น้ำมันโลกเดือด! WTI พุ่ง 2.88% ทะลุ 102 ดอลลาร์ หวั่นฮูตีถล่มโรงกลั่นซาอุฯ-สหรัฐฯ จ่อเปิดศึกอิหร่าน ดาวโจนส์บวก 97 จุด เช็กราคาน้ำมัน 4 ปั๊มล่าสุด
ราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธที่ 29 ตุลาคม หลังนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้การจัดหาน้ำมันหยุดชะงักรุนแรงขึ้น ภายหลังกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้ตลาดจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันอย่างใกล้ชิด
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือดับเบิลยูทีไอ ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ 2.88% ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.26% ปิดที่ 115.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กลุ่มฮูตีออกมายืนยันเมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคมว่า ได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีโรงกลั่นน้ำมันราส ทานูรา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย มีกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังได้ก่อเหตุโจมตีสนามบินเอเดนของเยเมนเมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม พร้อมออกประกาศเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับปฏิบัติการโจมตีของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ต่อซาอุดีอาระเบียและพื้นที่อื่น ๆ ในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งในภูมิภาคอาจทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะหากการโจมตีส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมัน
ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันยังเพิ่มสูงขึ้น หลังหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียให้เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยคาดว่าอาจเป็นปฏิบัติการที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่มีความรุนแรงสูง
แหล่งข่าวยังเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า อิสราเอลได้จัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายสำหรับการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่มีรายงานว่าเขามีแนวโน้มสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานและฐานที่ตั้งด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการโจมตีระลอกใหม่จากสหรัฐฯ ในช่วงใกล้การเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค และทำให้ตลาดพลังงานต้องประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานอย่างต่อเนื่อง
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันคือรายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ตุลาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรล
ขณะที่ปริมาณน้ำมันกลั่นคงคลัง ซึ่งรวมถึงน้ำมันสำหรับทำความร้อนและน้ำมันดีเซล ลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 600,000 บาร์เรล ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังกลับเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่าจะลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล
ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ มีทิศทางแตกต่างกันในแต่ละประเภท โดยการลดลงของน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันในตลาด ขณะที่การเพิ่มขึ้นของน้ำมันเบนซินยังเป็นข้อมูลที่นักลงทุนต้องติดตามเพื่อประเมินแนวโน้มความต้องการใช้เชื้อเพลิงและภาวะสมดุลของตลาดในระยะต่อไป
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ที่ประชุมจะมีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนธันวาคมไว้ที่ระดับเดิม
ตลาดจะติดตามทั้งผลการประชุมโอเปกพลัส ความเคลื่อนไหวทางทหารในตะวันออกกลาง และข้อมูลปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบในระยะถัดไป โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามจนกระทบต่อแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของเฟด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ควบคู่กับการติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,475.10 จุด เพิ่มขึ้น 97.53 จุด หรือ 0.19% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,743.98 จุด เพิ่มขึ้น 21.38 จุด หรือ 0.28% ส่วนดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,549.85 จุด เพิ่มขึ้น 72.04 จุด หรือ 0.27%
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เฟดได้ปรับเพิ่มการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฟดจะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดทิศทางนโยบายการเงินให้เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ขณะที่เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวว่า เฟดได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนถึงความพร้อมและความเต็มใจที่จะดำเนินการตามความจำเป็น
นักวิเคราะห์จากบริษัทคาร์สัน กรุ๊ป ระบุว่า ตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ทำให้ผลการประชุมไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน นอกจากนี้ ตลาดยังเริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการแถลงของเควิน วอร์ช มากขึ้น
ข้อมูลจากเครื่องมือเฟดวอตช์ของซีเอ็มอี ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.0% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากระดับ 78.3% เมื่อวันอังคาร
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.48% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้น 0.41% ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 0.88% และหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.65%
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ พุ่งขึ้น 5.9% หลังจากเอสเค ไฮนิกซ์ คู่แข่งจากเกาหลีใต้ เปิดเผยรายได้และกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2569 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ขณะเดียวกัน หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวขึ้น 13.3% โดยนักวิเคราะห์มองว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทสะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรจากการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมาก และช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์
ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของตลาดฟิลาเดลเฟีย ปรับตัวขึ้น 1.8% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ส่งสัญญาณว่าหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเริ่มฟื้นตัว หลังจากเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้
หุ้นเวอร์ทีฟพุ่งขึ้น 16.5% หลังบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรและรายได้ตลอดปีงบการเงิน 2569
ในทางตรงกันข้าม หุ้นโรบินฮูด ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ปรับตัวลง 3.3% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้นบอสตัน ไซเอนทิฟิก ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร่วงลง 5.8% หลังบริษัทปรับลดประมาณการกำไรสำหรับปีงบการเงิน 2569
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในระหว่างวัน โดยน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียตปรับตัวขึ้น 2.88% ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.26% ปิดที่ 115.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจะหยุดชะงัก หลังกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีอิหร่านภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
นักลงทุนยังคงติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยไมโครซอฟท์และอัลฟาเบตมีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสะท้อนแนวโน้มธุรกิจเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิดในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด เนื่องจากดัชนีดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งทำให้ข้อมูลชุดนี้มีบทบาทสำคัญต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
วันที่ 29 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ํามันอัปเดตล่าสุดจากผู้ให้บริการน้ำมันทุกชนิดจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท., บางจาก, PT และเชลล์ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค.2569 เวลา 05.00 น.) มีราคาดังนี้
ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” (PTT)
แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 41.54 บาท /ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20:ราคา 33.50 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85:ราคา 31.63 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 41.17 บาท/ลิตร
ดีเซล หมุนเร็วธรรมดา : ราคา 42.54 บาท/ลิตร
เบนซิน : ราคา 51.03 บาท/ ลิตร
ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” (Bangchak)
แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 41.54 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 :ราคา 33.50 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85:ราคา 31.63 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 41.17 บาท/ลิตร
ดีเซล หมุนเร็วธรรมดา : ราคา 42.54 บาท/ลิตร
ดีเซลพรีเมียม : ราคา 49.05 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” (PT)
ดีเซล: ราคา 42.54 บาท/ ลิตร
ดีเซล B20:ราคา 33.50 บาท /ลิตร
เบนซิน: ราคา 51.53 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 41.54 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 41.17 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20:ราคา 33.50 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” (Shell)
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: ราคา 33.70 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 41.67 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 42.04 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 51.84 บาท/ลิตร
เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล : ราคา 42.54 บาท/ลิตร
เชลล์ ดีเซล บี20: ราคา 33.50 บาท/ลิตร
เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล : ราคา 51.84 บาท/ลิตร
ทั้งนี้การแสดงราคาน้ำมันข้างต้นนี้ได้อ้างอิงมาจากรายงานโดยสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี หรือ สนพ. โดยมีอัปเดทราคาน้ำมันทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันตอนตี 5 (5.00 น.) ของวันที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคา
ราคาที่แสดงนี้เป็นราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น กทม. โปรดสำรวจราคาจากหน้าปั๊มอีกครั้ง
#ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจวันนี้ #ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ #อัปเดตเศรษฐกิจ #ดัชนีเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวการเงิน #ตลาดหุ้น #ตลาดหุ้นสหรัฐ #ดาวโจนส์ #DowJones #SP500 #Nasdaq #วอลล์สตรีท #เฟด #ธนาคารกลางสหรัฐ #อัตราดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #PCE #หุ้นเทคโนโลยี #หุ้นAI #ปัญญาประดิษฐ์ #Micron #SKHynix #Microsoft #Alphabet #ราคาน้ำมันวันนี้ #ราคาน้ำมันโลก #น้ำมันWTI #น้ำมันBrent #น้ำมันดิบ #ราคาน้ำมันดิบ #ราคาน้ำมันพุ่ง #ราคาน้ำมัน29ตุลาคม2569 #ราคาน้ำมันล่าสุด #เช็กราคาน้ำมัน #ราคาน้ำมันปตท #ราคาน้ำมันบางจาก #ราคาน้ำมันPT #ราคาน้ำมันเชลล์ #ปตท #บางจาก #PT #Shell #ราคาดีเซล #ราคาแก๊สโซฮอล์ #ราคาน้ำมันเบนซิน #โอเปกพลัส #OPECPlus #ตะวันออกกลาง #กลุ่มฮูตี #ซาอุดีอาระเบีย #อิหร่าน #วิกฤตพลังงาน #ตลาดพลังงาน #ข่าวหุ้นวันนี้ #ข่าวลงทุน #ข่าววันนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/331939&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08Ky9smw3a4gBO4LoX1efY

