
‘IMF’ เตือนเศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันสองด้าน จากราคาพลังงาน-เงินเฟ้อ ชี้กระแสลงทุน AI ช่วยเคลื่อนการค้าโลก แต่ห่วงเพิ่มความเสี่ยงหากผลิตภาพไม่โตตามคาด ด้าน ‘ประธานเฟด’ ระบุนโยบายการเงินต้องประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพการเงินอย่างรอบด้าน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก
16 ต.ค. 2569 – นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) กล่าวบนเวที MD’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh (นายเควิน วอร์ช) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) : The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่ความสามารถในการรองรับแรงกระแทกกำลังถูกทดสอบ ทั้งจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และพื้นที่ทางการคลังที่ลดลง
ทั้งนี้ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 3.1% และปี 2570 ขยายตัว 3.4% ขณะที่เงินเฟ้อในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 4.7% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงขับเคลื่อนสองด้านพร้อมกัน คือสงครามที่สร้างแรงกระแทกด้านอุปทานพลังงาน ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กับกระแสลงทุน AI ที่กระตุ้นอุปสงค์ การค้า และการลงทุน
ขณะที่ตัวเลขการค้าช่วยสะท้อนบทบาทของ AI ได้ชัดเจนขึ้น โดยระหว่างปี 2566–2568 การค้าโลกเติบโตสะสม 8.3% ส่วนการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 29% หากไม่นับการค้า AI การเติบโตของการค้าโลกจะเหลือเพียง 4.6% ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่า AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้การเติบโตพึ่งพาการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีมากขึ้น
สำหรับระยะต่อไป ผลของ AI ต่อเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่กับว่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างผลิตภาพได้จริงเพียงใด หาก AI ช่วยให้ผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้น ก็มีโอกาสขยายอุปทานและลดแรงกดดันด้านราคา แต่หากการลงทุนไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพตามคาด เศรษฐกิจอาจได้แรงส่งด้านการเติบโตน้อยลง ขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นได้ อีกความเสี่ยงคือการประเมินผลตอบแทนจาก AI ใหม่ ซึ่งอาจทำให้อุปสงค์และการลงทุนชะลอตัว
“ธนาคารกลางจึงต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคา โดยประเทศที่เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายและกิจกรรมเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลควรช่วยเหลือประชาชนแบบเจาะจง ไม่ใช่อุดหนุนราคาทั่วทั้งระบบ พร้อมฟื้นฟูวินัยการคลังเพื่อเพิ่มพื้นที่รับมือวิกฤตครั้งต่อไป” กรรมการผู้จัดการ IMF
ด้านนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า การประเมินผลของ AI ต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะโครงสร้างตลาดในอนาคต ว่าผลประโยชน์จากเทคโนโลยีจะตกอยู่กับใคร และผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นจริงมากน้อยเพียงใด แม้ว่า AI อาจจะสร้างแรงกระตุ้นด้านอุปสงค์ก่อนที่กำลังการผลิตจะขยายตัวตามทัน แต่หากเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ในระยะกลาง ก็อาจเพิ่มศักยภาพการผลิตและเปลี่ยนแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ดังนั้น เฟดจึงต้องติดตามทั้งเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพระบบการเงิน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะผลกระทบด้านใดด้านหนึ่ง
ประธานเฟด ย้ำถึงภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพราคาและการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ ว่า ความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงิน ปัจจุบจันเฟดมีบุคลากรราว 23,000 คน และประมาณ 75% ไม่ได้ทำงานด้านนโยบายการเงินโดยตรง สะท้อนว่าการขับเคลื่อนสถาบันต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญด้านนโยบายและการทำงานของหน่วยงานสนับสนุนในวงกว้าง
ส่วนทิศทางในระยะข้างหน้าจะไม่ใช่การยึดติดกับสูตรนโยบายเดิม แต่ต้องประเมินข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งผลของ AI ต่อผลิตภาพและการจ้างงาน ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ โดยเฟดต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการจ้างงาน โดยไม่ปล่อยให้ความคาดหวังต่อเทคโนโลยีบดบังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง
“AI กำลังเปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก ขณะที่สงครามและราคาพลังงานยังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจึงต้องพิจารณาทั้งอุปสงค์ อุปทาน ผลิตภาพ และความคาดหวังเงินเฟ้อควบคู่กัน และในระยะต่อไป ธนาคารกลางต้องพร้อมดำเนินนโยบายเข้มงวดเมื่อแรงกดดันราคายังสูง แต่ต้องประเมินข้อมูลอย่างรอบคอบว่า AI กำลังเพิ่มกำลังการผลิตจริง หรือเพียงกระตุ้นการลงทุนและอุปสงค์ในระยะสั้น เพราะคำตอบจะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงใด โดยไม่แลกกับเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน” ประธานเฟด กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1089819/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ck95eIJeHmbBNw2drcF8k

