คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อันดามัน เตรียมเสนอรัฐบาลผลักดันโมเดล “Blue Economy” หรือเศรษฐกิจฐานทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับการพัฒนา 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยเตรียมยื่นหนังสือต่อ ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อผลักดันเป็นวาระการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ

‘ชัยยันต์ ใจเย็น’ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมภาคใต้ (อันดามัน) และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อันดามัน เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการผลักดันแนวคิด “Blue Economy : เชื่อมโยงพลังอันดามัน สู่อนาคตอย่างยั่งยืน”
โดยมองว่าอันดามันไม่ควรถูกจำกัดบทบาทเพียงการเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ควรพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจทางทะเลที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“เวลาพูดถึงอันดามัน คนส่วนใหญ่นึกถึงทะเลสวยและการท่องเที่ยว แต่ในมุมเศรษฐกิจ พื้นที่แห่งนี้ยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งประมง อุตสาหกรรมอาหารทะเล การเดินเรือ การซ่อมเรือ นวัตกรรมทางทะเล และพลังงานสะอาด หากมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จะสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้คนในพื้นที่ได้มหาศาล” ชัยยันต์ กล่าว


เสนอ 3 ยุทธศาสตร์ ยกระดับ 6 จังหวัดอันดามัน
ข้อเสนอของ กกร.อันดามัน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
* Strategic Infrastructure พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจทั้งภูมิภาค
* Green Economy – Clean Energy – Blue Economy สร้างการเติบโตบนฐานทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานสะอาด
* Quality Tourism & Community Economy ยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น
ภาคเอกชนยังเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกในจังหวัดระนอง ตรัง หรือสตูล เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงผลักดันอันดามันให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือยอชต์ และเรือพาณิชย์ ตลอดจนเสนอให้มีท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ในภูเก็ต พังงา หรือกระบี่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเรือสำราญจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละเที่ยวสามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งได้หลายพันคน

จาก “ขายทรัพยากร” สู่ “สร้างมูลค่าเพิ่ม”
ชัยยันต์ กล่าวว่า แนวคิด Blue Economy ไม่ได้หมายถึงการใช้ทรัพยากรทางทะเลให้มากขึ้น แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรที่มีอยู่ ผ่านการพัฒนาประมงอย่างยั่งยืน อาหารทะเลมูลค่าสูง อุตสาหกรรมแปรรูป การท่องเที่ยวทางทะเล การวิจัยนวัตกรรม พลังงานสะอาด การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจชุมชนชายฝั่ง
“เป้าหมายคือเปลี่ยนจากการขายวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างมูลค่าจากทรัพยากร เพื่อให้ชาวประมง เกษตรกร ผู้ประกอบการท่องเที่ยว SME และคนรุ่นใหม่ ได้รับประโยชน์ร่วมกัน”
กกร.อันดามันยังเสนอให้เริ่มจากโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การยกระดับสินค้าอาหารทะเล การพัฒนานวัตกรรมทางทะเล การท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างเศรษฐกิจชุมชน ก่อนต่อยอดสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในระยะถัดไป

จัดบทบาทใหม่ 6 จังหวัดอันดามัน
ข้อเสนอของภาคเอกชนกำหนดบทบาทของแต่ละจังหวัดให้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ ได้แก่
* ระนอง ประตูการค้าสู่เมียนมาและอ่าวเบงกอล ศูนย์กลางโลจิสติกส์ การค้าชายแดน และการอนุรักษ์ป่าชายเลน
* พังงา เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และศูนย์กลางการลงทุนใหม่
* ภูเก็ต ศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับโลก เมืองสุขภาพ การศึกษา เมืองอัจฉริยะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
* กระบี่ เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ เชื่อมโยงการลงทุน พร้อมส่งเสริมประมงและเกษตรยั่งยืน
* ตรัง เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
* สตูล ประตูสู่อาเซียนตอนใต้และโลกมุสลิม เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

Blue Economy กำลังเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของโลก
แนวคิด Blue Economy ได้รับการผลักดันจากหลายประเทศทั่วโลก โดยข้อมูลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประเมินว่า เศรษฐกิจมหาสมุทรมีมูลค่ามากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หากนับเป็นประเทศจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ประชาชนกว่า 3,000 ล้านคน พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลในการดำรงชีพ และมากกว่าร้อยละ 80 ของการค้าระหว่างประเทศขนส่งผ่านเส้นทางทะเล ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจทางทะเลกำลังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจโลกในอนาคต
สำหรับประเทศไทย พื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,100 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยฝั่งอันดามันถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลสูงที่สุดของประเทศ และเป็นฐานรายได้สำคัญจากการท่องเที่ยว การประมง และการค้าระหว่างประเทศ
กกร.อันดามัน ระบุว่า ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน เพื่อผลักดันให้อันดามันเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจชายฝั่งที่สมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมย้ำว่า “Blue Economy ไม่ใช่การใช้ทะเลให้มากขึ้น แต่คือการใช้ทะเลให้เกิดคุณค่ามากขึ้น เพื่อให้ทะเลสร้างอนาคตที่มั่นคงแก่ประชาชน และเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/andaman-promotes-blue-economy-a-future-economic-model-to-create-sustainable-marine-economic-value&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VWWjlFFaJHAkH1bVuctT1
