นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุน Research Department, InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (1 ก.ย.2568) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีความชัดเจนทางการเมืองเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประชุมของพรรคประชาชนในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางผู้บริหารประเทศ

หากได้ข้อสรุปทางการเมืองในวันนี้ บรรยากาศการลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะเป็น บวกกับตลาด เนื่องจากข้อเสนอของพรรคประชาชนที่ให้มีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ทำให้ทุกพรรคจะพยายามหาเสียงและแสดงผลงานอย่างเต็มที่

โดยเฉพาะการตัดสินใจของพรรคประชาชนว่าจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย จะเป็น จุดเปลี่ยนของภาพรวมตลาด

หากพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคประชาชน มองว่าความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจอาจทำให้การสะดุดของเศรษฐกิจไม่มากนัก

แต่หากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยก็มีโอกาสที่จะมีข้อดีเช่นกัน โดยล่าสุดนายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน ซึ่งนายกรณ์ถือเป็นมือเศรษฐกิจที่ดีคนหนึ่งของประเทศ

ดังนั้นหากการจัดตั้งมีความชัดเจนและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ตลาดมีโอกาสที่จะเป็น บวก เนื่องจากรัฐบาลใหม่จะมีการส่งสัญญาณออก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะสร้างความหวังให้กับประชาชนและวาดฝันถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต

ในช่วงที่รอความชัดเจนและการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกรัฐมนตรี ในระยะสั้นเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ตลาดอาจยังคงแกว่งตัวอิงทางลงอยู่ แต่ในช่วงสั้นจะมีแนวรับ 1,230-1,228 จุด เป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญ หากไม่หลุดต่ำกว่านี้ตลาดมีโอกาสที่จะพักฐานเพื่อขึ้นต่อ แต่หากหลุดต่ำกว่าอาจเห็นที่ประมาณ 1200 จุด ซึ่งเป็นช่วงที่อาจทำให้ตลาดรีบาวด์ได้อีกครั้ง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจหากมีความชัดเจนทางการเมืองออกมา และตลาดมีแนวโน้มเป็นบวก กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจมีดังนี้:

-กลุ่มท่องเที่ยว รัฐบาลทุกพรรคจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจไทย หุ้นกลุ่ม โรงแรม น่าจะกลับมาเติบโตได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี

-กลุ่มวัสดุก่อสร้างมีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบาย เมกะโปรเจกต์ ของรัฐบาลใหม่

-กลุ่มค้าปลีก โดยปกติแล้วกลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์จากการเลือกตั้ง เนื่องจากมีการบริโภคภายในประเทศที่ดีขึ้น แนะ CPALL และ GLOBAL เป็นตัวเด่น

นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากธีมดอกเบี้ยขาลงจากการเข้ามาของผู้ว่าฯคนใหม่ได้แก่ กลุ่ม REITs แนะนำ DIF ,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP,SIRI ,กลุ่มไฟแนนซ์แนะนำ MTC และกลุ่มโรงไฟฟ้า BCPG