สหภาพยุโรปเข้าร่วม “Operation Economic Outcast” ที่สหรัฐเป็นแกนนำ เพิ่มแรงกดดันเพื่อตัดอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก ขณะที่อิหร่านประณาม EU ว่ายอมจำนนต่อแรงบีบจากสหรัฐ
วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.45 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วมมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านภายใต้ “Operation Economic Outcast” ที่สหรัฐเป็นแกนนำ โดยมีเป้าหมายตัดช่องทางทางการเงินของเตหะรานออกจากระบบการเงินโลก ขณะที่รัฐบาลอิหร่านออกมาประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวอย่างรุนแรง พร้อมกล่าวหา EU ว่ายอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวชื่นชม EU ที่เข้าร่วมมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า สหรัฐเห็นคุณค่าของจุดยืนที่เข้มแข็งและรวดเร็วของยุโรป พร้อมย้ำว่าประชาคมโลกกำลังส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังรัฐบาลอิหร่านว่าจะเดินหน้ากดดันต่อไปจนกว่าช่องทางทางการเงินที่เหลืออยู่จะถูกตัดขาด
ท่าทีของเบสเซนต์มีขึ้นหลัง EU ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สนับสนุนความพยายามในการยุติกิจกรรมของอิหร่านที่ถูกมองว่าสร้างความไร้เสถียรภาพ รวมถึงผลักดันการกลับเข้าสู่การเจรจาสันติภาพ โดยระบุถึง Operation Economic Outcast ในฐานะหนึ่งในแนวทางเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลอิหร่าน
การสนับสนุนของ EU เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากกลุ่ม G20 เดินทางเข้าร่วมการประชุมที่เมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้
เบสเซนต์ ระบุว่า สหรัฐจะยืนหยัดร่วมกับพันธมิตรเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านใช้ประโยชน์จากระบบการเงินโลกในการสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์ โครงการอาวุธ และกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัว “Operation Economic Outcast” ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อขยายแรงกดดันต่ออิหร่านในมิติทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่ช่องทางสำคัญหลายด้าน ตั้งแต่การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล การจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูง ทองคำสำรอง ไปจนถึงธุรกิจการบินพาณิชย์และการเดินเรือ
เบสเซนต์เรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็นการเปิดการโจมตีทางเศรษฐกิจต่อเครือข่ายการเงินทั่วโลกของอิหร่าน พร้อมเตือนประเทศที่ยังให้ความช่วยเหลือเตหะรานว่าอาจต้องเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน
ก่อนเกิดสงคราม จีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และรับซื้อน้ำมันดิบอิหร่านที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรราว 90% ทำให้การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับประเทศและสถาบันการเงินที่ยังทำธุรกรรมกับเตหะรานเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตามอง
ก่อนการประชุม G20 เบสเซนต์ส่งสัญญาณว่าจะกดดันประเทศสมาชิกให้ลดความสัมพันธ์ทางการเงินกับอิหร่าน มิฉะนั้นอาจเผชิญ มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions)
สหรัฐยังเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิชุดใหม่ในทุกสัปดาห์ โดยในระยะแรกจะมุ่งเป้าไปที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่อำนวยความสะดวกให้กับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่าสถาบันเหล่านี้อาจถูกตัดออกจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์โดยสิ้นเชิง
ด้าน เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาตอบโต้การตัดสินใจของ EU โดยเรียกมาตรการของสหรัฐว่า เป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ และกล่าวหาสหภาพยุโรปว่ายอมสละอธิปไตย กฎหมาย กฎระเบียบ ตลอดจนคุณค่าและจริยธรรมของตัวเองให้กับแรงบีบบังคับจากสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม EU มีมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของตัวเองอยู่แล้ว โดยครอบคลุมโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ตลอดจนการสนับสนุนทางทหารของอิหร่านต่อรัสเซีย
การเข้าร่วม Operation Economic Outcast จึงสะท้อนการเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านนอกเหนือจากมาตรการคว่ำบาตรที่ยุโรปดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว และทำให้ความพยายามของสหรัฐ ในการตัดอิหร่านออกจากเครือข่ายการเงินระหว่างประเทศได้รับแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสำคัญเพิ่มขึ้น
แรงกดดันทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ทางทหารในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกลับเข้าสู่สงครามในวงกว้างอีกครั้ง
กองทัพสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านระลอกใหม่เมื่อต้นสัปดาห์ เพื่อตอบโต้การโจมตีเรือและกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐหลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเส้นทางดังกล่าวเคยรองรับการขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันโลก ก่อนเกิดสงคราม ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตีเรือเป็นระยะในเส้นทางเดินเรือทางใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน
สหรัฐยังคงปิดล้อมทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ โดยสกัดเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน เพื่อขัดขวางการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศ
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า จนถึงวันศุกร์ กองกำลังสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์แล้ว 87 ลำ ทำให้เรือ 3 ลำไม่สามารถปฏิบัติการต่อได้ และขึ้นตรวจค้นเรืออีก 2 ลำ เพื่อบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจึงสะท้อนว่าสหรัฐกำลังเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านพร้อมกันทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ ขณะที่การเข้าร่วมของ EU อาจเพิ่มประสิทธิภาพของความพยายามในการจำกัดช่องทางการเงินระหว่างประเทศของเตหะรานมากขึ้น
อ้างอิง : www.cnbc.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://moneyandbanking.co.th/2026/267700/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vpoXQeBHT9Y-8kRllrzcJ

