จากข่าว โครงการ #THAIPassport งบประมาณที่ใช้ซื้อ AI มาแจก ไม่ใช่งบประมาณปกติ เป็นงบจาก กองทุนดีอี หลายคนจึงตั้งคำถาม กองทุนดีอี มีเงินเยอะแค่ไหน เอามาทำโครงการได้ ดีอี คือมีชื่อกระทรวง หน่วยราชการมีกองทุนเป็นของตัวเองด้วยหรือ มาทำความรู้จัก #กองทุนดีอี หรือ ชื่อเต็ม”กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” หรือ “กองทุนดีอี” (DE Fund)
จุดกำเนิดกองทุนดีอี
กองทุนดีอีจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงินเฉพาะกิจที่แยกออกจากงบประมาณกระทรวงทั่วไป โดยมีเป้าหมายหลักคือความ “รวดเร็ว“ และ “ยืดหยุ่น“ ในการสนับสนุนโครงการด้านดิจิทัล
เงินมาจากไหน? ขุมทรัพย์นี้ขับเคลื่อนด้วยอะไร ความมั่งคั่งของกองทุนดีอีไม่ได้พึ่งพาภาษีประชาชนในงบประมาณประจำปีเป็นหลัก แต่มีต้นน้ำมาจาก “เศรษฐกิจโทรคมนาคม“แหล่งรายได้หลักได้รับการจัดสรร 15% จากรายได้การประมูลคลื่นความถี่ และรายได้ของสำนักงาน กสทช. ความแตกต่าง กองทุนของกสทช.เองกองทุน USO เน้นการกระจายโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม กองทุนดีอีจะมุ่งเน้นที่การต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม
เม็ดเงินมหาศาลนับตั้งแต่ปี 2561 กองทุนสนับสนุนไปแล้ว 291 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,800 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการทุนในตลาดสูงกว่างบที่มีมหาศาล (เช่น ปี 2567 มีผู้ขอทุนทะลุ 32,000 ล้านบาท จากกรอบงบที่มีเพียง 2,000 ล้านบาท)
บทบาท “แหล่งแสวงโอกาส” ของทุกภาคส่วน
กองทุนดีอีเปรียบเสมือน Sandbox ทางนโยบาย ที่เปิดโอกาสให้รัฐ เอกชน และประชาชน นำเสนอไอเดียเพื่อแก้ปัญหาประเทศ โดยกรอบการให้ทุนจะปรับเปลี่ยนไปตามยุทธศาสตร์ชาติในแต่ละปี
ตัวอย่างทิศทางงบประมาณปี 2568: เน้นหนักไปที่ 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้างกำลังคนดิจิทัล (Digital Manpower), เทคโนโลยีที่ขยายผลได้จริง (High Impact Tech) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Digital Trust & Security)
ดาบสองคม ความคล่องตัวที่ท้าทาย “ความโปร่งใส”
ข้อได้เปรียบสูงสุดของกองทุนดีอีคือสถานะ “กองทุนนอกงบประมาณ“ ที่อนุมัติเงินได้ไวโดยไม่ต้องผ่านการอภิปรายในรัฐสภา แต่จุดแข็งนี้ก็นำมาซึ่งจุดอ่อนด้านการตรวจสอบ
กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือโครงการ THAI AI PASSPORT ที่ดึงงบไปใช้โดยไม่ผ่าน ครม. หรือรัฐสภา จนเกิดกระแสเรียกร้องจากภาคประชาสังคมถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ความคุ้มค่า และการจัดซื้อจัดจ้าง เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เมื่อเม็ดเงินมหาศาลถูกขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็ว มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลจึงต้องสูงตามไปด้วยเพื่อป้องกันการถูกใช้เป็นช่องทางเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบปกติ
ยกระดับกองทุนดีอีให้ทรงพลังและตรวจสอบได้
หากต้องการให้กองทุนดีอีเป็นขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง ต้องอุดช่องโหว่และเสริมความแข็งแกร่งใน 3 ข้อ เริ่มจาก เปิดเผยข้อมูลเชิงรุก(Proactive Open Data): ต้องเปิดเผยรายละเอียดโครงการ งบประมาณ สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และตัวชี้วัดผลกระทบในรูปแบบที่สาธารณชนเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย
เปิดรับการมีส่วนร่วม(Public Participation): ดึงภาคประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญอิสระร่วมประเมินโครงการมูลค่าสูง พร้อมสร้างกลไกรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง
ยึดโยงกับรัฐสภา(Parliamentary Oversight) แม้จะเป็นเงินนอกงบประมาณ แต่ควรมีการรายงานภาพรวมการใช้จ่ายและผลสัมฤทธิ์ต่อรัฐสภาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การใช้จ่ายงบดิจิทัลของรัฐเป็นไปอย่างบูรณาการ
กองทุนดีอีมีศักยภาพและเม็ดเงินพร้อมที่จะพลิกโฉมประเทศ คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่ “กองทุนนี้ควรมีอยู่หรือไม่” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ขุมทรัพย์นี้ ทำงานได้เต็มศักยภาพ โปร่งใส และสร้างโอกาสให้คนไทยได้อย่างแท้จริง“
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/de-fund-digital-economy-fund-thailand-explained&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H0XTrOdbCobjycmtfXcnd
