สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่าข้อมูลเบื้องต้นของสำนักงานสถิติแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง แม้การหดตัวชะลอลง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
แม้ตัวเลขดังกล่าวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ซึ่งเศรษฐกิจหดตัว 4.7% แต่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันสองไตรมาส โดยภาคเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมันยังขยายตัว 1.9% ซึ่งเป็นภาคส่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47.21 ล้านล้านบาท)
ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคน้ำมันหดตัว 20.4% แม้ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลง 24.8% โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอาหรับกำลังเผชิญ จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน 8 เดือน และความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
Saudi Arabia’s economy contracted again, albeit at a slower pace, putting the kingdom on track for one of its worst economic performances in years even before a recent escalation in the kingdom’s conflict with the Houthis https://t.co/a2ICun8IOx
— Bloomberg (@business) November 1, 2026
การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรต่อประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลกระทบต่อการสูบและส่งออกน้ำมัน อีกทั้งการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังติดขัด แม้ซาอุดีอาระเบียจะพยายามบรรเทาผลกระทบด้วยการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่งไปยังท่าเรือในทะเลแดง
ข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวยังครอบคลุมช่วงที่ท่อส่งน้ำมันต้องหยุดชั่วคราวเมื่อเดือน ก.ย. หลังเกิดการโจมตีหลายระลอก และจัดทำขึ้นก่อนการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะกลับมาอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม รวมถึงก่อนความตึงเครียดกับกลุ่มฮูตีจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่การโจมตีทางอากาศหลายครั้งของกลุ่มกบฏฮูตีในเดือน ต.ค. ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศเข้าและออกจากกรุงริยาด ทำให้กิจกรรมสำคัญหลายรายการต้องเลื่อนออกไป และย่านธุรกิจการเงินหลักของเมืองต้องปิดทำการโดยพฤตินัย
แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า ฐานะการคลังและเส้นทางส่งออกน้ำมันสำรองช่วยลดความเสียหายจากสงครามอิหร่าน และซาอุดีอาระเบียยังมีความพร้อมรับมือวิกฤติมากกว่าประเทศอื่นในอ่าวเปอร์เซีย แต่นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนเริ่มกังวลต่อผลกระทบที่ลุกลามไปยังเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมัน
ก่อนความขัดแย้งกับกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลซาอุดีอาระเบียปรับเพิ่มคาดการณ์การขาดดุลงบประมาณปี 2569 เป็น 4.9% ของจีดีพี และประเมินว่าเศรษฐกิจทั้งปีอาจหดตัว 3.6% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2563.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6323106/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pRxNCuTvQRxIscXFnv0cs

