‘สว.รมย์สิทธิ์’ เตือนคนไทยอย่าติดกับดักรอรัฐช่วย ชู ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ทางรอดยามวิกฤติ | เดลินิวส์

‘สว.รมย์สิทธิ์’-เตือนคนไทยอย่าติดกับดักรอรัฐช่วย-ชู-‘เศรษฐกิจพอเพียง’-ทางรอดยามวิกฤติ-|-เดลินิวส์
‘สว.รมย์สิทธิ์’ เตือนคนไทยอย่าติดกับดักรอรัฐช่วย ชู ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ทางรอดยามวิกฤติ | เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “พระราชามอบเบ็ดให้เราแล้ว..แต่ทำไมหลายคนยังรอปลา.. Back to the Future : กลับสู่รากฐาน เพื่อความอยู่รอดปลอดภัย​

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผล รู้จักพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

วันนี้ โลกกำลังเผชิญทั้งภัยธรรมชาติ วิกฤติเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนที่ยากจะคาดเดา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าวิกฤตภายนอก คือ เรากำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองเพียงพอแล้วหรือยัง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราคุ้นชินกับการรอให้รัฐช่วยเหลือ จนบางครั้งหลงลืมไปว่า ไม่มีรัฐบาลใดสามารถดูแลประชาชนได้ทุกเรื่อง และไม่มีงบประมาณใดช่วยเราได้ตลอดไป หากเราไม่เคยสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง

การแจกปลา อาจช่วยให้เราอิ่มได้หนึ่งมื้อ แต่การสอนให้เราจับปลา จะช่วยให้เรามีอาหารไปตลอดชีวิต รัฐจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การบรรเทาความเดือดร้อน แต่ต้องสร้างโอกาส สร้างทักษะ และสร้างเครื่องมือให้ประชาชนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ต้องไม่ฝากอนาคตทั้งหมดไว้กับใคร

ถ้าเรามีพื้นที่เล็กๆ จงปลูกผักกินเอง​ ถ้าเรามีครอบครัว จงสร้างความมั่นคงทางอาหารให้บ้านของเรา ถ้าเรามีชุมชน จงแบ่งปันและช่วยกันสร้างแหล่งอาหาร ถ้าเรามีความรู้ จงนำความรู้นั้นมาสร้างอาชีพและลดรายจ่าย เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่มันคือการสร้างภูมิคุ้มกันจากฐานรากของประเทศ

อย่าเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงคือการปฏิเสธความเจริญ หรือการต้องอยู่อย่างยากจน ตรงกันข้าม มันคือการรู้จักสร้างความมั่นคงก่อนก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง เพื่อให้เรามีอิสรภาพในการดำเนินชีวิต และไม่ล้มลงทันทีเมื่อโลกเผชิญวิกฤติ วันนี้เราอาจยังมีข้าวกิน มีเงินซื้ออาหาร และมีตลาดให้จับจ่าย แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า หากวันหนึ่งอาหารแพงขึ้น รายได้หายไป หรือเกิดภัยพิบัติจนการขนส่งหยุดชะงัก ครอบครัวของเราจะอยู่ได้กี่วัน

อย่ารอให้วิกฤติมาถึง แล้วค่อยคิดว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร อย่ารอให้ความช่วยเหลือมาถึง แล้วค่อยคิดว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างไร จงเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่วันที่เรายังมีโอกาส พระราชปณิธานที่ทรงพระราชทานไว้ จะมีความหมายอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเราน้อมนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงกล่าวถึงในพิธีการ

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยน จากผู้รอรับ เป็นผู้ลงมือทำ จากครอบครัวที่เปราะบาง เป็นครอบครัวที่พึ่งพาตนเองได้ จากชุมชนที่รอความช่วยเหลือ เป็นชุมชนที่พร้อมช่วยเหลือกัน เพราะความมั่นคงของชาติ ไม่ได้เริ่มต้นที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้เริ่มต้นที่งบประมาณก้อนใหญ่ แต่เริ่มต้นที่บ้านของเราคนไทยทุกคน”.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6311765/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2a4ZlOk9AwNr5J3qGlT0if

Related Post