
“อนุทิน” นำทัพประชุม กรอ. นัดแรก เปรียบเปรยเป็น “ครม. เศรษฐกิจพลัส” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ เคาะตั้ง 4 คณะอนุกรรมการลุยแก้ปมเศรษฐกิจ พร้อมกำหนดเป้าหมาย OKR ยกระดับขีดความสามารถประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ โดยมีตัวแทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และผู้นำองค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อระดมสมองและวางมาตรการเร่งด่วนในการพยุงและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์โลก
ชูโมเดล “ครม. เศรษฐกิจพลัส” นัดถกทุกเดือนลดขั้นตอนดันเข้า ครม. ทันที
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดเผยในที่ประชุมว่า การร่วมประชุม กรอ. ในวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายใหม่ครั้งสำคัญในการสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลตั้งใจจะใช้เวทีแห่งนี้เป็นพื้นที่หลักในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สลัดระบบระเบียบที่ล่าช้า และส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับภาครัฐอย่างมีศักยภาพ
“คณะกรรมการ กรอ. ชุดนี้เปรียบเสมือน ‘คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัส’ เนื่องจากมีหัวเรือใหญ่จากภาคเอกชนเข้ามาเสริมทัพทำงานร่วมกับรัฐบาล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยตั้งเป้าหมายจะจัดการประชุมร่วมกันให้ได้เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับประเด็นใดที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องผ่านการกลั่นกรองทางเศรษฐกิจ ทั้งในมิติอุตสาหกรรม เกษตรกรรม แรงงาน หรือพาณิชยกรรม หากที่ประชุมชุดนี้มีมติเห็นชอบร่วมกันแล้ว จะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหญ่ได้ทันที ซึ่งถือเป็นการประหยัดเวลาและตัดลดขั้นตอนทางธุรการลงไปได้มาก เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดต่างก็นั่งอยู่ในที่ประชุม กรอ. ชุดนี้อยู่แล้ว” นายอนุทิน กล่าว
เคาะดัชนี OKR ลุยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันประเทศตามเกณฑ์ IMD
สำหรับวาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ. อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสรุปฐานข้อมูลข้อเสนอและผลการหารือร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยสถาบัน IMD เพื่อนำจุดบกพร่องมาปรับปรุงระบบ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเห็นชอบให้มีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นระบบ หรือ OKR (Objectives and Key Results) ของประเทศ พร้อมจัดกลุ่มภารกิจเร่งด่วนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างข้าราชการและภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม
ตั้ง 4 คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ปลดล็อกอุปสรรคการค้าและการลงทุนระยะยาว
เพื่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมรวดเร็วและไม่เป็นเพียงการประชุมในกระดาษ ที่ประชุม กรอ. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจำนวน 4 คณะ ขึ้นมาทำหน้าที่รับผิดชอบและขับเคลื่อนงานในประเด็นสำคัญตามภารกิจของ กรอ. ทันที โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่จริง มุ่งเน้นการแก้ไขอุปสรรคและกฎระเบียบทางเศรษฐกิจที่เป็นคอขวด เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายโดยขอความร่วมมือจากทักษะความเชี่ยวชาญของภาคเอกชน และหน่วยงานราชการทุกฝ่าย ให้ประสานงานและเชื่อมโยงระบบข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในเชิงโครงสร้าง และนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข่าวล่าสุด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378979118&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u9wJM3NYIcIpRHp2LrOOx
