เปรียบเสมือน “แบรนด์ของท้องถิ่น” ที่การันตีคุณภาพและความเป็นของแท้ 

    ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แล้วจำนวน  252  รายการ ครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ  สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน รวมกว่า 114,000 ล้านบาท

    สินค้าGI  แบ่งเป็น 3 หมวดสินค้า ได้แก่

    1.หมวดสินค้า เกษตรกรรม มี 167 สินค้า ได้แก่ ข้าว 24 สินค้า  ,พืช ผัก ผลไม้ 125 สินค้า , ประมง15 สินค้า ,และปศุสัตว์ 3 สินค้า

    2.หมวดสินค้าหัตถกรรม  46 สินค้า  ได้แก่  ผ้า 19 สินค้า และหัตถกรรม 27 สินค้า

    3.หมวดอุตสาหกรรม 39 สินค้าได้แก่  ไวน์ สุรา 3 สินค้า และอาหาร 36 สินค้า

    สินค้า GI  จำนวน  252 รายการ  อาทิ  กระท้อนคลองน้อย , กระเทียมศรีสะเกษ ,กล้วยไข่กำแพงเพชร , กาแฟดอยตุง ,เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน ,ไก่เบตงยะลา ,ขนมหม้อแกงเมืองเพชร ,ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ ,ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ,ไข่เค็มไชยา , เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด , เงาะโรงเรียนนาสาร , ชมพู่เพชร ,แตงโมเกาะสุกร ,ถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน ,ทุเรียนจันท์ , ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ  , น้อยหน่าปากช่องเขาใหญ่ , น้ำตาลโตนดเมืองเพชร ,เนื้อโคขุนกำแพงแสน ,

    เนื้อโคขุนโพนยางคำ ,ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ,ปลากุเลาเค็มตากใบ ,ปลาช่อนแม่ลา ,ปลาทูแม่กลอง , แป้งสาคูต้นพัทลุง ,ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร , ผ้าหม้อห้อมแพร่ ,ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ , ฝรั่งสามพราน พริกไทยจันท์ ,มะขามหวานเพชรบูรณ์ ,มะนาวเพชรบุรี , มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ,

    ส่อง 252 สินค้า GI ไทย “แบรนด์ท้องถิ่น

    มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า ,มะยงชิดนครนายก , มุกภูเก็ต ,ลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน , ลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม ,ไวน์เขาใหญ่  , ส้มบางมด , ส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม , ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ,สังคโลกสุโขทัย ,สับปะรดตราดสีทอง , สับปะรดภูเก็ต ,เสื่อจันทบูร ,หมากเม่าสกลนคร ,หมูย่างเมืองตรัง ,หอมแดงศรีสะเกษ ,หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ,เหล้าแป้ , โอ่งมังกรราชบุรี

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ในปี 2569 กรมมีแผนที่จะผลักดันการขึ้นทะเบียน GI ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินค้าเป้าหมายจำนวน 26 รายการ จาก 23 จังหวัด และสินค้าเหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,600 ล้านบาท 

    โดยสินค้าเป้าหมายทั้ง 26 รายการ ได้แก่ สับปะรดสวี  ,ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ, ชมพู่คลองหาด ,ส้มโอเวียงแก่น, ปลานิลสายน้ำไหลเบตง, กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต ,ครกดินเผาบ้านกลาง ,  ผ้าย้อมครั่งลำปาง , ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ  , แตงโมหวานยโสธร , ปลาสลิดบ้านแพ้ว , น้ำช่อดอก ,มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ,  น้ำตาลสดเกยชัย , ผลิตภัณฑ์คล้าศรีบุญเรือง ,ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก , ชารางแดงเกาะเกร็ด , กะปิเคยตาดำคลองโคน ,นมวาริช , เนื้อครามสกลนคร ,มะนาวแป้นดำเนินสะดวก,  มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี , มันแกวน้ำก่ำธาตุพนม,  เห็ดตับเต่าสามเรือน,  ส้มมะปี๊ดจันทบุรี ,กระจูดควนเคร็ง และพริกไทยสุไหงอุเป

    ส่อง 252 สินค้า GI ไทย “แบรนด์ท้องถิ่น

    ล่าสุด ปี 69 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า GI แล้วจำนวน  4 สินค้า ได้แก่ ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ   ,ส้มโอเวียงแก่น จ.เชียงราย  ,  กุ้งมังกร 7 สี  จ.ภูเก็ต , ชมพู่คลองหาด  จ.สระแก้ว และลานิลสายน้ำไหลเบตง (จ.ยะลา): ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI รายการที่ 6 ของจังหวัด เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569

    สินค้า GI ไทยยังคงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน พร้อมต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ตลาดสากล ทำให้ “ของดีท้องถิ่นไทย” แข็งแรงในเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1221071&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zkItO-_JUSEwHR4I97giX

  • TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) จัดงาน “TPQI Fair 2026 Walk and Wonder @พะเยา” ณ ริมกว๊านพะเยา มุ่งยกระดับทักษะเกษตรกรและเยาวชนสู่มาตรฐานวิชาชีพ พร้อมแนะแนวอาชีพผ่าน EWE Platform และเวิร์กชอปอาชีพทางเลือก เพื่อสร้างงานที่มั่นคงและยั่งยืนให้คนในพื้นที่

    TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    TPQI ยกทัพบุกพะเยา จับมือ 6 ภาคีรัฐ–เอกชน–การศึกษา จัดมหกรรม “TPQI Fair 2026 Walk and Wonder @พะเยา” งานแฟร์ของคนสร้างอนาคต สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ TPQI เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนระดับภูมิภาค จัดงานมหกรรม อาชีพครั้งใหญ่แห่งปี “TPQI Fair 2026 Walk and Wonder @พะเยา งานแฟร์ของคนสร้างอนาคต” ระหว่างวันที่ 13–14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ภายใต้ความร่วมมือของ 6 หน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ เทศบาลเมืองพะเยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา จังหวัดพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด พะเยา และหอการค้าจังหวัดพะเยา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอาชีพตามมาตรฐานอาชีพ และยกระดับศักยภาพแรงงานท้องถิ่นสู่ เศรษฐกิจยุคใหม่

    TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    โดยมีนางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี และกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เปิดประตูโอกาส สร้างอนาคตอาชีพให้คนไทยจากพื้นที่สู่ประเทศ” เพื่อขับเคลื่อนการสร้างงานและยกระดับเศรษฐกิจระดับ ภูมิภาค พร้อมมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ ให้กับผู้ที่ได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ อาชีพผู้ประกอบอาหารริมบาทวิถี และจักสาน ที่จังหวัดพะเยามีผู้ผ่านการประเมินในอาชีพแล้วกว่า 100 ราย

    TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ได้ พัฒนาทักษะและต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเยาวชน ซึ่ง ถือเป็นกำลังสำคัญของจังหวัดพะเยา ทั้งในด้านการยกระดับ เกษตรกรสู่การเป็นมืออาชีพ ลดความเสี่ยงจากการถูกกดราคา การพัฒนาผู้ประกอบการให้มีมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด และการชี้แนะแนวทางอาชีพให้นักเรียน นักศึกษาได้ เห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน สามารถนำความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืน

    TPQI ผนึก 6 ภาคีพะเยา จัดมหกรรมอาชีพยิ่งใหญ่ ยกระดับแรงงานสู่เศรษฐกิจใหม่

    สำหรับกิจกรรมภายในงานนอกจากโซนนิทรรศการ การจัดแสดงนวัตกรรมจากสถานประกอบการและสถาบันการศึกษา ยังมี ไฮไลต์การแนะแนวอาชีพเชิงลึกในหัวข้อ “ไม่อยากเรียนหลง ต้องรู้เส้นทางอาชีพก่อนเลือกเรียน” ที่มุ่งช่วยให้เยาวชนค้นหา เส้นทางการเรียนและอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง พร้อมเวทีเสวนา “เมื่ออุตสาหกรรมเชื่อมถึงกัน : ให้มาตรฐานอาชีพเชื่อม ต่อ” ถ่ายทอดมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชีวภาพ ดิจิทัล และระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ สะท้อนแนวโน้มการพัฒนา กำลังคนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการแนะนำช่องทาง“การตลาดออนไลน์ง่ายกว่าที่คิด” โดย “โค้ชโซดา” คุณธนอิน ตุ้มหิรัญ รวมถึงกิจกรรมแนะแนวอาชีพผ่าน EWE Platform เครื่องมืออัจฉริยะที่ช่วยให้เยาวชนรู้จักตนเอง ค้นหาความถนัด และวาง เส้นทางอาชีพได้อย่างเหมาะสม พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลตลอดทั้งงาน นอกจากนี้ยังมี Workshop อาชีพทางเลือก การชงกาแฟแบบบาริสต้า และการเพ้นท์เล็บ ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างราย ได้จริง โดยงาน TPQI Fair 2026 Walk and Wonder @พะเยา นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การ พัฒนาทักษะ และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับคนในพื้นที่ เพื่อยกระดับกำลังคนไทยจากระดับท้องถิ่นสู่เวทีเศรษฐกิจ ระดับประเทศอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/738057&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bUxGaeN65Eny2aHJCkkXm

  • กระแสแย่งชิง “ทองแดงโลก” จุดความหวังเศรษฐกิจใหม่ให้แซมเบีย

    กระแสแย่งชิง “ทองแดงโลก” จุดความหวังเศรษฐกิจใหม่ให้แซมเบีย

    เคปทาวน์ – AFP 5 ปีหลังจากกลายเป็นประเทศแรกในแอฟริกาที่ผิดนัดชำระหนี้ในยุคโควิด-19 แซมเบียกำลังเห็นการพลิกฟื้นทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อมหาอำนาจทั่วโลกเร่งแข่งขันเข้าถึงแหล่งทองแดงมหาศาลของประเทศ

    ดีมานด์พุ่งแรงจาก AI-พลังงานสะอาด-กลาโหม

    ความต้องการทองแดงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสีเขียว และภาคกลาโหม

    โลหะชนิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล (Data Center) รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และกังหันลม

    การแย่งชิงทองแดงยังสะท้อนการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อชาติมหาอำนาจอุตสาหกรรม ได้แก่ จีน, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, กลุ่มประเทศยุโรป, อินเดีย และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ต่างเร่งรักษาความมั่นคงด้านอุปทาน

    นักลงทุนไหลกลับ หลังผิดนัดหนี้ยุคโควิด

    ประธานาธิบดี Hakainde Hichilema กล่าวในเวที African Mining Indaba ว่า ตั้งแต่ปี 2022 มีเงินลงทุนไหลเข้าสู่ภาคเหมืองมากกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมประกาศว่า “นักลงทุนกลับมาแล้ว”

    แซมเบียเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับ 2 ของแอฟริกา รองจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และอยู่อันดับ 8 ของโลก

    ทองแดงสร้างรายได้คิดเป็นราว 15% ของ GDP และมากกว่า 70% ของรายได้ส่งออกประเทศ

    ปีที่ผ่านมา ผลผลิตเพิ่มขึ้น 8% แตะกว่า 890,000 ตัน และรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3 เท่าภายใน 10 ปี

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดเศรษฐกิจแซมเบียจะเติบโต 5.2% ในปี 2025 และ 5.8% ในปีนี้ ทำให้เป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจเติบโตเร็วของทวีป

    จีนครองฐานใหญ่ สหรัฐฯ เปิดเกมรุกกลับ

    บริษัทจีนครองสัดส่วนการถือหุ้นหลักในเหมืองและโรงถลุงทองแดงสำคัญหลายแห่งในแซมเบีย สร้างความได้เปรียบในฐานะผู้บุกเบิกตลาด

    อีกผู้เล่นรายใหญ่คือ First Quantum Minerals จากแคนาดา ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดของประเทศ

    นักลงทุนจากอินเดียและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับกำลังขยายบทบาท ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเคยถอนตัวจากตลาดไปหลายทศวรรษ กำลังหวนกลับมา

    เดือนนี้ วอชิงตันเปิดตัวโครงการ “Project Vault” มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรักษาความมั่นคงแร่ธาตุสำคัญ ลดการพึ่งพาจีน

    ก่อนหน้านั้น US Trade and Development Agency ได้ประกาศมอบเงินสนับสนุน 1.4 ล้านดอลลาร์ แก่บริษัท Metalex Africa เพื่อขยายกิจการในแซมเบีย

    ที่ปรึกษาด้านพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า โลกเสรีกำลังก้าวสู่ “บทใหม่ครั้งสำคัญ” ในการจัดหาและค้าขายแร่ยุทธศาสตร์

    โตเร็วแต่เสี่ยงซ้ำรอยอดีต

    แม้กระแสลงทุนจะหนุนเศรษฐกิจ แต่ก็มีเสียงเตือนว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษสูงอาจกระทบชุมชนท้องถิ่น

    แดเนียล ลิตวิน จาก Resource Resolutions เตือนว่า อาจเกิด “การแย่งชิงทรัพยากร” ซ้ำรอยยุคอาณานิคม หากชนชั้นนำได้ประโยชน์ ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง

    เดโพรส มูเชนา จาก Open Society Foundation ระบุว่า ความเสี่ยงคือการแข่งขันของมหาอำนาจอาจกลายเป็นการเร่งจัดหาแร่เพื่อตลาดโลก มากกว่าคำนึงถึงประชาชนในประเทศผู้ผลิต

    แม้แซมเบียมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ แต่กว่า 70% ของประชากร 21 ล้านคน ยังอยู่ใต้เส้นความยากจน ตามข้อมูลธนาคารโลก

    ปมสิ่งแวดล้อมและคดี 80,000 ล้านดอลลาร์

    ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเงาตามตัวอุตสาหกรรมเหมืองใน “Copperbelt” ของแซมเบีย เดือนกุมภาพันธ์ 2025 เขื่อนกักเก็บกากแร่ของเหมืองที่บริษัทจีนเป็นเจ้าของ ใกล้เมือง Kitwe ทางเหนือของ Lusaka ราว 285 กิโลเมตร แตก ทำให้ของเสียกรดหลายล้านลิตรไหลลงสู่ลำน้ำสาขาที่เชื่อมกับแม่น้ำ Kafue River ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มสำคัญ

    เกษตรกรชาวแซมเบียได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความแตกต่างของ “บูมทองแดง” รอบนี้ จะขึ้นอยู่กับว่าธรรมาภิบาล สิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ถูกวางไว้เป็นศูนย์กลางหรือไม่ ไม่ใช่เพียงความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก

    บริษัทจีนถือหุ้นรายใหญ่ในเหมืองทองแดงและโรงถลุงแร่สำคัญในแซมเบีย

    บริษัทจีนถือหุ้นรายใหญ่ในเหมืองทองแดงและโรงถลุงแร่สำคัญในแซมเบีย

    ทองแดงถูกนำไปใช้ในทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว

    ทองแดงถูกนำไปใช้ในทุกอย่างตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลไปจนถึงเทคโนโลยีพลังงานสีเขียว

    การประชุม African Mining Indaba จัดขึ้นที่เมืองเคปทาวน์

    การประชุม African Mining Indaba จัดขึ้นที่เมืองเคปทาวน์

    ทองแดงสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของ GDP แซมเบีย

    ทองแดงสร้างรายได้คิดเป็นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของ GDP แซมเบีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/zambia-copper-boom-global-investment-12-billion&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZtvB9Ckf9BtzRcgwNVSff

  • เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (จบ)

    เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (จบ)

    จีนทำอะไรอีกบ้างในการดำเนินแคมเปญ “Shopping in China 2026” เราไปคุยกับต่อเลยครับ … 

    มองออกไปในวงกว้าง การดำเนินงานดังกล่าวยังจะนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการปรับระบบการค้าในจีน ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติระหว่างประเทศในด้านต่างๆ อาทิ การชําระเงิน การขอคืนภาษี บริการด้านภาษา และข้อมูล  

    หลายฝ่ายคาดว่า การผลักดันการบริโภคบริการดังกล่าว จะช่วยดึงดูดแบรนด์ชั้นนำให้เข้าไปเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มสาขา และขยายบริการในจีน ซึ่งยืนยันถึงศักยภาพและจุดแข็งในระยะยาวของตลาดจีน และสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจสำหรับนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหมู่แบรนด์ระดับโลกอีกด้วย 

    Coach แบรนด์หรูของสหรัฐอเมริกา วางแผนจะเพิ่มร้านค้าใหม่ 100 แห่งในจีน ระหว่างปี 2026-2028 ไปยังมากกว่า 100 เมือง และสามารถให้บริการผู้บริโภคในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น 

    ขณะเดียวกัน Carlsberg ผู้ผลิตเบียร์เดนมาร์ก กำหนดแนวทางที่ชัดเจนและยั่งยืนต่อกลยุทธ์ “Premiumization” ที่ผลักดันสู่สินค้าที่มีคุณภาพ ความหลากหลาย และประสบการณ์ต่อผู้บริโภคที่สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของตลาดสินค้าเบียร์ และกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทแม่ 

    ทั้งนี้ ในปี 2025 Carlsberg ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากกว่า 30 รายการในตลาดจีน อาทิ เบียร์กระป๋องขนาด 1 ลิตร เบียร์ผสมชา และเครื่องดื่มใหม่ที่เป็นมากกว่าเบียร์ 

    ในด้านการประชาสัมพันธ์ รัฐบาลจีนยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์มการสื่อสารระหว่างประเทศ เป็นภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ ที่ครอบคลุม “1 หนังสือพิมพ์ 1 เว็บไซต์ 3 สื่อสังคมออนไลน์” เพื่อให้แคมเปญดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดทั้งในและต่างประเทศ  

    โดยให้ความสำคัญกับการเลือกบัญชีโซเชียลมีเดีย ที่กลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเข้าถึงได้อย่างสะดวกเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ อาทิ ผ่าน Facebook, X และ TikTok ขณะเดียวกัน ก็เลือกให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับผู้ชมมากขึ้น 

    อาทิ การเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Free) และการขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมไปถึงสินค้าจีนที่ “ต้องซื้อ” ย่านที่ “โดดเด่น” แบรนด์ที่ได้รับการ “ยกย่อง” การทำอาหาร “พิเศษ” และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม “สำคัญ” ตลอดจนบทสนทนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องระหว่างซีอีโอชาวจีนและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ สื่อเหล่านี้ยังจะจัดกิจกรรมพิเศษ อาทิ ทัวร์ “ช้อปปิ้งในจีน” ในสถานที่และกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรในท้องถิ่น ซึ่งช่วยกระจายรายได้ในวงกว้างอีกทางหนึ่ง 

    สิ่งนี้ตอกย้ำว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติได้กลายเป็นการบริโภคใหม่ในระดับที่สูงขึ้นในปี 2025 แถมยังทำให้การซื้อหาสินค้าพรีเมี่ยมและสินค้าอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งบูรณาการอย่างใกล้ชิดระหว่างการค้าและการลงทุน อันนำไปสู่การสนับสนุนการดำเนินแคมเปญ “เก่าแลกใหม่” และการลงทุนของต่างชาติในจีน (Invest in China) ไปพร้อมกัน 

    นั่นเท่ากับว่า แคมเปญ “Shopping in China” จะไม่เพียงเป็นขั้นตอนสําคัญในการเพิ่มการบริโภคจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสําหรับธุรกิจข้ามชาติและต่างประเทศ ในการนําผลิตภัณฑ์และประสบการณ์เฉพาะของจีนไปสู่ตลาดโลกที่กว้างขวางยิ่งขึ้น 

    ยิ่งเมื่อพิจารณาผลในระยะยาว แคมเปญดังกล่าวจึงไม่เพียงจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ยังจะส่งเสริมรากฐานที่มั่นคงสําหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอีกด้วย นั่นเท่ากับว่า จีนไม่เพียงจะเป็น “โรงงานของโลก” (Factory of the World) ที่ทันยุคทันสมัยเท่านั้น แต่ยังจะเป็น “ตลาดการบริโภค” (Market of the World) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    ประการสำคัญ เมื่อพิจารณาจากแนวทางตามแผนฯ 15 และความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีนที่สัมผัสได้ นับแต่ต้นปี 2026 แคมเปญ “Shopping in China 2026” จึงไม่ใช่ความพยายามในการเพิ่มการบริโภคในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสําคัญสําหรับการอัพเกรดระบบการบริโภคของจีนในอนาคตอีกด้วย 

    นอกจากการดำเนินแคมเปญเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงแล้ว เรายังเห็นรัฐบาลจีนมุ่งเน้นการดำเนินมาตรการแบบ “บูรณาการ” และทั้ง “ระบบนิเวศ” ที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง เพื่อหวังประโยชน์ในทางอ้อม อาทิ การเพิ่มความมั่นคงทางรายได้และการจ้างงานให้เกิดขึ้น  

    รัฐบาลจีนตระหนักดีถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคจีนว่า “หากไม่มั่นใจ ก็ไม่ใช้เงิน” จึงพยายามเปิดกว้างประเทศมากขึ้น อาทิ การสร้างตลาดระดับชาติที่เป็นหนึ่งเดียว การยกระดับ Free Trade Port ไห่หนาน และการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ  

                                                  เมื่อจีนเอาจริงกับการใช้การบริโภคภายในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ (จบ)

    ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าการปฏิรูป อาทิ เศรษฐกิจบนพื้นฐานกลไกตลาดเพื่อให้เกิดการแข่งขัน และระบบสวัสดิการเพื่อให้ชาวจีน “ไม่ออมเงินเกินความจำเป็น” อาทิ การขยายประกันสุขภาพและบำนาญให้ครอบคลุมและข้ามมณฑล/มหานคร การลดภาระการใช้จ่ายด้านการศึกษาและการเลี้ยงดูลูก และการสนับสนุนบริการสาธารณะในเมืองรองและชนบท 

    จีนยังจะให้ความสำคัญกับการสร้างงานคุณภาพสูงให้แผ่ซ่านมากขึ้นผ่านนโยบาย “ปัจจัยการผลิตคุณภาพสูงใหม่” (New Quality Productive Forces) ควบคู่ไปกับการลดความผันผวนของการจ้างงานคนรุ่นใหม่ ผ่านการสนับสนุน SMEs และการขยายธุรกิจในเมืองรองและชนบท  

    นอกจากนี้ จีนยังเดินหน้าพลิกฟื้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในด้านหนึ่ง จีนได้กำหนดแนวทางการพัฒนา “เมืองใหม่” โดยการเปิดกว้างการย้ายสู่เมืองระดับกลาง ผ่านสิทธิ์ในการโยกย้ายสำมะโนประชากรที่ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการกระจายตัวของการพัฒนาเมืองและไลฟสไตล์ใหม่  

    ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อปลายเดือนมกราคม 2026 จีนได้ออกกฎใหม่เพื่อการปรับปรุงอสังหาริมทรัพย์เก่าอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ ยืดหยุ่น และมีชีวิตชีวาทางเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่การผ่อนคลายกฎการใช้ที่ดิน การลดความซับซ้อนในการอนุมัติการวางแผน และการเสนอตัวเลือกในการเช่าที่ยืดหยุ่น เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูชุมชนเมือง เขตอุตสาหกรรมเก่า และโครงสร้างพื้นฐานอย่างน้อยจนถึงปี 2030  

    แนวนโยบายทั้งสองดังกล่าวสะท้อนถึงการผลักดันการพัฒนาเมืองรองและการปรับปรุงเมืองเก่า และจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน วัสดุก่อสร้าง ลิฟท์ และอื่นๆ ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจและความมั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันจะทำให้ผู้บริโภคจีนนำเอาเงินออมออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นภาคการบริโภคภายในประเทศได้อย่างแท้จริง

    แคมเปญ “Shopping in China 2026” จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างภาคการบริโภคภายในประเทศครั้งใหญ่ของจีนจากแบบ “ขอไปที” ไปสู่ “ความครอบคลุมและรอบด้าน” และจากพลังลมปราน “ที่อ่อนแรง” ไปสู่ “ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง” จนกลายเป็นแกนหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในที่สุด … 

    เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4174 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/651580&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25cx-LgSiON2X4FkiLf9OD