
ส่งออก-ยอดซื้อรถหนุนศก. ก.ย.โตแรง คลังห่วงท่องเที่ยวซบ น้ำท่วมฉุดเชื่อมั่น
กระทรวงการคลังเปิดตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ย. 69 ได้ยอดส่งออกโตกระฉูด 24% หนุนภาพรวมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27 พร้อมยอดจดทะเบียนรถยนต์พุ่งแรง แต่ยังต้องจับตาการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว ผลกระทบน้ำท่วมกดดันความเชื่อมั่น และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลก
นายปัณณ์ อนันอภิบุตร ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกันยายน 2569 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคหมวดสินค้าคงทน อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว รวมถึงยังต้องติดตามราคาน้ำมัน สภาวะตลาดเงินตลาดทุน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
เครื่องยนต์ส่งออกยังแรง-ซื้อรถพุ่ง
การส่งออกสินค้าเดือน ก.ย. 69 มีมูลค่าสูงถึง 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 24.0 ทำสถิติเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27 ติดต่อกัน โดยสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์และอุปกรณ์ (โต 117.5%) คอมพิวเตอร์ (โต 59.4%) และแผงวงจรไฟฟ้า (โต 45.9%) รวมถึงสินค้าเกษตรอย่างผลไม้สดและยางพารายังเติบโตโดดเด่น ในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ (โต 50.1%) ออสเตรเลีย และยุโรป
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชน หมวดสินค้าคงทนปรับตัวดีขึ้นชัดเจน ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.4 และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 ส่วนการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรโตแรง สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 83.4
ท่องเที่ยวชะลอ-น้ำท่วมฉุดความเชื่อมั่น
อย่างไรก็ตาม ด้านอุปทานยังมีปัจจัยเปราะบาง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 2.00 ล้านคน ลดลงร้อยละ -10.5 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่คนไทยเที่ยวไทยอยู่ที่ 22.5 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ -0.9 นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 52.1 เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ และภาระค่าครองชีพที่ยังคงสูง
เสถียรภาพแข็งแกร่ง-ทุนสำรองแน่น
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 2.82 สัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ร้อยละ 67.9 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศสิ้นเดือน ก.ย. อยู่ในระดับสูงถึง 276.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ในระยะถัดไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/751223&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KeeIjSv5fta_1XKmsjrQt

