Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • โจทย์หิน..รัฐบาลอนุทิน2 ฟื้นเศรษฐกิจ-แก้ปัญหาปากท้อง | ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์

    โจทย์หิน..รัฐบาลอนุทิน2 ฟื้นเศรษฐกิจ-แก้ปัญหาปากท้อง | ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์

    สูตร…พิศวาส | ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์

    ห้องข่าวไทยโพสต์สุดสัปดาห์ : วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

    🔴 LIVE ‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

    ‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : : วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569

    🔴 LIVE เกมล้มเลือกตั้ง!? | ห้องข่าวไทยโพสต์

    ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    🔴 LIVE เลือกตั้ง’69 เดิมพันเปลี่ยนอนาคต | สกัด ‘มุ้งอนุทิน’

    เลือกตั้ง’69 เดิมพันเปลี่ยนอนาคต : วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    🛑LIVE ภารกิจบทใหม่ พรรครักชาติ | ห้องข่าวไทยโพสต์

    ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/948057/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gvIoX8Jfk0gjx4HrO0nz2

  • “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณ พร้อมแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอบแทน

    “อนุทิน” โพสต์ขอบคุณ พร้อมแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอบแทน

    “อนุทิน” โพสต์เฟซบุ๊ค ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ย้ำพร้อมรักษาสัญญาที่ให้ไว้ เพื่อตอบแทนทุกคะแนนเสียง ยืนยันภูมิใจไทย จะเป็นทีมแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลักของประเทศ และย้ำนโยบายปิดด่านชายแดนต่อเนื่อง

    วันนี้ (15 ก.พ.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว Anutin Charnvirakul ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอบคุณเสียงสนับสนุนจากประชาชน ในการเลือกตั้ง 2569 พร้อมยืนยัน จะไม่ทำให้ทุกคะแนนที่มอบให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะนแน ด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่มอบให้

    “ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด” ข้อความส่วนหนึ่งของนายอนุทิน

    ทั้งนี้จากข้อความดังกล่าว นายอนุทิน ยังยืนยันด้วยว่า การปิดด่านชายแดน จะยังคงดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง การยกเลิก MOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย ตน และนายสีห์ศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป

    พร้อมกันนี้ ยังได้ประกาศด้วยว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือทีมประเทศไทย ที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน, สีหศักดิ์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และศุภจี สุธรรมพันธุ์

    “ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน” ข้อความส่วนหนึ่งของนายอนุทิน

    อ่านข่าว

    กกต.ชี้แจง ยืนยันเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ

    ผลสำรวจ “นิด้าโพล” ตัวอย่าง 58.28% ชี้ กกต.ลงโทษคนทุจริตเลือกตั้งไม่ได้

    “แสวง” ยืนยัน “บาร์โค้ด” บัตรเลือกตั้ง ไม่ทำให้รู้ลงคะแนนให้ใคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502224&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iy1FuvZQOlUufcr8rn8o9

  • ภูมิใจไทยได้ใจรุกขย่มกล้าธรรม บีบคายโควตา ก.ท่องเที่ยว กินรวบทั้งเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

    ภูมิใจไทยได้ใจรุกขย่มกล้าธรรม บีบคายโควตา ก.ท่องเที่ยว กินรวบทั้งเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

    ภูมิใจไทยได้ใจรุกขย่มกล้าธรรม บีบคายโควตา ก.ท่องเที่ยว กินรวบทั้งเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

    ภูมิใจไทยได้ใจรุกขย่มกล้าธรรม บีบคายโควตา ก.ท่องเที่ยว กินรวบทั้งเศรษฐกิจ-ความมั่นคง

    15 ก.พ. 2569 08:16 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    คอลัมน์หนังสือพิมพ์ดูทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2914299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZM03QU_eLuvjYDqPNwgCM

  • ส่องคลังแสงโลก! 15 ชาติ “ซื้อ-ขาย” ทองคำดุเดือดสุดรอบ 5 ปี ไทยติด Top 10 ด้วย

    ส่องคลังแสงโลก! 15 ชาติ “ซื้อ-ขาย” ทองคำดุเดือดสุดรอบ 5 ปี ไทยติด Top 10 ด้วย

    จัดอันดับ 15 ประเทศ ที่ซื้อ–ขายทองคำมากที่สุดตั้งแต่ปี 2020-2025 “ไทย” ติดโผ Top 10 ประเทศตุนทอง

    ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาทองคำที่พุ่งทะยานกว่า 230% นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ทำให้ธนาคารกลางของหลายประเทศหันมาสะสม “ทองคำ” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในการกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และรับมือกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

    ใครคือ “เจ้าบุญทุ่ม” ในตลาดทองคำ? (ปี 2020-2025)

    ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) เผยให้เห็นว่า จีน ครองแชมป์อันดับ 1 ด้วยการกว้านซื้อทองคำเข้าคลังกว่า 357 ตัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระยะยาวของปักกิ่งที่ต้องการลดความเสี่ยงจากระบบการเงินตะวันตก ตามมาด้วย โปแลนด์ และ ตุรกี ที่เร่งสะสมทองคำเพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน

    ที่น่าจับตามองคือ ประเทศไทย ติดอยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก โดยมีการซื้อทองคำสะสมเพิ่มขึ้นกว่า 80.6 ตัน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการบริหารทุนสำรองที่เน้นความมั่นคง

    iStockphoto

    15 ประเทศที่ซื้อทองคำสะสมมากที่สุด

    อันดับ ประเทศ ปริมาณสุทธิที่เพิ่มขึ้น (ตัน) (ปี 2020-2025)
    1 จีน 357.1
    2 โปแลนด์  314.6
    3 ตุรกี  251.8
    4 อินเดีย  245.3
    5 บราซิล  105.1
    6 อาเซอร์ไบจาน  83.6
    7 ญี่ปุ่น  80.8
    8 ไทย  80.6
    9 ฮังการี  78.5
    10 สิงคโปร์  77.3
    11 อิรัก  74.6
    12 กาตาร์  73.0
    13 สาธารณรัฐเช็ก  62.8
    14 รัสเซีย  55.4
    15 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  51.7

    สวนกระแส! ประเทศที่ “เทขาย” ทองคำ

    ในขณะที่ส่วนใหญ่เน้นการสะสม แต่ก็มีบางประเทศที่เลือก “ลดพอร์ต” ทองคำลงเพื่อรักษาสภาพคล่องหรือปรับสมดุลทุนสำรอง โดย ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ขายทองคำออกมากที่สุดกว่า 65 ตัน ตามมาด้วยคาซัคสถานและศรีลังกา ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจในประเทศ

    15 ประเทศที่ลดปริมาณทองคำสำรองลงมากที่สุด

    อันดับ ประเทศ ปริมาณสุทธิที่ลดลง (ตัน) (ปี 2020-2025)
    1 ฟิลิปปินส์  -65.2
    2 คาซัคสถาน  -52.4
    3 ศรีลังกา  -19.1
    4 เยอรมนี  -16.3
    5 มองโกเลีย  -15.9
    6 ทาจิกิสถาน  -11.9
    7 กลุ่มยูโรโซน (เฉลี่ย)  -10.8
    8 โคลอมเบีย  -9.2
    9 ฟินแลนด์  -5.4
    10 คูราเซาและซินต์มาร์เติน  -3.9
    11 หมู่เกาะโซโลมอน  -0.6
    12 ซูรินาม  -0.4
    13 มอลตา  -0.3
    14 เอธิโอเปีย  -0.2
    15 สวิตเซอร์แลนด์  -0.1

    ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ทองคำ” ได้กลับมาเป็นเสาหลักสำคัญในระบบทุนสำรองระหว่างประเทศอีกครั้ง ท่ามกลางอนาคตทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

    1. Visual Capitalist

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9873554/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RDQUzoCSb3Qzub3y8VvP-

  • เปิดสถิติ! ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ม.ค. 69  คำขอ สุขภาพ-อีคอมเมิร์ซ มาแรง

    เปิดสถิติ! ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ม.ค. 69  คำขอ สุขภาพ-อีคอมเมิร์ซ มาแรง

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) ในไทยในเดือนมกราคม 2569 มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 6,171 คำขอ ลดลงประมาณ 2.47% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (6,327 คำขอ) และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 1,213 รายการ เพิ่มขึ้น 10.47% จากปี 2568 (1,098 รายการ)

    ภาพรวมเทรนด์สุขภาพมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยรายละเอียดการยื่นคำขอจดทะเบียนและแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (7,384 คำขอ) ดังนี้

    1)​เครื่องหมายการค้า เดือนมกราคม 2569 มีการยื่นคำขอ 4,833 คำขอ ลดลง 0.58% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (4,861 คำขอ) สำหรับกลุ่มสินค้าที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการด้านการขายและการตลาด (646 คำขอ) ยังคงครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต รองลงมาคือ สินค้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม (637 คำขอ) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ (605 คำขอ) สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น ตามมาด้วย เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (586 คำขอ) และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย (372 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้า คนไทย 50% และต่างชาติ 50% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ในธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ย (48 คำขอ) รองลงมาคือ บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี (47 คำขอ) สะท้อนกระแสสินค้าอาร์ตทอยที่ยังคงได้รับความนิยมในไทย ตามด้วย บริษัท ไลน์แมน คอร์ปอเรชั่น พีทีอี.แอลทีดี จากสิงคโปร์ (30 คำขอ) บริษัท กวางตง ชุนเท็กซ์ อีลิท อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี โด.,แอลทีดี ในธุรกิจสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีจากจีน (24 คำขอ) บริษัท โปรเอ็นเตอร์ไพรส์ อะกริเทค จำกัด ในธุรกิจสารเคมีป้องกันและกำจัดโรคพืช (22 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 3,109 เครื่องหมาย ลดลง 21.71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (3,971 เครื่องหมาย)

    2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ เดือนมกราคม 2569 มีการยื่นคำขอ 599 คำขอ ลดลง 10.19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (667 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ (89 คำขอ) รองลงมาคือ นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ (26 คำขอ) สองอันดับแรกสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วย อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติก เรซิน (24 คำขอ) นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ (18 คำขอ) และวัสดุเหล็กกล้า เช่น เหล็กกล้าที่มีความแข็งแกร่งสูงระดับพิเศษ เหล็กกล้าทนการสึกหรอ เหล็กกล้าทนความร้อน และเหล็กกล้าสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง (16 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คนไทย 8% และต่างชาติ 92% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น (22 คำขอ) บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา (15 คำขอ) บริษัท เดอะ เคมัวร์ส คอมปะนี เอฟซี, แอลแอลซี จากสหรัฐอเมริกา (14 คำขอ) บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น (14 คำขอ) และบริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น (12 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 568 ฉบับ เพิ่มขึ้น 17.11 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (485 ฉบับ)

    3) อนุสิทธิบัตร เดือนมกราคม 2569 มีการยื่นคำขอ 354 คำขอ ลดลง 8.05% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (385 คำขอ) สำหรับนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองอนุสิทธิบัตรมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม (52 คำขอ) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง ตามมาด้วย อุปกรณ์ทางการแพทย์ (23 คำขอ) ยาสมุนไพร (21 คำขอ) สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ (20 คำขอ) และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ (10 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร เป็นคนไทย 96% และต่างชาติ 4% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (35 คำขอ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (18 คำขอ) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (10 คำขอ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (9 คำขอ) และ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (8 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 217 ฉบับ เพิ่มขึ้น 26.90% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (171 ฉบับ)

    4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ เดือนมกราคม 2569 มีการยื่นคำขอ 385 คำขอ ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (414 คำขอ) สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องประดับ (49 คำขอ) รองลงมาคือ ลวดลายผ้า (38 คำขอ) ตามมาด้วย บรรจุภัณฑ์ (31 คำขอ) รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง (30 คำขอ) และเครื่องสำอาง (29 คำขอ) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คนไทย 62% และต่างชาติ 38% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นชาวไทยทั้งหมด ได้แก่ บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด (21 คำขอ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (19 คำขอ) บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด (11 คำขอ) มหาวิทยาลัยพะเยา (10 คำขอ) และมหาวิทยาลัยบูรพา (8 คำขอ) ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 633 ฉบับ เพิ่มขึ้น 63.14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (388 ฉบับ)

    5) ลิขสิทธิ์ เดือนมกราคม 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูล 1,213 ผลงาน เพิ่มขึ้น 10.47% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568 (1,098 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วรรณกรรม (งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์) 422 ผลงาน ศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ฯลฯ) 389 ผลงาน ดนตรีกรรม 261 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ 114 ผลงาน และสิ่งบันทึกเสียง 17 ผลงาน ทั้งนี้ สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์เป็นคนไทย 99% และต่างชาติ 1% สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล (85 ผลงาน) มหาวิทยาลัยทักษิณ (40 ผลงาน) มหาวิทยาลัยศิลปากร (19 ผลงาน) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (18 ผลงาน) และบริษัท สตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (17 ผลงาน) อย่างไรก็ดี ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

    นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนางานบริการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ ยังเป็นภารกิจสำคัญที่กรมมุ่งมั่นพัฒนาต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้าและสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ตลอดจนจัดให้มีช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียน ผ่านบริการ Fast Track เครื่องหมายการค้า จาก 10 เดือน เหลือ 3 เดือน นับจากวันยื่นคำขอ กรณีต้องนำหลักฐานการจดทะเบียนไปแสดงต่อหน่วยงานราชการอื่น ล่าสุดได้ขยายบริการไปยังสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับสินค้าที่จะขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล จะทราบผลการพิจารณาครั้งแรกภายใน 4 เดือน Fast Track สิทธิบัตรการประดิษฐ์ จาก 38.5 เดือน เหลือ 12 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ และอนุสิทธิบัตร จาก 12 เดือน เหลือ 6 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาหารแห่งอนาคต และนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ล่าสุดได้ขยายบริการไปยังสาขานวัตกรรมดิจิทัล และ Fast Track สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ จาก 10 เดือน เหลือ 3 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ ในสาขานวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ล่าสุดได้ขยายบริการไปยังนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยเข้าสู่ตลาดได้เป็นจำนวนมาก 

    ทั้งนี้ ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาได้ที่ ศูนย์บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร (IP One) ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Line Official Account: @dipthailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268558&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dxK8yaEqIH17TN-dtLmQI

  • ตรุษจีนโคราชคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว จัดเต็มมังกรทอง-ขบวนเทพเจ้า

    ตรุษจีนโคราชคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว จัดเต็มมังกรทอง-ขบวนเทพเจ้า

    ภูมิภาค

    ตรุษจีนโคราชคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว จัดเต็มมังกรทอง-ขบวนเทพเจ้า

    วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.42 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นครราชสีมา – วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. ที่ GRAND HALL ชั้น 1 และจุดเช็กอินหน้าน้ำตก หน้า ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายมนัส สุวรรณนรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดเทศกาลงาน CHINESE NEW YEAR 2026 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

    ภายในงานมีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน และคนไทยเชื้อสายจีนกว่า 55 ตระกูล ที่พร้อมใจกันสวมชุดกี่เพ้าสีแดงและสีเหลืองทอง สร้างบรรยากาศคึกคัก ภายใต้ธีม “มะเมียทะยานไกล…ม้าไฟมหาเฮง” และแนวคิด “เสิร์ฟความสุขควบคู่การเสริมสิริมงคล”

    ไฮไลต์สำคัญของงานคือการแสดงเชิดสิงโตกระโดดเสาดอกเหมย และการแสดงมังกรทองเรืองแสง ชุด “แสงศักดิ์สิทธิ์กำเนิดพญามังกร” ตามความเชื่อของจีน เพื่ออวยพรโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเจริญก้าวหน้ารับปีใหม่ รวมถึงขบวนเทพเจ้าและม้ามงคล ที่ร่วมส่งต่อคำอวยพรความเฮง ความสำเร็จ และความราบรื่นในชีวิตแก่ผู้ร่วมงาน

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมพลังบวกด้านโหราศาสตร์ไทยประยุกต์ และโซนอาหารมงคลกว่า 3,000 เมนู ส่งตรงจากเยาวราช อาทิ กระเพาะปลาเฮียหงี ข้าวต้มแห้งอาปู่ เฮงเป็ดทอง ปอเปี๊ยะสด ทอดมันปลาอินทรีย์–ปลากราย กะลอจี๊ ซาลาเปาจิ๋ว ขนมหนวดมังกรชานโถว ขนมเข่ง ขนมเทียน และเบเกอรี่อีกหลากหลายรายการ

    การจัดงานตรุษจีนในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของจังหวัดนครราชสีมาในฐานะพื้นที่แห่งความสุข ความเชื่อ และการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้คึกคักและอบอุ่นตั้งแต่ต้นปี 2569

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xwRpp3cDzYAH1xPppQimv

  • ททท.ตราด เผยสถิติท่องเที่ยว ก.พ.2569 สัญญาณบวก พุ่ง คาดรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ชู อีเวนต์ “สีสันตราด” ทั้งเดือน ผู้ประกอบการชี้ นทท.เพิ่ม 80% | TOPNEWS

    ททท.ตราด เผยสถิติท่องเที่ยว ก.พ.2569 สัญญาณบวก พุ่ง คาดรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ชู อีเวนต์ “สีสันตราด” ทั้งเดือน ผู้ประกอบการชี้ นทท.เพิ่ม 80% | TOPNEWS

    จังหวัด ตราดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวและตัวเลขคาดการณ์เดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบแนวโน้มเติบโตสดใสต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะที่ยังคงเป็นแม่เหล็กหลัก พร้อมเดินหน้ากิจกรรม “สีสันกิจกรรมตราด” กระตุ้นการเดินทางตลอดเดือนแห่งความรัก สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด ระบุว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดตราดมีสัญญาณรายได้เติบโตชัดเจน โดย เกาะช้าง คาดสร้างรายได้สูงสุดกว่า 1,600.23 ล้านบาท มีผู้เยี่ยมเยือนกว่า 1.5 แสนคน-ครั้ง ขณะที่ เกาะกูด และ เกาะหมาก รักษาอัตราการเข้าพักสูงถึง 88–90% สะท้อนความเชื่อมั่นและการเลือกตราดเป็นจุดหมายพักผ่อนคุณภาพในช่วงไฮซีซัน

    สถิติคาดการณ์รายพื้นที่ (ก.พ.2569)

    • เกาะช้าง: นักท่องเที่ยว 150,701 คน | รายได้ 1,600.23 ลบ. | OR 73.86% (สูงสุดทั้งรายได้และจำนวน)

    • เกาะกูด: นักท่องเที่ยว 30,753 คน | รายได้ 276.96 ลบ. | OR 88.22% (เด่นกลุ่มต่างชาติ)

    • เกาะหมาก: นักท่องเที่ยว 14,334 คน | รายได้ 125.07 ลบ. | OR 89.98% (อัตราเข้าพักสูงสุด)

    • ตัวเมืองตราด: นักท่องเที่ยว 24,177 คน | รายได้ 171.66 ลบ. | OR 44.91% (จุดเชื่อมกิจกรรมวัฒนธรรม)

    ผอ.ททท.สำนักงานตราด ย้ำว่า กิจกรรม “สีสันกิจกรรมตราด” ตลอดกุมภาพันธ์ ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักและตอกย้ำภาพลักษณ์ “Trat The New Experience” เที่ยวได้ตลอดปี พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ

    ด้านนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงต้นปี 2569 การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้นักท่องเที่ยวหายไป 50–60% แต่หลังสถานการณ์คลี่คลาย การทำงานร่วมกันของ ททท.และภาคเอกชนช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ส่งผลให้เดือนกุมภาพันธ์—ซึ่งมีวันหยุดสำคัญ วาเลนไทน์ และตรุษจีน—จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 80% โดยคาดว่าหลังจากต่างชาติทยอยกลับ นักท่องเที่ยวไทยจะกลับมาอีกครั้งช่วงสงกรานต์ และตราดจะได้รับอานิสงส์อย่างมาก

    ไฮไลต์กิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว

    • สายศรัทธา: งานประจำปีศาลเจ้าพ่อบ่อไร่ (1–10 ก.พ.), ศาลเจ้าพ่อหนองบอน อ.บ่อไร่ (5–9 ก.พ.), งานสืบสานตำนานเกาะกูด ณ อบต.เกาะกูด (11–14 ก.พ.)

    • โรแมนติก & ไลฟ์สไตล์: “รักกันนะ สระสีเสียด” ณ อ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง (12–16 ก.พ.), Trat Twilight Kite & Music Festival ณ สนามหน้าศาลากลาง (13–15 ก.พ.), Valentine’s Day จดทะเบียนสมรสนอกสถานที่บนเกาะช้าง และ Orion Valentine Night ในเมืองตราด (14 ก.พ.)

    • อาร์ต & มิวสิค: LaemNgop Craft Music Festival ณ หาดทรายเทียม อ.แหลมงอบ (28 ก.พ.)

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1488639&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zaRPTcqXhXYvzmdeiHzXE

  • BTS เตรียมทัวร์คอนเสิร์ต ดันค้นหาที่พักพุ่ง 6,700% จ่อกระตุ้นท่องเที่ยว 34 เมืองทั่วโลก

    BTS เตรียมทัวร์คอนเสิร์ต ดันค้นหาที่พักพุ่ง 6,700% จ่อกระตุ้นท่องเที่ยว 34 เมืองทั่วโลก

    วง BTS เตรียมจัดทัวร์คอนเสิร์ต ดันค้นหาที่พักในเมืองจัดคอนเสิร์ตพุ่งสูงสุด 6,700% จ่อกระตุ้นท่องเที่ยว 34 เมืองทั่วโลก

    เว็บไซต์ Trip.com คาดการณ์ว่า การท่องเที่ยวเชิงคอนเสิร์ต จะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่ทำกำไรได้มากที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปีนี้ และทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลกที่กำลังจะมาถึงของวง K-pop ชื่อดังอย่าง BTS ยิ่งตอกย้ำให้เห็นแนวโน้มนี้

    ทริปดอทคอมพบว่า ตั๋วเที่ยวบินและห้องพักโรงแรมในสถานที่จัดคอนเสิร์ตของวง BTS ใน 34 เมืองทั่วเอเชีย อเมริกาเหนือและใต้ ออสเตรเลีย ยุโรป และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ถึงมีนาคม 2027 จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับตั๋วคอนเสิร์ต และคาดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเมืองเจ้าภาพต่างๆ ที่จัดคอนเสิร์ตอีกด้วย

    ตามข้อมูลจาก Hotels.com แพลตฟอร์มการจองเดินทาง ระบุว่าภายใน 48 ชั่วโมงหลังจาก BTS ประกาศทัวร์เมื่อวันที่ 13 มกราคม

    ยอดค้นหาการเดินทางไปยังกรุงโซลและปูซานของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 155% และ 2,375% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนการประกาศ

    ขณะที่ข้อมูลจาก Booking.com แพลตฟอร์มตัวแทนการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง พบว่า กระแสความนิยมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น ในเมืองเกาสงของไต้หวัน ที่เตรียมจัดคอนเสิร์ต มียอดการค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 6,700% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ณ ช่วงวันที่ 19 พฤศจิกายน

    นอกจากนี้ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่อื่นๆ ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกในปีนี้ ได้แก่ ทัวร์ของบรูโน มาร์, แฮร์รี สไตล์ และวง K-pop อีกวงอย่าง EXO

    บัตรคอนเสิร์ต sold out บัตรมือสองราคาพุ่ง ที่พักแพงขึ้นกว่า 2 เท่า

    ถึงแม้ว่าทัวร์คอนเสิร์ตล่าสุดของ BTS ที่ชื่อว่า ‘Arirang’ จะจัดขึ้นในหลายเมืองมากกว่าที่เคย และมีจำนวนบัตรเข้าชมเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า แต่ก็ขายหมดภายใน 20 นาที ในขณะที่ทัวร์ “Permission to Dance” ในปี 2021-2022 ขายหมดภายใน 5-6 ชั่วโมง

    แฟนๆ ที่ไม่สามารถซื้อบัตรได้เนื่องจากปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือข้อผิดพลาดระหว่างการจำหน่ายบัตร ต้องหันไปซื้อบัตรมือสองแทน

    จากการตรวจสอบของ CNBC พบว่า ราคาบัตรคอนเสิร์ต ‘Arirang’ มือสอง พุ่งสูงขึ้นอย่างมากตามดีมานด์ของแฟนคลับ โดยบัตรบางใบที่นำมาจำหน่ายต่อในแพลตฟอร์ม StubHub มีราคาสูงถึงประมาณ 7,276 ดอลลาร์ หรือราว 2.26 แสนบาทต่อใบ ซึ่งมีราคาสูงเกือบ 40 เท่าของราคาเดิม

    นอกจากนี้ แฟนคลับยังประสบปัญหาในการหาที่พักที่เหมาะสม เนื่องจากความต้องการสูงทำให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งห้องพักโรงแรมใกล้ศูนย์กลางการคมนาคมหลักในเกาหลีใต้ถูกจองเต็มหมดแล้วในช่วงที่วง BTS จะจัดคอนเสิร์ต แม้ว่าบางแห่งจะคิดราคามากกว่าราคาปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์ราวสองเท่าก็ตาม

    กระตุ้นท่องเที่ยวระยะสั้น

    พรูเดนซ์ ไล ที่ปรึกษาจากยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่าแม้โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวที่ไปชมคอนเสิร์ตจะเดินทางไปเพื่อดูไอดอลของพวกเขาแสดงบนเวที แต่การปรากฏตัวเป็นครั้งคราวของบรรดาไอดอล สามารถกระตุ้นยอดใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากได้

    เบน ครูเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของอีเวนต์ ทิคเก็ตส์ เซ็นเตอร์ ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะ “ความหายาก” ของกิจกรรมพิเศษเช่นนี้ เมื่อเทียบกับความแน่นอนของกิจกรรมประจำปีอื่นๆ ทำให้เกิดความหวังที่ว่า นี่เป็น “โอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต” สำหรับแฟนๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นความต้องการและทำให้ธุรกิจนี้มีกำไรสูงมาก

    ครูเกอร์ได้เปรียบเทียบให้เห็นภาพ โดยชี้ว่า งานเทศกาลดนตรีและศิลปะประจำปีอย่างคอนเสิร์ตโคเชลลาในแคลิฟอร์เนีย มียอดค้นหาทางเว็บไซต์แค่ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนการค้นหาเมื่อมีการประกาศขายตั๋วคอนเสิร์ต BTS

    จากข้อมูลของ Hotels.com พบว่า มีการค้นหาที่พักระดับสามและสี่ดาวใกล้กับสถานที่จัดคอนเสิร์ตของ BTS ในเมืองต่างๆ ที่เป็นเจ้าภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างหนาแน่นด้วย

    ไลกล่าวว่า นอกจากบรรดาแฟนๆ เลือกที่พักที่ใกล้กับสถานที่จัดคอนเสิร์ตแล้ว นักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ราคา ความปลอดภัย และความสม่ำเสมอของบริการเมื่อจองที่พัก

    ตอนนี้โรงแรมบางแห่งเริ่มปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มาชมคอนเสิร์ตแล้ว เช่น ในสเปน โรงแรม Palace Hotel Madrid ได้เตรียมทีมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนแผนการเดินทาง และเตรียมทางเลือกด้านอาหารก่อนและหลังมีคอนเสิร์ตของ BTS และ Bad Bunny ศิลปินชาวเปอร์โตริโก ซึ่งทัวร์คอนเสิร์ตของทั้งคู่เตรียมจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนในช่วงเวลาเดียวกัน

    ไลเผยด้วยว่า นักท่องเที่ยวที่ไปชมคอนเสิร์ตที่เพิ่มวันเดินทางอีกสองสามวันนั้น มีลักษณะคล้ายกับ “นักธุรกิจที่เดินทางเพื่อพักผ่อนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทางธุรกิจ”

    อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวยังคงแตกต่างจาก นักท่องเที่ยวกลุ่มลักชูรี ที่ต้องการประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ไปชมคอนเสิร์ต “ต้องการเพียงที่พักและไปชมคอนเสิร์ตเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1221338&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y8FmU_0JL58XV1Hqc44c0

  • งานเข้า ! ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด รู้ยันชื่อพ่อ-แม่ เจอมือมืดดึงข้อมูลไปขายแค่หลักร้อย

    งานเข้า ! ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด รู้ยันชื่อพ่อ-แม่ เจอมือมืดดึงข้อมูลไปขายแค่หลักร้อย

     
                ผู้เชี่ยวชาญไอที เผยข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลทั้งประเทศ ก่อนพบถูกนำไปรวมขายในกลุ่มข้อมูลออนไลน์ราคาเพียงหลักร้อยบาท พร้อมข้อมูลรู้ถึงชื่อพ่อ-แม่

     ข้อมูลหลุดเพียบ

                วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ จากบริษัท DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 โพสต์ข้อความระบุว่า ได้รับข้อมูลจาก White Hacker รายหนึ่ง แจ้งว่า ระบบตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งผลให้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลทั้งประเทศ

                นายธนารัตน์ระบุว่า ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากการไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ควบคุมระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงและดึงฐานข้อมูลออกมาได้ข้อมูลที่ระบุว่ารั่วไหล ได้แก่

                – เลขบัตรประจำตัวประชาชน

                – ชื่อจริง (ไม่มีนามสกุล)

                – ลำดับในบัญชี ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชามติ

                – จังหวัดที่มีสิทธิเลือกตั้ง

                – เขตที่มีสิทธิเลือกตั้ง

                – หน่วยเลือกตั้ง

                นายธนรัตน์ระบุเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะ “ลำดับในบัญชี” เป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในต้นขั้วบัตรเลือกตั้งด้วย

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

                ต่อมา เวลา 22.30 น. ของวันเดียวกัน นายธนรัตน์โพสต์อัปเดตว่า เจ้าหน้าที่ได้แก้ไขระบบเรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่มมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เข้าไปในระบบ

                อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้มีการโพสต์เพิ่มเติมว่า มีผู้นำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่รั่วไหล ไปรวมกับข้อมูลที่เคยหลุดก่อนหน้า จนได้เป็นชุดข้อมูลที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุว่าชุดข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปซื้อขายในกลุ่มซื้อขายข้อมูลในราคาหลักร้อยบาท และมีข้อมูลถึงชื่อบิดามารดา

                ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แชร์ข้อความของนายธนรัตน์ โดยระบุว่า ข้อมูล 2 ใน 3 ส่วนปรากฏต่อสาธารณะแล้ว ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรสีชมพูขณะนับคะแนนที่มีสื่อมวลชนและประชาชนบันทึกไว้ และข้อมูลลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีการโพสต์ว่ารั่วไหลทั้งประเทศ เหลือข้อมูลอีกส่วนเดียวคือต้นขั้วบัตร และหากมีคลิปหรือภาพถ่ายที่เห็นต้นขั้วบัตรสีชมพูเพียง 1 ใบ ซึ่งตรงกับภาพตอนนับคะแนนที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ก็จะสามารถตรวจสอบได้

                พร้อมระบุข้อความว่า เพียง 1 กรณี ก็เพียงพอในการพิสูจน์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำชี้แจงเรื่องการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยตรงและลับด้วยกระบวนการ และกล่าวถึงการใส่สัญลักษณ์ เช่น บาร์โค้ด ที่สามารถระบุถึงบัตรแต่ละใบแบบ 1 ต่อ 1 ได้

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252026&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UioYhgPj_zK16AQeyQwBR

  • งานเข้า ! ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด รู้ยันชื่อพ่อ-แม่ เจอมือมืดดึงข้อมูลไปขายแค่หลักร้อย

    งานเข้า ! ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลุด รู้ยันชื่อพ่อ-แม่ เจอมือมืดดึงข้อมูลไปขายแค่หลักร้อย

     
                ผู้เชี่ยวชาญไอที เผยข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลทั้งประเทศ ก่อนพบถูกนำไปรวมขายในกลุ่มข้อมูลออนไลน์ราคาเพียงหลักร้อยบาท พร้อมข้อมูลรู้ถึงชื่อพ่อ-แม่

     ข้อมูลหลุดเพียบ

                วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ จากบริษัท DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็นเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 โพสต์ข้อความระบุว่า ได้รับข้อมูลจาก White Hacker รายหนึ่ง แจ้งว่า ระบบตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งผลให้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลทั้งประเทศ

                นายธนารัตน์ระบุว่า ช่องโหว่ดังกล่าวเกิดจากการไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ควบคุมระบบ ทำให้สามารถเข้าถึงและดึงฐานข้อมูลออกมาได้ข้อมูลที่ระบุว่ารั่วไหล ได้แก่

                – เลขบัตรประจำตัวประชาชน

                – ชื่อจริง (ไม่มีนามสกุล)

                – ลำดับในบัญชี ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประชามติ

                – จังหวัดที่มีสิทธิเลือกตั้ง

                – เขตที่มีสิทธิเลือกตั้ง

                – หน่วยเลือกตั้ง

                นายธนรัตน์ระบุเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะ “ลำดับในบัญชี” เป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในต้นขั้วบัตรเลือกตั้งด้วย

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

                ต่อมา เวลา 22.30 น. ของวันเดียวกัน นายธนรัตน์โพสต์อัปเดตว่า เจ้าหน้าที่ได้แก้ไขระบบเรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่มมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เข้าไปในระบบ

                อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้มีการโพสต์เพิ่มเติมว่า มีผู้นำรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่รั่วไหล ไปรวมกับข้อมูลที่เคยหลุดก่อนหน้า จนได้เป็นชุดข้อมูลที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุว่าชุดข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปซื้อขายในกลุ่มซื้อขายข้อมูลในราคาหลักร้อยบาท และมีข้อมูลถึงชื่อบิดามารดา

                ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แชร์ข้อความของนายธนรัตน์ โดยระบุว่า ข้อมูล 2 ใน 3 ส่วนปรากฏต่อสาธารณะแล้ว ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรสีชมพูขณะนับคะแนนที่มีสื่อมวลชนและประชาชนบันทึกไว้ และข้อมูลลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีการโพสต์ว่ารั่วไหลทั้งประเทศ เหลือข้อมูลอีกส่วนเดียวคือต้นขั้วบัตร และหากมีคลิปหรือภาพถ่ายที่เห็นต้นขั้วบัตรสีชมพูเพียง 1 ใบ ซึ่งตรงกับภาพตอนนับคะแนนที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ก็จะสามารถตรวจสอบได้

                พร้อมระบุข้อความว่า เพียง 1 กรณี ก็เพียงพอในการพิสูจน์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำชี้แจงเรื่องการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยตรงและลับด้วยกระบวนการ และกล่าวถึงการใส่สัญลักษณ์ เช่น บาร์โค้ด ที่สามารถระบุถึงบัตรแต่ละใบแบบ 1 ต่อ 1 ได้

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

     ข้อมูลหลุดเพียบ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252026%3Futm_source%3Deditor-content&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QPeOFW_wkTCaaUEC5P9Ca