Gen Y “พ่อ-แม่เลี้ยงเดี่ยว” ยุคใหม่ ภาระเศรษฐกิจ-ชีวิตคู่ Toxic ทำสถิติพุ่ง

gen-y-“พ่อ-แม่เลี้ยงเดี่ยว”-ยุคใหม่-ภาระเศรษฐกิจ-ชีวิตคู่-toxic-ทำสถิติพุ่ง

สถานการณ์โครงสร้างครอบครัวไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยวและแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนถึงวิถีชีวิต ค่านิยม รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

1. ตอนนี้มีมากแค่ไหน? (สถานการณ์ปัจจุบัน)

จากข้อมูลทางการแพทย์ สถิติประชากร และองค์กรด้านสังคม พบว่าจำนวนครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วนเฉลี่ยดังนี้:

  • สัดส่วน ในกลุ่มครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวทั้งหมด “แม่เลี้ยงเดี่ยว” (Single Mother) ยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นประมาณ 75% – 80% ขณะที่ “พ่อเลี้ยงเดี่ยว” (Single Father) มีสัดส่วนราว 20% – 25%
  • สถิติการหย่าร้าง อัตราการจดทะเบียนหย่าในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วมีคู่รักที่จดทะเบียนหย่าคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้จดทะเบียนสมรสในแต่ละปี ไม่นับรวมคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแต่อายัดความสัมพันธ์และแยกทางกัน

2. ส่วนใหญ่เป็นคนช่วง Gen ไหน?

กลุ่มพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวในปัจจุบันส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน Gen Y (Millennials) และเริ่มขยับเข้าสู่ Gen Z ตอนต้น:

  • Gen Y (อายุประมาณ 28 – 43 ปี) ครองสัดส่วนมากที่สุด

เป็นช่วงวัยสร้างครอบครัว แต่ก็เป็นวัยที่เผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความเครียดจากการทำงานสูงที่สุด คน Gen Y มีค่านิยมเรื่องความสุขส่วนตัวและความเด็ดขาด หากชีวิตคู่ไม่ตอบโจทย์หรือไร้ความสุข การเลือกเดินออกมาเลี้ยงลูกคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป

  • Gen Z (อายุประมาณ 18 – 27 ปี) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม หรือความสัมพันธ์ช่วงวัยรุ่นที่ยังไม่มั่นคง ทำให้ต้องกลายมาเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่อายุยังน้อย

  • Gen X (อายุ 44 ปีขึ้นไป) มักจะเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ลูกเริ่มเติบโตเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่แล้ว โดยสาเหตุหลักในกลุ่มนี้มักเกิดจากการหย่าร้างหลังชีวิตคู่ระยะยาว หรือการสูญเสียคู่ชีวิต

3. ต้นเหตุการณ์เลิกรา อะไรทำให้ต้องเดินคนเดียว?

ปัจจัยที่ทำให้คู่รักตัดสินใจแยกทางกันจนต้องกลายมาเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ประกอบด้วย 4 สาเหตุหลัก:

  1. ปัญหาเศรษฐกิจและภาระหนี้สิน ความเครียดจากค่าครองชีพ ปัญหาเงินไม่พอใช้ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว จนนำไปสู่การแตกหัก
  1. ค่านิยมที่ไม่ยอมทนความสัมพันธ์ Toxic ยุคนี้สังคมยอมรับการหย่าร้างมากขึ้น ผู้คน (โดยเฉพาะผู้หญิง) พึ่งพาตัวเองทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น จึงไม่จำเป็นต้องทนอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ให้เกียรติกัน การเปรียบเทียบชีวิตคู่ในโซเชียลมีเดียก็มีส่วนทำให้มาตรฐานความสัมพันธ์สูงขึ้น
  1. การนอกใจและการหมดรัก ทัศนคติการทนอยู่เพื่อลูกเริ่มลดลง พ่อแม่ยุคใหม่มองว่าการแยกทางกันเพื่อไปโตในเส้นทางของตัวเอง ดีกว่าการทะเลาะกันให้ลูกเห็น
  1. ความไม่พร้อมในการมีบุตร การตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน นำไปสู่การปฏิเสธความรับผิดชอบจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

4. แบกอะไรไว้บ้าง? ภาระที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว

การเป็นพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องแบกรับภาระหนักหน่วงใน 3 มิติหลัก

  • ภาระด้านการเงิน 

ต้องหาเงินคนเดียวเพื่อจ่ายค่านม ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายในบ้าน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูตามที่ตกลง ภาระทั้งหมดจะตกอยู่ที่คนที่เลี้ยงลูกทันที

  • ภาระด้านเวลาและการทำงาน 

ไม่มีคนช่วยสลับเวรเลี้ยงลูก ต้องทำหน้าที่ทั้งหาเงินนอกบ้านและดูแลความสะอาด/ทำอาหารในบ้าน สภาพร่างกายมักเหนื่อยล้าสะสม ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน

  • ภาระด้านจิตใจและอารมณ์

ต้องรับบทเป็นทั้ง “พ่อและแม่” ในคนเดียวกัน ต้องรับมือกับคำถามของลูกเมื่อโตขึ้น ความกังวลเรื่องกลัวลูกปมด้อย รวมถึงความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และความเครียดสะสมที่ไม่มีที่ระบาย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2956164&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DEvP4hi9Xf-uzKDNNmuqr