‘เวียดนาม’ กำลังขึ้นเป็น Wedding Dress Hub สวรรค์ของเจ้าสาวที่กำลังมองหาชุดแต่งงาน

‘เวียดนาม’-กำลังขึ้นเป็น-wedding-dress-hub-สวรรค์ของเจ้าสาวที่กำลังมองหาชุดแต่งงาน

จากเดิมที่ศูนย์กลางของชุดแต่งงานมักอยู่ในมหานครแฟชั่น อย่าง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือมิลาน ประเทศอิตาลี แล้วทำไมเวียดนามถึงก้าวมาเป็นสวรรค์ของเหล่าเจ้าสาวที่กำลังมองหาชุดแต่งงาน?

1.ขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือที่ประณีต : ช่างเย็บผ้าชาวเวียดนามขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นงานลูกไม้ งานปักคริสตัล หรือการเย็บโครงชุด ทุกชิ้นทำด้วยความใส่ใจ

2.ดีไซน์หลากหลาย : มีแบบให้เลือกตั้งแต่ชุดสไตล์ตะวันตกร่วมสมัย ไปจนถึง ‘อ๋าวหยาย’ ชุดประจำชาติของเวียดนามแบบดั้งเดิม หรือจะมิกซ์แอนด์แมทช์ผสมผสานสองวัฒนธรรมก็ทำได้ และมีชุดสั่งตัดพิเศษ (Custom Design) ที่ออกแบบใหม่เฉพาะบุคคล เลือกผ้าเองได้ ปรับดีไซน์ตามใจชอบ เพื่อให้ได้ชุดที่พอดีกับรูปร่างและสะท้อนถึงตัวตนของแต่ละคนมากที่สุด

3. ‘คุ้มค่าคุ้มราคา’ : สามารถเป็นเจ้าของชุดแต่งงานสั่งตัดระดับลักชัวรีได้ในราคาที่ถูกกว่าฝั่งตะวันตกหลายเท่า โดยมีให้เลือกตั้งแต่ ‘หลักพัน’ ถึง ‘หลักหมื่นต้น ๆ’ 

เบื้องหลังที่เวียดนามสามารถทำชุดแต่งงานในราคาจับต้องได้ โดยคงความลักชัวรีไว้อย่างครบถ้วนโดนใจบรรดาเจ้าสาว นั่นเพราะเวียดนามเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้าให้แบรนด์ระดับโลกมาอย่างยาวนาน ช่างตัดเย็บเองก็มีความเชี่ยวชาญและการเก็บรายละเอียดที่ประณีตสูง

นอกจากนี้เวียดนามยังมีต้นทุนทั้งค่าแรงและค่าดำเนินการของร้านไม่สูง เมื่อเทียบกับมหานครแห่งแฟชั่นอย่างนิวยอร์ก, ปารีสหรือมิลานแล้ว ร้านค้าจึงสามารถนำงบประมาณไปทุ่มเทกับเนื้อผ้าและวัสดุชั้นดี เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าสาวได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าหลายเท่า

นอกเหนือจะเป็นฐานการผลิตแล้ว ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของเวียดนามก็มีการสร้างและพัฒนาแบรนด์ของตัวเองจนโด่งดังไปทั่วโลก เช่น แบรนด์ JoliPoli (โดยดีไซเนอร์ Anh Thu) ที่ได้นำผลงานไปเดินรันเวย์ระดับสากลอย่าง Vancouver Fashion Week และ Paris Fashion Week 

โดยดีไซน์ของเวียดนามในปัจจุบันมีความเป็นโมเดิร์น มีความเป็นแฟชั่นชั้นสูง มีเอกลักษณ์ในการเน้นงานซีทรู งานโครงคอร์เซ็ตที่เข้ารูปสวยงาม และงานปักคริสตัลระยิบระยับ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เจ้าสาวยุคใหม่ทั่วโลกตามหา

สำหรับแบรนด์ชุดแต่งงานยอดนิยมในเวียดนามที่คนกำลังนิยม อาทิ Linh Nga Couture, Nicole Bridal, Marie Bridal, Idy Atelier, Lecia Bridal และ Chou Bridal ฯลฯ

อีกประเด็นน่าสนใจของการเป็นฮับเรื่องชุดแต่งงาน ก็คือ  Wedding Dress Tourism ซึ่งเป็นเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในกลุ่ม Niche Market 

เพราะเมื่อเจ้าสาวหรือคู่รักตัดสินใจเดินทางบินไปต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสาะหา เลือกซื้อ หรือสั่งตัดชุดแต่งงาน สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ชุดแต่งงาน แต่เป็นการไปพักผ่อน ถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง หรือท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ

สิ่งเหล่านี้ อาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้ประเทศเวียดนามได้มหาศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าศึกษาและจับตามเป็นอย่างมาก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/strategic-move/113388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e2kK9ikxlwE7XQ7Y1BqdR