Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “คุณานันท์” หวดฉลุย 16 คน ศึกเทนนิสรายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์” | เดลินิวส์

    “คุณานันท์” หวดฉลุย 16 คน ศึกเทนนิสรายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ200 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 ประเภทชายเดี่ยว รอบ 2 (32 คน) “น้องพุฒิ” คุณานันท์ พันธราธร นักหวดไทย วัย 17 ปี มือ 47 เยาวชนโลก หวดชนะ คัง ไคเกาเกอ วัย 17 ปี จากจีน มือ 164 เยาวชนโลก ด้วยสกอร์ 6-7 ไทเบรก 2-7, 6-2 และ 4-1 Ret. (นักหวดจีนขอยอมแพ้ เนื่องจากมีอาการตะคริว) โดย “น้องพุฒิ” ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย ไปพบกับ พาเวล สควอร์ตคอฟ มือ 203 เยาวชนโลกจากรัสเซีย ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ มีดังนี้ ชายเดี่ยว รอบ 2 อาร์นาฟ ปาปาร์การ์ (อินเดีย) ชนะ ราฟาเลนติโน อดิลา คอสต้า (อินโดนีเซีย) 6-1, 6-1, เคนตะ วาตานาเบะ (ญี่ปุ่น) ชนะ ซิน แฮง ทัม (ฮ่องกง) 6-4, 6-4 ไค ทอมป์สัน (ฮ่องกง) ชนะ คูเปอร์ โคเซ (ออสเตรเลีย) 6-4, 4-6, 6-3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5631597/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C-tDrUrkFPideiGhsmP9c

  • จีไอที เปิดคูหางานบางกอก เจมส์ ครั้งที่ 73 เปิดให้บริการตรวจสอบอัญมณี-เครื่องประดับ | เดลินิวส์

    จีไอที เปิดคูหางานบางกอก เจมส์ ครั้งที่ 73 เปิดให้บริการตรวจสอบอัญมณี-เครื่องประดับ | เดลินิวส์

    นายบูณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยภายหลังการเปิดคูหาจัดแสดงผลงานและพันธกิจของ GIT ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ว่า GIT มีพันธกิจสำคัญในการเป็นหน่วยงานหลักของประเทศด้านการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ การออกใบรับรองมาตรฐาน การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสนับสนุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดโลก

    “การจัดแสดงผลงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ GIT ในฐานะผู้นำด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ที่จะเป็นส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในเวทีสากล และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก”

    นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ GIT กล่าวว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ ได้จัดพื้นที่การแสดงผลงานของ GIT เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นพื้นที่นำเสนอข้อมูลและบริการประชาสัมพันธ์ของ GIT ประกอบด้วยนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่น พื้นที่จัดกิจกรรมสาธิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ส่วนที่ 2 คูหาการให้บริการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นพื้นที่ให้บริการตรวจสอบและออกใบรับรองมาตรฐาน เพื่อสะท้อนศักยภาพและความเป็นผู้นำด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า

    สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 ก.พ.2569 ณ ชั้น LG ฮอลล์ 5 คูหาหมายเลข FE01-06 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00–18.00 น.

    งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems and Jewelry Fair) ครั้งที่ 73 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และ GIT ระหว่างวันที่ 22-26 ก.พ.2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีการขยายพื้นที่จัดงานครอบคลุมอาคาร 1 ถึง 8 ชั้น G, LG และเพลนารี ชั้น 1 มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงจากทั้งในและต่างประเทศรวม 1,222 บริษัท 2,794 คูหา คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกรวมกว่า 45,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าการค้าได้ไม่น้อยกว่า 3,500 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5630736/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_lETVOd57bo0–zac2yXy

  • กรมหม่อนไหมยก ‘แพรวาโสภารักษ์’ หนึ่งในต้นแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ต่อปีกว่า 22 ล้าน | เดลินิวส์

    กรมหม่อนไหมยก ‘แพรวาโสภารักษ์’ หนึ่งในต้นแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ต่อปีกว่า 22 ล้าน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 69 ที่ กลุ่มหม่อนไหม “แพรวาโสภารักษ์” ต.โนนศิลา อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางสาวชนชนก จันทร์เพ็ง รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ให้กับ นายวิทวัส โสภารักษ์ ประธานกลุ่มแพรวาโสภารักษ์ โดยมี นางพรพิณี บุญบันดาล ผอ.สำนักอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมหม่อนไหม หัวหน้าส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่นร่วมเป็นสักขีพยาน

    ก่อนพิธีเปิดผู้ร่วมงานได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง ถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นมีการแสดงดนตรีพื้นบ้าน โดยแม่นกน้อยอุไรพร หมอลำมรดกอีสาน ยังได้ขับกล่อมบทกลอนลำในการพัฒนาแห่งท่องเที่ยวแห่งนี้

    นางพรพิณี บุญบันดาล ผอ.สำนักอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหม โดยสำนักงานอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการให้อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สาวไหม และการทอผ้าไหม ที่เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่และดีงามให้อยู่คู่กับสังคมไทย ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการเผยแพร่ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านหม่อนไหม การอนุรักษ์และการส่งเสริมการใช้ผ้าไหมไทย สร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รวมทั้งการส่งเสริมและสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าให้แก่กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการด้านหม่อนไหมตามนโยบายด้านการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม

    “สำหรับการพัฒนาด้านการเลี้ยงหม่อนศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ดำเนินการสำรวจพื้นที่และชุมชนที่มีศักยภาพและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ในปี 2567 ถึง 2568 ได้ดำเนินการไปแล้ว 12 แห่ง โดยในปี 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจำนวน 73,879 ราย มูลค่าการจำหน่ายสินค้ามากถึง 37,413,424 บาท และในปี 2569 ได้ดำเนินการเพิ่มขึ้นอีกสามแห่งในพื้นที่จังหวัดสกลนครบุรีรัมย์และสงขลารวมเป็น 15 แห่ง โดยในปี 2568 และ 2569 กรมหม่อนใหม่ได้จัดสรรงบประมาณให้ศูนย์หม่อนใหม่เฉลิมพระเกียรติขอนแก่นดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ ”แพรวาโสภารักษ์“ ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหม ผ่านกิจกรรมฐานเรียนรู้การปลูกหม่อนการเลี้ยงไหมการสาวไหม การฟอกย้อมสีเส้นไหม และการทอผ้าไหม ที่สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรและผู้คนในชุมชนที่เป็นสมาชิกเครือข่าย”

    ด้าน น.ส.ชนชนก จันทร์เพ็ง รองอธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่การพัฒนาการเลี้ยงไหมได้ทำให้เกษตรกร มีอาชีพที่เข้มแข็งมีรายไดที่มั่นคง และการที่ผ้าไหมแพรวา ได้รับสมญานามว่าเป็น ราชินีแห่งผ้าไหมไทย นั้นยอมรับว่าตั้งแต่การเลี้ยง รวมไปถึงการถักทอมีความละเอียดปราณีตที่สำคัญได้รับการส่งเสริมจากพระพันปีหลวง จากผ้าสไบกลายมาเป็นผ้าไหมแพรวาที่สามารถนำมาตัดเป็นชุดสวมใส่ได้อย่างสวยงาม กลุ่มแพรวาโสภารักษ์ จึงไม่ใช่เพียงกลุ่มที่เลี้ยงหม่อนไหมธรรมดา แต่เป็นกลุ่มตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งนี้จึงมีศักยภาพ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นแบบอย่างในเรื่องของการอนุรักษ์และการสร้างฐานรายได้ให้กับคนภายในชุมชน

    ด้าน นายวิทวัส โสภารักษ์ ประธานกลุ่มแพรวาโสภารักษ์ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ตนเองอายุยังเล็กแต่สนใจในเรื่องของการทอผ้าไหมแพรวาจึงได้เข้าไปเรียนรู้ตามศูนย์ต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ จนสามารถทอผ้าไหมแพรวาได้และได้มีการประดิษฐ์คิดค้นลวดลายผ้าไหมแพรวา จนได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากภาครัฐ โดยเฉพาะกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม ความภาคภูมิใจที่ได้รับนี้จะมีการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้พื้นที่ได้ถูกจัดโซนแบ่งออกเป็นแปดส่วน จะเป็นฐานเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิตหม่อนไหมไปจนถึงขั้นตอนการถักทอผ้าไหมแพรวา นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมแพรวาที่เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ ทั้งนี้การพัฒนาด้านหม่อนไหมยังทำให้กลุ่มอาชีพที่เข้ามารวมกลุ่มกัน 20 แห่งมีรายได้ต่อกลุ่มมากถึงเดือนละ 100,000 บาท หรือมากกว่า 22 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นผู้ที่สนใจก็ขอเชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเชิงเกษตรภายในศูนย์แห่งนี้และเราจะเรียนรู้ไปพร้อมกัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5632444/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KxldVePqQbyszPEFgv9Dl

  • ‘อรรถกร’ โยนถาม ‘ธรรมนัส’ ความชัดเจนร่วมรัฐบาลภท.หรือไม่ ยันพร้อมเป็นรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    ‘อรรถกร’ โยนถาม ‘ธรรมนัส’ ความชัดเจนร่วมรัฐบาลภท.หรือไม่ ยันพร้อมเป็นรัฐบาล-ฝ่ายค้าน

    24 ก.พ.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม(กธ.) กล่าวถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ว่า ต้องถามร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกธ. เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าพรรคกธ.ทั้ง 58 คน รวมถึงบุคลากรทางการเมืองทุกคนมั่นใจในการตัดสินใจของร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำทีมพรรคกธ.

    เมื่อถามว่า พรรคกธ.พร้อมที่จะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรามั่นใจในบุคลากรที่มาเป็นตัวแทนของพรรคการทำงานอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะทำงานฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็สามารถทำได้ ถ้าเป็นรัฐบาลก็ดี แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านเราก็ค้านแบบมีเหตุผล เมื่อถามว่า หากร.อ.ธรรมนัส กลับมาจากการดูแสงเหนือจะนัดหารือกันหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดคุยกับร.อ.ธรรมนัส มา 2-3 วันแล้ว ก็คิดถึงท่านเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากรบกวน.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/952745/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kAw7vHCPgLVoO–bVADHU

  • ไทยโกยรายได้ท่องเที่ยวเฉียด 3 แสนลบ. ยอดต่างชาติสะสมพุ่งเกือบ 6 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    ไทยโกยรายได้ท่องเที่ยวเฉียด 3 แสนลบ. ยอดต่างชาติสะสมพุ่งเกือบ 6 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวภาพรวมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมทั้งสิ้น 5,947,434 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 293,119 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 969,505 คน มาเลเซีย 573,323 คน รัสเซีย 457,250 คน อินเดีย 376,738 คน และเกาหลีใต้ 283,623 คน

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-22 ก.พ. 69) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 879,587 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 2,969 คน หรือ 0.34% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 125,655 คน

    นักท่องเที่ยวมาเลเซีย และรัสเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 33.02% และ 7.57% ตามลำดับ จากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปิดภาคเรียน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาแตะระดับ 1.1 แสนคน ในรอบ 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้น 33.02% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

    ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ อินเดีย และจีน ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 18.19% 10.78% และ 0.68% ตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนชะลอเดินทางหลังจากเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของวันหยุดต่อเนื่องในประเทศ แต่ยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแตะระดับกว่า 2 แสนคน

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 199,078 คน มาเลเซีย 111,581 คน รัสเซีย 60,442 คน อินเดีย 42,893 คน และเกาหลีใต้ 34,318 คน

    สำหรับสัปดาห์นี้ (23 ก.พ.-1 มี.ค. 69) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวตลาดจีน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเกาหลีใต้และอาเซียนมากขึ้น การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/571633&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qtjK6dc823auG6WWujJSP

  • พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปั้นการท่องเที่ยวไทย จากปริมาณสู่ “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโลก”

    พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปั้นการท่องเที่ยวไทย จากปริมาณสู่ “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโลก”

    พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปั้นการท่องเที่ยวไทย จากปริมาณสู่ “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโลก”

    เมื่อ “การท่องเที่ยว” ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนอนาคตไทย

    ในเวทีสัมมนา Thailand Economic Drive 2026 ภายใต้หัวข้อ “ไทยมองไทย” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ มุมมองจากภาคเอกชนที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีอย่าง พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพอนาคตที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวจากการเป็นเพียง “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” สู่การเป็น “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจ” ที่แข็งแกร่ง
     

    วิกฤตในความเปราะบาง: โจทย์ใหม่ที่ต้องแก้ด้วย “คุณภาพ”

    แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคัก แต่คุณพราวพุธชี้ให้เห็นถึง “จุดเปราะบาง” ที่ซ่อนอยู่ คือค่าใช้จ่ายต่อหัวที่ลดลงประมาณ 4% ในปีที่ผ่านมา และหากคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อย้อนหลัง 6 ปี ตัวเลขนี้อาจดิ่งลึกลงถึง 12-13% ประกอบกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์ที่ควบคุมไม่ได้

    “เราพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงมาก แต่เรายังใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่เต็มที่ ถึงเวลาที่เราต้องเลิกวิ่งไล่ล่าแค่จำนวน แล้วหันมาสร้าง Value เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง”

    Migration Reforming: ดึงนักท่องเที่ยวให้เป็น “พลเมืองคุณภาพ”

    กลยุทธ์สำคัญที่คุณพราวพุธเสนอคือการทำ Migration Reforming หรือการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่พำนักระยะยาว 3-5 เดือน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหนีหนาวจากยุโรป สแกนดิเนเวีย หรือกลุ่ม Digital Nomads นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีพลังจับจ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3 เท่า และยังเป็นตัวช่วยพยุงธุรกิจในช่วง Low Season

    การพำนักที่ยาวขึ้นยังหมายถึงโอกาสของอุตสาหกรรมข้างเคียง เช่น อสังหาริมทรัพย์และบริการทางการแพทย์ (Healthcare) โดยเฉพาะเมื่อโลกก้าวสู่สังคมสูงวัย (Aging Population) ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านบริการและค่าครองชีพที่คุ้มค่า พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปั้นการท่องเที่ยวไทย จากปริมาณสู่

    จาก Soft Power สู่ Ecosystem ที่กินได้จริง

    อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการท่องเที่ยว ทางกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว ได้เปรียบเทียบการสร้างจุดหมายปลายทางของไทยกับโมเดล “Disneyland” ที่สร้างรายได้จากตัวละคร (Character) โดยเสนอให้ไทยนำ Soft Power เช่น มวยไทย อาหาร หรือแฟชั่น มาสร้างเป็น IP-Based Destination

    “Soft Power ของเราต้องไม่ใช่แค่การตลาด แต่มันต้องสร้าง GDP ได้โดยตรง เช่น การสร้าง ‘Thai Boxing Chateaux’ ที่รวมทั้งสถาบันมวย ศูนย์สุขภาพ และโรงแรมเข้าด้วยกัน เพื่อดึงให้คนอยู่ยาวขึ้นและจ่ายมากขึ้น”  พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท  เสริม

    โครงสร้างพื้นฐาน: กระดูกสันหลังของการเติบโต

    ท้ายที่สุด วิสัยทัศน์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้รอยต่อ คุณพราวพุธเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขยายขีดความสามารถของสนามบิน และการเชื่อมโยงการคมนาคม รถ-เรือ-ราง ไปยังเมืองรองอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ

    การท่องเที่ยวไทยในปี 2026 จึงไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมบริการแบบเดิม แต่คือ “ยุทธศาสตร์ชาติ” ที่ต้องบูรณาการทั้งทุน โครงสร้างพื้นฐาน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อเปลี่ยนให้นักท่องเที่ยวกลายเป็น “นักลงทุน” และผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในศตวรรษหน้าอย่างยั่งยืน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738450&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39ChPxQSv45hYnNS6wt6cS

  • ครั้งแรก! “เชียงของ” ผนึก “เหวยฟาง” เมืองว่าวโลก จัดเทศกาลว่าวริมโขง สานสัมพันธ์ไทย-จีน กระตุ้นท่องเที่ยว

    ครั้งแรก! “เชียงของ” ผนึก “เหวยฟาง” เมืองว่าวโลก จัดเทศกาลว่าวริมโขง สานสัมพันธ์ไทย-จีน กระตุ้นท่องเที่ยว

    24 กุมภาพันธ์ 2569 นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในอดีตอำเภอเชียงของเคยมีประชาชนนำลูกหลานมาเล่นว่าวริมฝั่งแม่น้ำโขง แต่ปัจจุบันกิจกรรมเล่นว่าวสูญหายไป จึงมีแนวคิดที่จะพลิกฟื้นการเล่นว่าวให้กลับมาใหม่อีกครั้ง จึงได้ร่วมมือกับอำเภอเชียงของ และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดเทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2569 ที่ลานผ้าทอ ท่าเรือบั๊ค ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นครั้งแรก  

    พร้อมกันนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากเมืองเหวยฟาง มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องของจังหวัดเชียงราย และเมืองเหวยฟาง ยังเป็นเมืองหลวงว่าวของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตว่าวที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และมีการจัด เทศกาลว่าวนานาชาติเหวยฟางเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีการจัดกิจกรรมแข่งขันว่าว การประกวด และนิทรรศการวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ โดยครั้งนี้จะมีตัวแทนจากสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐของเมืองเหวยฟางมณฑลซานตง และสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเว่ยเฉิง จะนำช่างฝีมือว่าว 4 ท่าน เดินทางมาร่วมงานดังกล่าวอย่างเป็นทางการ 

    ครั้งแรก!

    สำหรับเทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของฝ่ายไทยจะมีการนำว่าวนานาชนิด เช่น ว่าวแฟนซี , ว่าวปักเป้า และว่าวจุฬา มาเล่นว่าว และจัดแสดง ส่วนเมืองเหวยฟาง จะนำว่าวจากจีนมาเล่นเช่น ว่าวเจิ้งปานเฉียว, ว่าวช้าง, ว่าวพี่น้องน้ำเต้า และว่าวที่เตรียมมาจัดแสดงอีกส่วนหนึ่ง โดยจะสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ทั้งรูปทรง งานฝีมือที่ประณีต และสีสันที่สวยงาม

    คาดว่าในเทศกาลดังกล่าว จะมีว่าวไทยและว่าวจีนรวมกันประมาณ 100 ชุด นำมาเล่นโชว์ และจัดแสดงให้แก่ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวได้รับชม โดยคาดหวังว่า ต่อไปจะจัดให้เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาประจำปี รวมถึงยกระดับให้เป็นเทศกาลว่าวนานาชาติในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชีย ตลอดจนเป็นการผลักดันให้ชาวบ้านในพื้นที่มีโอกาสในการสร้างอาชีพการทำว่าวที่ทำจากไม้ไผ่อีกด้วย 

    ครั้งแรก!

    ด้าน นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีที่งานเทศกาลดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากเมืองเหวยฟาง มณฑลซานตง ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตว่าว และจัดงานเทศกาลว่าวระดับโลกมานานถึง 42 ปี  ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางด้านวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังจะได้รับความรู้จากการเดินทางเข้ามาของช่างฝีมือว่าวจากจีนที่มีความสามารถระดับโลก โดยจะร่วมกับช่างฝีมือว่าวไทย เป็นผู้สาธิตและอบรมการทำว่าวให้กับเยาวชนไทย จำนวน 100 คน 

    อย่างไรก็ตาม เทศกาลดังกล่าว จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อไปมีแผนที่จะบรรจุให้เป็นกิจกรรมในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย และในอนาคตจะขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และในประเทศที่มีการเล่นว่าวมาร่วมจัดกิจกรรมร่วมกันด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกีฬาร่วมกัน

    ครั้งแรก!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/region/378973953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18R_4xsYx3obAEQPGMTEdp

  • ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 11 ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการจังหวัดมุกดาหาร รอบที่ 1 | TOPNEWS

    ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 11 ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการจังหวัดมุกดาหาร รอบที่ 1 | TOPNEWS

    ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 11 ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการจังหวัดมุกดาหาร รอบที่ 1

    • เผยแพร่ : 24/02/2026 17:09

    มุกดาหาร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 11 ลงพื้นที่ตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการจังหวัดมุกดาหาร รอบที่ 1

    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้การต้อนรับนางสุภัทร กิจเวช ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 11 พร้อมคณะประกอบด้วย นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมนายนายพิชิต สมบัติมากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. ,ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวง และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569โดยประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดฯและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้

    ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้นำเสนอศักยภาพของจังหวัดมุกดาหาร ทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงชายแดน อาทิ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เส้นทางศรัทธาพญานาคลุ่มน้ำโขง และตลาดอินโดจีน โดยจังหวัดมุกดาหารมุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การสร้างอาชีพ เพื่อให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างสมดุล สร้างรายได้ กระจายโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามยุทธศาตร์การพัฒนาจังหวัด

    ต่อมาเวลา 10.00 น. คณะผู้ตรวจราชการได้เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การยกระดับมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวก และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประชาชน

    ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร พบว่าในช่วงปี 2566 จังหวัดมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนจำนวน 2,985.93 ล้านบาท มีผู้เยี่ยมเยือนจำนวน 1,743,761 คน และมีผู้เข้าพักจำนวน 444,227 คน ต่อมาในปี 2567 รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้นเป็น 3,577.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.80 มีผู้เยี่ยมเยือนจำนวน 1,863,075 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.84 และมีผู้เข้าพักจำนวน 469,695 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.73 สำหรับปี 2568 รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนอยู่ที่ 3,697.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.36 มีผู้เยี่ยมเยือนจำนวน 1,914,159 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.74 และมีผู้เข้าพักจำนวน 470,379 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 โดยรายได้หลักยังคงมาจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ควบคู่กับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร และผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินนโยบายยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม.

    ภาพ-ข่าว ทรงสิทธิ์ สาระกิจ ผู้สื่อข่าวTOP NEWS ทั่วไทย จ.มุกดาหาร

    11SOCAIL 16-9 copy

    15

    สวธ. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ศิลปินแห่งชาติผู้วายชนม์ พร้อมเสวนา หัวข้อ ศิลปินแห่งชาติกับการสร้างศิลปินของชาติ เนื่องในกิจกรรมงานวันศิลปินแห่งชาติ

    เตรียมระเบิดความมันส์ มหกรรมดนตรีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “แกรนด์แคนยอนท่าขึ้น”

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นประธานเฉลิมฉลอง “โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว” รับรางวัลสถานศึกษาพระราชทาน 2567

    ระทึก! “คลังกระสุน ตชด.21” สุรินทร์ ไฟไหม้โหมหนัก “โฆษกทบ.” เผยส่งกำลังพลทหาร สนับสนุนปฏิบัติการดับเพลิง ย้ำอย่าเชื่อข่าวลือ รอสอบสาเหตุ

    สพฐ. หนุนเด็กน่านสร้างอาชีพ เปิดงาน “กาดละอ่อนน่าน” ผลักดันสินค้าสู่ตลาดจริง

    ป.ป.ช. ภูเก็ต แถลงผลงานปี 2569 ชี้แจง 4 คดีเบื้องต้น เดินหน้าป้องกันทุจริตเชิงรุก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1497756&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2b1O1ns5dvOcxmsQUMHrUF

  • ผ่าทางตันเที่ยวไทย! “ยุทธศักดิ์” จี้รีสตาร์ตเลิกขาย “ของถูก” ดันวาระแห่งชาติคุมเข้มความปลอดภัย กระจายรายได้เมืองรอง

    ผ่าทางตันเที่ยวไทย! “ยุทธศักดิ์” จี้รีสตาร์ตเลิกขาย “ของถูก” ดันวาระแห่งชาติคุมเข้มความปลอดภัย กระจายรายได้เมืองรอง

    v.prd:0.0.151

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/145678&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eBujtc_k0t5Bap8oskOgo

  • “เอกนิติ” ชูธนู 3 ดอก ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจปี 2569 “ลงทุนพลังงานสะอาด-การศึกษา-ปฏิรูปกฎหมาย”

    “เอกนิติ” ชูธนู 3 ดอก ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจปี 2569 “ลงทุนพลังงานสะอาด-การศึกษา-ปฏิรูปกฎหมาย”

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชูธนู 3 ดอก ฝ่ามรสุมใหญ่ทางเศรษฐกิจ

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand Economic DRIVES 2026 : ฝ่ามรสุม 69 ว่าประเทศไทยเจอมรสุมทางเศรษฐกิจตลอดเวลา โดยในปีนี้มีมรสุมใหญ่ 3 ลูกที่ตั้งเค้าอยู่ ได้แก่

    1. ปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ
    2. ปัญหาภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ
    3. ปัญหาภายในประเทศ จากความอ่อนแอด้านการบริโภคของภาคเอกชน รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาเชิงโครงสร้างประชากร สังคมสูงวัยที่ทำให้รายได้หายไป ตลอดจนถึงการชะลอตัวด้านการลงทุนในประเทศ

    “ปี 2540 ประเทศไทยเคยมีการลงทุนสูงถึง 40% ของ GDP โดยเป็นการลงทุนภาครัฐ 10% และการลงทุนภาคเอกชน 30% ของ GDP แต่วันนี้การลงทุนของประเทศลดเหลือ 24% ของ GDP เป็นภาครัฐ 6% และเอกชนเหลือ 18% อีกทั้งเศรษฐกิจไทยหันไปพึ่งพาการส่งออกมากถึง 60% ภาคบริการ 10% ของ GDP เมื่อเกิดปัญหาก็ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความผันผวน” นายเอกนิติ กล่าว

    สำหรับแนวทางการรับมือมรสุมรัฐบาลก็เตรียมธนูไว้ 3 ดอก เพื่อรับมือมีมรสุมใหญ่ด้วยเช่นกัน

    1. ผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เศรษฐกิจสีเขียว
    2. การลงทุนทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการปฏิรูปการศึกษา ดึงดิจิทัลเอไอเข้ามาเสริมทักษะแรงงานให้แข็งแกร่งขึ้น
    3. การลงทุนด้านกฎหมาย ปลดล็อกกติกาต่างๆ เพื่อให้กระบวนการลงทุนเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยจะเสนอกฎหมายรวบยอด (Omnibus Law) เป็นกฎหมายที่สนับสนุนการลงทุนโดยไม่ต้องไปดูพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ดิน, พ.ร.บ. การก่อสร้างอาคาร เป็นต้น โดยหวังว่ากฎหมายนี้เปลี่ยนโฉมการลงทุนของประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/947779/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OwThIkfJcB6cJLHnPbZqj