นักวิชาการรัฐศาสตร์ ม.รังสิต มองภาพประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สวมกอดนายกฯอนุทิน ระหว่างเวที ASEAN–Russia Summit ที่คาซาน เป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ของความไว้วางใจระดับผู้นำ พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียที่ยาวนานกว่า 130 ปี โดยรัสเซียยกระดับไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาค และพร้อมขยายความร่วมมือทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน พลังงาน และความมั่นคงในอนาคต
20 มิถุนายน 2569 – นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย (ASEAN-Russia Summit) ระหว่างวันที่ 17–18 มิ.ย.2569 ณ เมืองคาซาน ว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย และเป็นการตอกย้ำสายสัมพันธ์อันยาวนานที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 130 ในปี 2570
นายวันวิชิต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์คู่เจรจาระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย โดยผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมประชุมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคต ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญความผันผวนทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้ใช้เวทีดังกล่าวนำเสนอวิสัยทัศน์ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และโลจิสติกส์ของภูมิภาค พร้อมเสนอแนวคิด 3Rs ได้แก่ Resilience หรือการสร้างความยืดหยุ่นต่อวิกฤต Responsibility หรือความรับผิดชอบร่วมกัน และ Reform หรือการปฏิรูปเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศไม่น้อยไปกว่าประเด็นการประชุม คือภาพการทักทายและการสวมกอดอย่างเป็นกันเองระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีปูติน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ จนเกิดคำถามตามมาว่า ความใกล้ชิดดังกล่าวมีที่มาอย่างไร
นายวันวิชิต กล่าวอีกว่า รัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฐานะประเทศที่ให้การต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยได้รับการมองว่าเป็นหุ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อรัสเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในมิติด้านความมั่นคง รัสเซียมีความสนใจที่จะขยายบทบาทและความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น แต่กรณีของประเทศไทยมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากหลายประเทศ เนื่องจากรัสเซียเข้าใจนโยบายการต่างประเทศแบบสมดุลของไทย ที่รักษาความสัมพันธ์กับทุกมหาอำนาจ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย โดยไม่ได้พยายามกดดันให้ไทยเลือกข้างทางการเมืองหรือยุทธศาสตร์
ทั้งนี้ รัสเซียต้องการยกระดับความร่วมมือกับไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พลังงาน และความมั่นคงทางทะเล ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือรัสเซียมีความร่วมมือที่ดี ทั้งการฝึกร่วมทางทะเล การเยือนท่าเรือ และการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านยุทธการ ส่งผลให้ฝ่ายรัสเซียมีความพึงพอใจต่อบทบาทของไทยอย่างมาก
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริหารระดับสูงของรัสเซียมองประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพ และคาดหวังว่าจะเห็นการยกระดับความร่วมมือด้านการทหารในอนาคต ทั้งระหว่างกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศของทั้งสองประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและผลประโยชน์ร่วมกันในระดับภูมิภาค
“ปี 2570 จะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 130 ปี ไทย-รัสเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน การเดินทางเยือนรัสเซียของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุมระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำมรดกแห่งมิตรภาพที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
ภาพการสวมกอดระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีปูติน ไม่ได้เป็นเพียงภาพเชิงสัญลักษณ์ทางการทูต แต่สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความอบอุ่น และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน พลังงาน และความมั่นคงในอนาคตต่อไป.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1017788/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ql_8AlRPvefj2YF6MuwP6
