เดินหน้าปั้น “ตลาดปลาพรีเมียม” ฟื้นเศรษฐกิจประมงไทย | เดลินิวส์

เดินหน้าปั้น-“ตลาดปลาพรีเมียม”-ฟื้นเศรษฐกิจประมงไทย-|-เดลินิวส์

ประเทศไทยเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคประมงไทยต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น การแข่งขันทางการค้า และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ ส่งผลให้ชาวประมงจำนวนไม่น้อยประสบปัญหารายได้ลดลงและความสามารถใ นการแข่งขันถดถอย

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว องค์การสะพานปลา (อสป.) กำลังเดินหน้าผลักดันแนวคิดใหม่ในการยกระดับอุตสาหกรรมประมงไทย ด้วยการพัฒนา ตลาดปลาพรีเมียม” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าประมงไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวประมงอย่างยั่งยืน

บทบาทขององค์การสะพานปลาในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเพียงสถานที่ขนถ่ายสัตว์น้ำและจำหน่ายสินค้าประมง แต่ปัจจุบัน อสป. กำลังปรับบทบาทครั้งสำคัญสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านการตลาด การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้บริโภคมากขึ้น

แนวคิด “ตลาดปลาพรีเมียม” จึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงอาคารหรือสถานที่เท่านั้น แต่เป็นการยกระดับทั้งระบบ ตั้งแต่คุณภาพสินค้า การพัฒนามาตรฐาน การสร้างแบรนด์ “Made in Thailand” ตลอดจนการส่งเสริมให้สะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชน

น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้องค์การสะพานปลาเร่งขับเคลื่อนภาคประมงภายใต้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการตลาดควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าประมงไทยในตลาดโลก การยกระดับสู่ตลาดปลาพรีเมียมจะช่วยให้สินค้าประมงไทยไม่ได้แข่งขันเพียงด้านปริมาณหรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งขันด้วยคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และเรื่องราวของชุมชนประมง ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่

ปัจจุบันผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศให้ความสำคัญกับอาหารทะเลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนจากชาวประมงท้องถิ่น

นอกจากนี้ อสป.ยังมีแผนส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของภาคประมงไทยในระยะยาว

หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ตลาดปลาปันสุข” (FMO Free Space) ซึ่ง อสป. เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าประมงคุณภาพในหน่วยงานของ อสป. รวม 18 แห่ง ทั่วประเทศ ประกอบด้วยสะพานปลา 4 แห่ง ท่าเทียบเรือประมง 13 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำด่านสิงขร 1 แห่ง โดยเปิดให้จำหน่ายสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (Zero Fee) เพื่อเชื่อมโยงชาวประมงกับผู้บริโภคโดยตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง เพิ่มรายได้ให้ชาวประมงและวิสาหกิจชุมชน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าประมงคุณภาพได้ง่ายขึ้น นับเป็นต้นแบบการใช้โครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนประมงอย่างเป็นรูปธรรม

แม้อุตสาหกรรมประมงไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายด้าน แต่การยกระดับสู่ ตลาดปลาพรีเมียม” ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างภาคประมงไทยให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ หากสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้า เพิ่มมูลค่าการผลิต สร้างแบรนด์สินค้าไทย และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมประมงของภูมิภาคอีกครั้ง

เพราะในวันนี้ การขาย “ปลา” ไม่ได้หมายถึงการขายเพียงวัตถุดิบ แต่คือการขายคุณภาพ เรื่องราว วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนประมงไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจประมงไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด “ตลาดปลาพรีเมียม สินค้าประมงไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6066105/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FEazZS02fKs3_tmzrzosp