มก. ยันเอกชนฟ้องไม่ได้ ปม “เกสรกะเพราแก้วจุรี” ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน

มก.-ยันเอกชนฟ้องไม่ได้-ปม-“เกสรกะเพราแก้วจุรี”-ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน
มก. ยันเอกชนฟ้องไม่ได้ ปม “เกสรกะเพราแก้วจุรี” ปลิวผสมพันธุ์พื้นบ้าน

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2569 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้แจงกรณีการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ “กะเพราแก้วจุรี 01–04” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมกับบริษัท ซีพีแรม จำกัด โดยยืนยันว่า การคุ้มครองมีผลเฉพาะกะเพราพันธุ์ใหม่ทั้ง 4 พันธุ์ที่ได้รับการพัฒนา ไม่ครอบคลุมกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราพันธุ์ทั่วไปที่มีอยู่ในประเทศไทย

ประชาชนและเกษตรกรจึงยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมือง เก็บใบจำหน่าย นำไปประกอบอาหาร และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชน

งานวิจัยมุ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหาร

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่า งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการระหว่างปี 2563–2566 มีเป้าหมายพัฒนาพันธุ์กะเพราให้เหมาะกับการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเน้นคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น ขนาดใบ กลิ่นหอม และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับกระบวนการแปรรูปอาหาร

การวิจัยดำเนินการร่วมกับบริษัทซีพีแรม โดยใช้กระบวนการปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับเทคนิคเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม เพื่อคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์ที่มีลักษณะตรงกับความต้องการใช้งาน จนได้กะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ แก้วจุรี 01, แก้วจุรี 02, แก้วจุรี 03 และแก้วจุรี 04 ก่อนที่บริษัทซีพีแรมจะยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร

สำหรับข้อกังวลว่า หากเกสรจากกะเพราพันธุ์ใหม่ปลิวไปผสมกับกะเพราที่ปลูกในบ้านหรือแปลงเกษตรทั่วไป จะทำให้เจ้าของแปลงเสี่ยงถูกฟ้องร้องหรือไม่ มหาวิทยาลัยชี้แจงว่า กะเพราเป็นพืชผสมตัวเอง และกะเพราพันธุ์ใหม่ของบริษัทมีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n ซึ่งแตกต่างจากกะเพราทั่วไปที่เป็น 2n

มหาวิทยาลัยระบุว่า โอกาสผสมข้ามพันธุ์ตามธรรมชาติมีเพียงร้อยละ 0.001 และหากเกิดลูกผสมขึ้น ลักษณะของลูกก็จะเปลี่ยนไป ไม่เหมือนพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง จึงไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุฟ้องร้องละเมิดสิทธิในพันธุ์พืชดังกล่าวได้ตามคำชี้แจงของมหาวิทยาลัย

ที่มา : Kasetsart University

ที่มา : Kasetsart University

คาดหวังเพิ่มโอกาสให้เกษตรกร-สร้างมูลค่าพืชไทย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่า ความร่วมมือวิจัยครั้งนี้มีประโยชน์หลายด้าน โดยมหาวิทยาลัยได้พัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช รวมถึงมีโอกาสสร้างรายได้เพื่อนำไปสนับสนุนงานวิจัยในอนาคต

ส่วนเกษตรกรและชุมชนจะมีโอกาสได้รับการส่งเสริมความรู้ด้านการเพาะปลูก และเชื่อมโยงกับตลาดรับซื้อวัตถุดิบที่แน่นอนผ่านเครือข่ายเกษตรกร ขณะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับประทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบซึ่งได้รับการพัฒนาคุณภาพ ทั้งด้านกลิ่นและรสชาติ โดยยังสามารถเลือกซื้อกะเพราพันธุ์ทั่วไปในตลาดได้เช่นเดิม

ในภาพรวม มหาวิทยาลัยมองว่างานวิจัยลักษณะนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพนักวิจัยไทย สร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกิจ และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืช ควบคู่กับการรักษาสิทธิของชุมชนภายใต้กฎหมาย

อ่านข่าว :

พบอีก! เหมืองทอง “ดอยก่อวัน” ติดชายแดนไทย-เมียนมา จ.เชียงราย

เตือนห้ามโหลด Power Bank ใต้เครื่อง CAAT ย้ำเปิดตรวจกระเป๋าต้องมีเหตุสงสัย

คลื่นประท้วงยุโรปลามหนัก ฝรั่งเศส-อิตาลี-สเปน มีเหตุปะทะ-ปล้นสะดม

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/571615&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Le5bt7nWH5jG_UWPa93Gd

Related Post