น้ำมัน WTI 26/10/69 ปิดลบ 1.51 ดอลลาร์ หลังซาอุฯ เจรจาอิหร่านคลายตึงเครียด ตะวันออกกลางยังเสี่ยง – สยามรัฐ

น้ำมัน-wti-26/10/69-ปิดลบ-1.51-ดอลลาร์-หลังซาอุฯ-เจรจาอิหร่านคลายตึงเครียด-ตะวันออกกลางยังเสี่ยง-–-สยามรัฐ
น้ำมัน WTI 26/10/69 ปิดลบ 1.51 ดอลลาร์ หลังซาอุฯ เจรจาอิหร่านคลายตึงเครียด ตะวันออกกลางยังเสี่ยง – สยามรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 หลังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเดินหน้าเจรจากับอิหร่านเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์โจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธันวาคม ปรับตัวลดลง 1.51 ดอลลาร์ หรือ 1.46% ปิดที่ 101.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 91 เซนต์ หรือ 0.78% ปิดที่ 115.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน เดินทางไปยังอิหร่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค โดยการหารือครั้งนี้ถือเป็นการติดต่อระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับทั้งสามประเทศ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่ความขัดแย้งจะขยายวงไปยังซาอุดีอาระเบียและเยเมน

กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า เจ้าชายคอลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าพบมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และโมห์เซน เรซาอี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ เพื่อผลักดันความพยายามลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการเจรจาและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการทางการทูต

ฝ่ายซาอุดีอาระเบียยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดช่องทางการเจรจาระหว่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและตลาดพลังงานโลก

ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ในช่วงท้ายของการหารือ ทั้งสี่ประเทศเห็นพ้องที่จะเดินหน้าเจรจากันต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้นอีก หลังกลุ่มฮูตีดำเนินการโจมตีสถานีสูบน้ำมันบนท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสนามบินในกรุงริยาดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและขนส่งน้ำมันในภูมิภาค

นอกจากนี้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นภายใน 96 ชั่วโมง หลังได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหารเข้าประจำการในตะวันออกกลางในจำนวนที่เพียงพอสำหรับรองรับปฏิบัติการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น โดยขอบเขตของปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่มีแนวโน้มที่จะกว้างขวางกว่าการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมาย ซึ่งมุ่งทำลายระบบเรดาร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของอิหร่านที่สามารถซ่อมแซมหรือจัดหามาทดแทนได้ในเวลาไม่นาน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายเชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจมีคำสั่งโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อก่อนสิ้นปีนี้ โดยช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดอาจอยู่หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันยังคงเผชิญความไม่แน่นอน แม้ความพยายามเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศในภูมิภาคจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหม่ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

#ราคาน้ำมันวันนี้ #น้ำมันWTI #น้ำมันดิบ #น้ำมันเบรนท์ #ราคาน้ำมันโลก #ซาอุดีอาระเบีย #อิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #โดนัลด์ทรัมป์ #ตลาดน้ำมัน #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/331413&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22q73o8BlHuQhIDrSSAcM6

Related Post