เศรษฐกิจภาคใต้ยังดี ธปท.ชี้ ศก.ยังแข็งแกร่ง จับมือ ‘คลัง’ เปิดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

เศรษฐกิจภาคใต้ยังดี-ธปทชี้-ศก.ยังแข็งแกร่ง-จับมือ-‘คลัง’-เปิดโครงการ-“ปิดหนี้ไว-ไปต่อได้”

ทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในงาน “แบงก์ชาติภาคใต้สานสัมพันธ์สื่อมวลชน จังหวัดตรัง” โดยกล่าวถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” 2.ความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้า ลดผลกระทบผู้สุจริต

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo01.jpg

ทัดลาภ กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ธปท. และสถาบันการเงิน ร่วมกันดำเนินโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company: AMC) ภายใต้ชื่อ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็น NPL (หนี้เสีย ค้างชำระเกิน 90 วัน) ยอดไม่เกิน 1 แสนบาท (ณ 30 ก.ย. 68) ลูกหนี้มี 2 ทางเลือก “จ่ายปิดจบ” หรือ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ซึ่งจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติ เพื่อปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น เริ่มเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ 5 มกราคม 2569

นอกจากนี้ ได้อัปเดตถึงความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้าที่ได้มีการปรับแนวทาง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดย

1.ลดระยะเวลาการปลดล็อกการระงับจากบัญชีธนาคาร โดยเร็วที่สุดภายใน 1 วัน หลังโทรติดต่อ ศูนย์ AOC 1441

2.ต่อเส้นเงินเท่าที่จำเป็น หากธุรกรรมสุจริตไม่ติดหมายตำรวจ หรือลักษณะการเดินบัญชีปกติ จะไม่ถูกระงับธุรกรรม

3.กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งผู้ถูกระงับให้ชัดเจนถึงลักษณะการถูกระงับ และสิ่งที่ผู้ถูกระงับนั้นต้องทำต่อ ซึ่งจะส่งผ่านช่องทางการติดต่อของธนาคาร

สำหรับงาน “แบงก์ชาติภาคใต้สานสัมพันธ์สื่อมวลชน จังหวัดตรัง” ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานสื่อสารกับสื่อมวลชน ตลอดจนสื่อสารข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับปชช. ในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Stakeholder Engagement ที่แบงก์ชาติดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การสื่อสารไปถึงประชาชนได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ถึงสิ้นปี 2568 และปี 2569 ทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศจะดีหรือไม่ ทัดลาภ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นไตรมาสที่ 4 ของปีแล้ว ช่วงนี้ภาคใต้ของไทยเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวต่างชาติจะหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวภาคใต้ของไทย เศรษฐกิจไตรมาส 4 จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา สิ้นปี 2568 อัตราการเจริญเติบโตจะอยู่ 2% กว่าๆ ภาคใต้มีท่องเที่ยว มีเกษตรที่เข้มแข็งคือ ยาง และ ปาล์ม

“ส่วนปี 2569 เศรษฐกิจประเทศไทยน่าจะชะลอตัว รวมทั้งภาคใต้ ปัญหามาจากนโยบายการค้าโลก เรื่องอเมริกาขึ้นภาษีทำให้ประเทศไทยและประเทศต่างๆ พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย อาจจะทำให้เศรษฐกิจประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปอเมริกาได้รับผลกระทบ การสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากประเทศไทยลดลง เศรษฐกิจไม่ดี การท่องเที่ยวก็ลดลง”

“ปัญหาขณะนี้คือโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่ไทยเราเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นเพื่อการส่งออกในขณะที่ ทั่วโลกหันมาใช้รถ EV หรือรถไฟฟ้ากันมากขึ้น ผู้ผลิตรถไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกคือจีน ไทยอาจจะได้รับผลกระทบเพราะยังผลิตรถญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมลดลง”

ทัดลาบ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันและอนาคต การทำธุรกิจอุตสาหกรรม หรือการท่องเที่ยว ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม สีเขียวหรือ กรีนการันตี โรงแรม รีสอร์ท รักษาสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับธรรมชาติ จึงจะได้รับความนิยม ภาคใต้มีการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวสามารถต่อยอดไปได้อีก คือ เวลล์เน็ต การรักษาสุขภาพ การให้นักท่องเที่ยว มาเที่ยวเชิงสุขภาพ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo08.jpg

ปี 2569 เศรษฐกิจไทยน่าจะโต 1% กว่าๆ แบงก์ชาติก็จะต้องผ่อนคลายเรื่องของดอกเบี้ยให้ลดต่ำลง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยง เพราะจีนและสหรัฐยังทำสงครามการค้า ปัญหาสงครามระหว่างประเทศคู่ขัดแย้งในภุมิภาคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกกระทบการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว

ส่วนการสำรองทองคำของประเทศไทยนั้น ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจอยู่มาก การสำรองทองคำไว้มากทำให้เศรษฐกิจของไทยเป็นที่น่าเชื่อถือกับประเทศต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจของไทยไปได้ ไทยเรามีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่สูง แน่นอนคนไทยมีรายได้น้อย รายจ่ายมาก ทำให้รายรับรายจ่ายไม่สมดุล จึงเป็นหนี้ครัวเรือน “พูดตรงๆ รายรับไม่พอรายจ่าย”

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo02.jpg

ด้าน วิรัตน์ อันตรัตน์ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดตรัง กล่าวว่า ปี 2569 แนวโน้มการประกอบอาชีพชาวสวนยางยังดำเนินไปได้ หากตลาดยุโรป หรือ EU ออกกฎหมายรับซื้อยางพาราหรือน้ำยาง ต้องอยู่ในกฎ EUDR คือ ประเทศผู้ผลิตยางพาราจะต้องไม่บุกรุกทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อปลูกยางพารามาขายให้กับกลุ่มประเทศยุโรป

“พื้นที่ปลูกยางต้องมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย หาก EU ประกาศใช้กฎหมายนี้ หรือ สหรัฐอเมริกาใช้กฎหมายนี้ตามยุโรป จะส่งผลดีกับประเทศไทยที่จะผลิตยางพาราและขายให้ยุโรปและอเมริกา เพราะไทยที่ดินปลูกยางถูกกฎหมาย ไม่บุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติ  ประเทศผู้ผลิตยางพาราอื่นๆ ไม่มีความพร้อมในเรื่องนี้ โอกาสไทยขายยางได้จำนวนมากและราคาเพิ่มขึ้นสูง ปัจจุบันพื้นที่ปลูกยางถูกกฎหมาย ปัจจุบันนี้ยุโรปซื้อยางปีละ 4 ล้านตัน”  

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo06.jpg

วิรัตน์ กล่าวอีกว่า จีนประเทศผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของโลก มีความต้องการใช้ยางปีละ 4 ล้านตันเช่นกัน ไทยส่งยางพาราไปขายจีนปีละประมาณล้านกว่าตัน ดังนั้นจีนผู้ผลิตสินค้าต้องซื้อยางในที่ดินถูกกฎหมายเพื่อให้สอดรับประเทศยุโรปและอเมริกา ดังนั้นในอนาคตยางพาราไทยยังเป็นที่ต้องการของประเทศผู้ผลิตในยุโรป อเมริกา และจีน

“ภาคใต้ลดการปลูกยางลงไปประมาณ 20-25% โดยหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน และผลไม้ ในส่วน จ.ตรัง ชาวสวนยางที่ปลูกยางพร้อมกรีดจาก 1.3 ล้านไร่ ปัจจุบันเหลือ 9 แสนไร่ ยางในภาคใต้คุณภาพดีกว่าภาคอื่นๆ เพราะความชื้นในอากาศและน้ำอยู่ในขั้นสูง ภาคเหนือ อีสาน ที่ปลูกยางผลผลิตยังไม่ได้คุณภาพเท่าภาคใต้ ผู้ผลิตยาง STR จะต้องเอาจากภาคใต้ผสมเข้าไปเพื่อให้ได้มาตรฐาน”

วิรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย ที่การยางแห่งประเทศไทยหรือ กยท.จะตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อค้าขายยางไปยังต่างประเทศ นั้น มองว่าหน่วยงานรัฐไปทำการค้าแข่งกับเอกชน ในส่วนชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรอยากให้ดำเนินการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสทางการค้า เพราะการที่ภาคเอกชนเข้ามาเขาก็มีช่องทางในการค้าอยู่แล้ว กยท.เพียงเข้าไปเสริมตลาดให้มีการกระจาย หรือจำหน่ายยางไปต่างประเทศอีกช่องทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นการพยุงราคายางไม่ให้ตกต่ำ

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo03.jpg

ขณะที่ บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้และประธานกรรมบริหารบริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ ในปี 2569 เติบโตเล็กน้อย พืชเศรษฐกิจปาล์มน้ำมัน ยังเติบโตไปได้ เนื่องด้วยเกษตรกรที่ปลูกปาล์มยังมีกำไร ปาล์มสามารถนำไปสกัดน้ำมันเพื่อประกอบอาหาร นำไปเป็นพลังงงาน คือผสมในน้ำมันดีเซล ส่วนยางพาราราคายังอยู่ 50-60 บาท ไม่สูงขึ้นกว่านี้ เกษตรกรมีกำไรน้อยอยู่แบบเลี้ยงตัวเองได้ ภาพรวมรายได้จากยางพารายังแข็งแกร่ง ประมงการเลี้ยงกุ้งทะเล ยังไปได้เพราะกุ้งคืออาหารที่ต้องกิน  

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo05-1.jpg

“ส่วนอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งในพื้นที่ภาคใต้ โอกาสที่นักลงทุนจะลงทุนสร้างโรงงานขึ้นค่อนข้างยากเพราะลงทุนหลายพันล้าน เพราะปัจจุบันธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ก็ต้องปรับปรุงโรงงานเพื่อผลิตสินค้าให้ทันสมัย จริงอยู่อาหารทะเลเป็นปัจจัย 4 ที่มนุษย์ต้องกินเพื่อความอยู่รอด ผู้ผลิตอาหารยังขายได้ตลอด เราต้องแข่งขันกับต่างประเทศ  ดังนั้นธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งกำไรไม่มากแต่ต้องดำเนินธุรกิจนี้ให้ได้” 

“อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง เช่นแมว สุนัข ธุรกิจกลุ่มนี้ยังไปได้มีแนวโน้มที่ดี เพราะผู้ผลิตไม่ได้ขายเฉพาะประเทศไทย แต่ส่งขายไปทั่วโลกในเฉพาะตลาดในอเมริกา แนวโน้มโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงอาจจะมีการสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นในอนาคต อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องการเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ยังไปได้”

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo09.jpg

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo07.jpg

The-Bank-of-Thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well-SPACEBAR-Photo04.jpg

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/the-bank-of-thailand-indicates-that-the-southern-economy-is-still-doing-well&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cCiwqfM4jBzI1P7229QCF