บันทึกหน้า 4

บันทึกหน้า-4

ความน่าสนใจของมาตรการนี้อยู่ที่การสนับสนุนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานให้เป็นอิสระ ปราศจากการเกรงใจผู้มีอำนาจหรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง

โดยมุ่งเน้นการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักวิชาการเป็นสำคัญ หากผลการศึกษาชี้ชัดว่ากัญชาสร้างปัญหาสังคมมากกว่าประโยชน์ รัฐบาลพร้อมที่จะดึงกลับไปเป็นยาเสพติดเพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

ซึ่งในทางปฏิบัติ กมธ.ตำรวจฯ ควรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและชี้เป้าการกระทำผิดอย่างจริงจัง และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการ

โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีการลักลอบเปิดร้าน “สายเขียว” เพื่อการสันทนาการและมั่วสุมเป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่เชือดไก่ให้ลิงดูในย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลว่าการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ทำจริงและไร้ข้อยกเว้นอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงเศรษฐกิจ คือการที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารโดยตรงกับประชาชน 

การเปิดพื้นที่ออนไลน์ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการอธิบายทิศทางนโยบายเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการคลัง งบประมาณ และการลงทุน ให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงสาธารณะ ตลอดจนใช้เป็นช่องทางรับฟังปัญหาเพื่อนำมาปรับจูนแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติทางการเมือง แม้ปัจจุบันชื่อของ เอกนิติ อาจจะยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตัวย่อ “ศ” ที่ถูกจับตาในฐานะผู้จะมาแทนที่ อนุทิน ในช่วงเวลาปัจจุบัน  เพราะแคนดิเดตของพรรค คือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ

แต่ความโดดเด่นในฐานะนักบริหารเศรษฐกิจที่มีแนวคิดทันสมัยและการวางยุทธศาสตร์ 5 T (Target, Transition, Transform, Transparency, Together) ในช่วงวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจที่ท้าทาย

ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าเขาคือ ตัวเลือก ที่น่าสนใจ หากในอนาคตพรรคภูมิใจไทยต้องการขุนพลสายเศรษฐกิจที่มีความพร้อมและเป็นที่ยอมรับ เอกนิติ ย่อมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการขยับขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในสมัยหน้าได้อย่างสง่างามและมีต้นทุนทางสังคมที่แข็งแกร่ง

ปิดท้ายด้วยประเด็นการเมืองภายในกระทรวงคมนาคม กรณีการลาออกของ รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม จากกระแสข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งปมประเด็นส่วนตัว และอาจเกี่ยวข้องกับทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ 

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงจุดยืนที่น่าชื่นชมด้วยการประกาศ “ไม่ตั้งใครแทน” และยืนยันว่าได้ยับยั้งใบลาออก แต่สุดท้ายก็อนุมัติให้ออก และปล่อยให้เจ้าตัวเดินหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม อาจเป็นทางออกที่ดีและแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่ายในเวลานี้ เพราะเปิดโอกาสให้ข้าราชการการเมืองที่มี “ตำหนิ” หรือมีข้อครหาได้เคลียร์ตัวเอง และยังช่วยลดแรงกระแทกทางการเมืองมาที่เจ้านายอีกด้วย แม้คนอย่าง รองฯ พิพัฒน์ ไม่กลัวทัวร์ลงอยู่แล้วก็ตาม.   

เสือดำ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1027412/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uHlljun-8bl14dAi1v-E4