
เศรษฐกิจไทยพ้นก้นเหว แต่ยังไม่พ้นหล่ม คนตัวเล็กยังเหนื่อย
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,221 ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ค. 2569 โดย “ว.เชิงดอย” ยังเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม เช่นเดิม
*** “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” เป็นคำที่นักวิเคราะห์จากธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 7 แห่ง ประเมินภาพ “เศรษฐกิจไทย” จากผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แต่คำถามสำคัญคือ ผ่านจุดต่ำสุดแล้วจริง แล้วทำไมประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ภาพที่ธนาคารเห็นกับภาพที่ประชาชนสัมผัส อาจเป็นคนละมุมเดียวกัน ตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ถูกประเมินไว้เพียง 1.5-2.1% แม้จะดีกว่าช่วงไตรมาส 2 ที่ได้รับแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางและราคาพลังงาน แต่ก็ยังถือเป็นการเติบโตในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศ
*** แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเวลานี้ ไม่ใช่การบริโภคในประเทศ ไม่ใช่การท่องเที่ยว แต่กลับเป็น “การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์” ชิ้นส่วน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จากต่างชาติ พูดง่ายๆ คือ เครื่องยนต์ที่เดินอยู่ เป็นเครื่องยนต์ของโลกเทคโนโลยี มากกว่าเศรษฐกิจฐานรากของไทย …ปัญหาคือ การเติบโตแบบนี้ไม่ได้กระจายตัว รายได้และโอกาสส่วนใหญ่ยังไหลไปสู่บริษัทขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการ SME ร้านค้า และ ครัวเรือนยังเผชิญกำลังซื้อที่อ่อนแรง ต้นทุนสูง และ การเข้าถึงสินเชื่อที่ยากเหมือนเดิม
*** ธนาคารแทบทุกแห่งจึงใช้คำเดียวกันคือ “Uneven Recovery” หรือ “การฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง” แม้ตัวเลขมหภาคจะเริ่มดีขึ้น แต่เศรษฐกิจระดับจุลภาคยังเดินไม่พร้อมกัน คนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอาจเห็นโอกาสเพิ่มขึ้น แต่คนค้าขายทั่วไป เกษตรกร หรือ ธุรกิจบริการจำนวนไม่น้อย ยังต้องประคองตัวต่อไป
*** อีกด้านหนึ่ง ทุกสำนักธนาคารยังประเมินตรงกันว่า กนง.น่าจะตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ไปจนถึงปี 2570 เพราะเศรษฐกิจยังเปราะบางเกินกว่าจะใช้นโยบายการเงินเข้มงวด การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจเหลือพื้นที่ไม่มาก ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยก็เสี่ยงซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชน …ครึ่งปีหลัง 2569 จึงยังเต็มไปด้วยโจทย์ใหญ่ ทั้งราคาพลังงาน ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงผลของมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่หลายฝ่ายจับตาว่า เมื่อสิ้นสุดโครงการแล้ว กำลังซื้อในประเทศจะสะดุดหรือไม่
*** บทสรุปจาก “ธนาคารพาณิชย์” จึงสะท้อนภาพเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทย “พ้นจุดต่ำสุด แต่ยังไม่ถึงจุดแข็ง” การเติบโตเริ่มกลับมา แต่ยังไม่กระจายไปถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ โจทย์ของ “รัฐบาล” จากนี้ จึงไม่ใช่เพียงทำให้จีดีพีโต แต่ต้องทำอย่างไรให้การเติบโตครั้งนี้ ไปถึงกระเป๋าของ “คนตัวเล็ก” เพราะหากเศรษฐกิจดีเฉพาะบริษัทใหญ่ แต่ประชาชนยังไม่มีกำลังซื้อ ความเชื่อมั่นก็ย่อมไม่กลับมา และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็จะยังเป็นเพียงตัวเลขบนหน้ารายงานเท่านั้น
*** ปิดท้าย…ขอแสดงความยินดีกับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ได้รับ 6 รางวัล จากงานประกาศรางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2569 (Asian Excellence Award 2026) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 โดย Corporate Governance Asia นิตยสารด้านการเงินที่ส่งเสริมบรรษัทภิบาลของฮ่องกงและภูมิภาคเอเชีย รางวัลที่ ปตท.สผ. ได้รับ ได้แก่ รางวัล Asia’s Best CEO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 รางวัล Asia’s Best CFO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 รางวัล Best Investor Relations Company ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 รางวัล Best Investor Relations Professional ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รางวัล Sustainable Asia Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และรางวัล Best CSR ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้รับอีก 4 รางวัล จากการจัดอันดับของ FinanceAsia Asia’s Best Companies 2026 ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ รางวัล Best Large-Cap Company – Thailand (ระดับ Silver), รางวัล Best Managed Company – Energy – Thailand (ระดับ Silver), รางวัล Best CFO – Thailand (ระดับ Gold) และรางวัล Best Investor Relations – Thailand (ระดับ Silver) …รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการองค์กร การจัดการด้านการเงิน นักลงทุนสัมพันธ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/columnist/than-society/664923&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15MM_UjLKYNVTVRROn-AIs
