‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

‘ไทยแอร์เอเชีย’-จับตาสมการใหม่ปลายปี-68-จีนขัดแย้งญี่ปุ่น-‘ส้มหล่น’-ท่องเที่ยวไทย?

แนวโน้มตลาด “การบิน” และ “ท่องเที่ยว” ในไตรมาส 4 ปี 2568 ไปจนถึงปี 2569 ผู้ประกอบการคาดหวังว่าอาจมี “ส้มหล่น” จากตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” เมื่อทางการจีนประกาศคำเตือนให้พลเมืองจีนงดไปเที่ยวญี่ปุ่น ยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ หลังขัดแย้งกันกรณีไต้หวัน ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศ “จีนเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งกำลังไต่ระดับการเติบโตร้อนแรง!

โดยสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้า “ญี่ปุ่น” ล่าสุดช่วง 9 เดือนแรก (1 ม.ค.- 30 ก.ย.) ของปี 2568 มีจำนวนสะสมกว่า 7.48 ล้านคน เติบโต 42.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ครองอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นสะสม 31.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7%

ขณะที่สถิตินักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้า “ไทย” ล่าสุด ตั้งแต่ 1 ม.ค.-9 พ.ย. มีจำนวนสะสม 3.87 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมทั้งหมด 27.58 ล้านคน ลดลง 7.14% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว รองจากอันดับ 1 มาเลเซีย ที่มีจำนวนสะสม 3.97 ล้านคน

สันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ตามที่ทางการจีนได้ออกคำเตือนให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ยังเร็วเกินไปในการประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวไทยแทนญี่ปุ่นเลยหรือไม่? เพราะส่วนใหญ่มีการจองเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว หรืออาจจะคลี่คลายข้อขัดแย้ง คืนดีกันในเร็ววันนี้ก็เป็นได้ แต่เบื้องต้นมองว่าน่าจะได้ “อานิสงส์บวก” หรือ “ส้มหล่น” อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยมีองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่กระทบต่อการเดินทาง ทั้งปัจจัยท้าทายเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เสถียรภาพของรัฐบาล ค่าเงินบาท และอื่นๆ

“มันคงจะไม่เป็นสมการที่ง่ายขนาดนั้น ว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ไปญี่ปุ่นแล้วจะมาเที่ยวไทยแทนทั้งหมด แต่ก็มองว่าอาจได้อานิสงส์บวกอยู่บ้างสำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย ที่นักท่องเที่ยวจีนอาจเปลี่ยนเส้นทางหันมาเที่ยวบ้านเราแทน”

สำหรับสถานการณ์ผู้โดยสารชาวจีนของ “ไทยแอร์เอเชีย” จากเมื่อปี 2562 ก่อนโควิดระบาดเคยให้บริการที่นั่งโดยสาร (Capacity) เส้นทางจีนมากกว่า 20% ของเส้นทางระหว่างประเทศทั้งหมด แต่ปัจจุบันหายไปกว่า 50% ตามแนวโน้มภาพรวมตลาด “จีนเที่ยวไทย” ที่ตลอดปี 2568 คาดว่าจะมีจำนวน 4-5 ล้านคน หายไปกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 11 ล้านคน ทำให้ไทยแอร์เอเชียต้องปรับแผนบริหารสลอตเที่ยวบินให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เห็นชัดเจนทั้งในเชิงจำนวนที่ลดลงและพฤติกรรมซึ่งนิยมเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มากขึ้น นิยมใช้บริการเที่ยวบินช่วงกลางวัน ต่างจากพฤติกรรมกรุ๊ปทัวร์ที่มักจะบินช่วงกลางคืน มาถึงไทยช่วงเช้า

‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

ด้านสถานการณ์เส้นทางบินในประเทศ ไทยแอร์เอเชียยังคงเป็นผู้นำตลาด รักษาส่วนแบ่งอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 40% จากปริมาณที่นั่งโดยสารและเที่ยวบินมากที่สุด ส่วนตลาดอื่นๆ ที่เข้ามาชดเชยจีนอย่าง “นักท่องเที่ยวอินเดีย” พบว่ากระแสการเดินทางในไตรมาส 4 มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง

“ไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้ของไทยแอร์เอเชียมีแนวโน้มดีขึ้น มีปริมาณที่นั่งโดยสารมากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ที่มีการพักเครื่องบินนำไปซ่อมบำรุงรักษาบ้างเนื่องจากตรงกับโลว์ซีซัน โดยปี 2568 ได้รับมอบเครื่องบินใหม่เพิ่มไปแล้ว 2 ลำ และจากแผนเดิมในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ จะรับมอบเครื่องบินใหม่ แต่เลื่อนไปก่อน ทำให้สิ้นปี 2568 มีฝูงบินรวมอยู่ที่ 62 ลำ และในปี 2569 ถึงจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มอีก 4-6 ลำตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ขณะที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ในไตรมาส 4 นี้คาดว่าทั้งเส้นทางในและระหว่างประเทศอยู่ระดับ 80% ปลายๆ”

‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

สันติสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าบริหารประเทศแล้ว 1 เดือน มองว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ดีขึ้นเป็นเพราะ “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น” ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืน ทำให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียน คนไทยมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมจัดทำโครงการ “Buy International, Free Thailand Domestic Flights” แจกตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ เส้นทางภายในประเทศฟรี แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินราคาปกติเข้ามาประเทศไทย จำนวน 200,000 คน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสายการบินได้สะท้อนความเห็นไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่า ในภาวะภาคการท่องเที่ยวต้องการการฟื้นตัว หากช่วยลดค่าใช้จ่ายแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง ก็จะดีต่อประเทศโดยรวม ล่าสุดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ยื่นหนังสือไปถึงกระทรวงคมนาคมเพื่อนำไปหารือกับกระทรวงการคลัง ขอให้ลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น เพื่อช่วยลดต้นทุนสายการบิน และทำให้สามารถลดค่าบัตรโดยสารภายในประเทศลงได้

“แม้ว่าล่าสุดสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 1.7% น้อยกว่าปี 68 ที่คาดว่าเติบโต 2% ด้วยซ้ำ แต่มองว่าต้องจับตาการยุบสภาในเดือน ม.ค. ปีหน้าและผ่านการเลือกตั้งไปก่อน ถึงจะพอมองภาพประเทศไทยออกว่าเป็นอย่างไรในปีหน้า”

‘ไทยแอร์เอเชีย’ จับตาสมการใหม่ปลายปี 68 จีนขัดแย้งญี่ปุ่น ‘ส้มหล่น’ ท่องเที่ยวไทย?

สันติสุข คล่องใช้ยา

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1208057&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26v8c1M_60cUMvHFjtXll2