“รฟท.” ลุยประมวลข้อมูล ชง “กรมบัญชีกลาง” แบล็กลิสต์ “ไอทีดี” รักษาการผู้ว่า รฟท. ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด | เดลินิวส์

“รฟท”-ลุยประมวลข้อมูล-ชง-“กรมบัญชีกลาง”-แบล็กลิสต์-“ไอทีดี”-รักษาการผู้ว่า-รฟท.-ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด-|-เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ได้ทำสัญญางานก่อสร้างโครงการต่างๆ ของ รฟท. ประมาณ 4 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และอีก 2 สัญญาในนามของกิจการร่วมค้า (Joint Venture) โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนก่อนหน้านี้มีโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. คงไม่ได้เพ่งเล็ง หรือตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเคร่งครัดเฉพาะบริษัท อิตาเลียนไทยฯ จะต้องดูทั้งระบบ โดยหลังจากนี้ต้องไปดูงานก่อสร้างทุกจุด ของทุกโครงการทั้งรถไฟไฮสปีด และรถไฟทางคู่ ที่ใช้ตำแหน่งก่อสร้างที่คร่อมทางรถไฟที่เดินรถอยู่ในปัจจุบัน เหมือนกับจุดเกิดเหตุของสัญญา 3-4 ซึ่งจะต้องเพิ่มมาตรการเข้าไป อาทิ การติดตั้ง CCTV และการติดตั้งเซ็นเซอร์ ระบบตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีเหตุอันตรายเกิดขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเหตุการณ์ครั้งนี้จะขึ้นบัญชีดำบริษัท อิตาเลียนไทยฯ หรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า รฟท. คงต้องประมวลผล ซึ่งการจะขึ้นแบล็กลิสต์ ต้องประมวลผล และเตรียมรายงานไปที่กรมบัญชีกลาง อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ รฟท. ประเมินเบื้องต้นพบว่า ขบวนรถไฟดีเซลรางเสียหายทั้งคัน 2 คัน คันละประมาณ 70 ล้านบาท ประเมินค่าซ่อมแซมทั้งขบวนรถไฟ และรางรถไฟประมาณ 105 ล้านบาท นอกจากนี้ รฟท. จะดำเนินการด้านกฎหมาย คดีอาญา เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต และทางแพ่ง ที่ทำให้ รฟท. เสียภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในการใช้บริการของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้ผู้ว่า รฟท. พิจารณาตัวเอง นายอนันต์ กล่าวว่า เวลานี้ขอทำงานอย่างเต็มที่ รฟท. ซึ่งจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ รฟท. ดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จก่อน และทำให้ดีที่สุด พวกเราทุกคนรู้สึกเสียใจกับความสูญเสียครั้งนี้ ส่วนนโยบายจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับนโยบายจะเป็นผู้พิจารณา คิดว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไรเพิ่มเติม ขอทำหน้าที่ต่อไปก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงไม่หยุดการก่อสร้างในขณะที่มีการเดินขบวนรถไฟ นายอนันต์ กล่าวว่า ตามปกติโครงสร้างทางยกระดับของโครงการรถไฟไฮสปีดจะอยู่ด้านข้างของทางรถไฟเดิม มากกว่าระยะปลอดภัยประมาณ 4-5 เมตร จากเขตทางรถไฟ แต่บางจุด อาทิ จุดที่เกิดเหตุครั้งนี้เป็นการเบี่ยงทางโค้ง จึงคร่อมทางรถไฟเดิม เซกเมนต์ประมาณ 6 ตัว ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้อยู่บนทางรถไฟซึ่งไม่สามารถหยุดการเดินรถได้ แต่ถ้าวิศวกรควบคุมงานจำเป็นต้องเลื่อน หรือเคลื่อนตัวอุปกรณ์ใดๆ ที่มีโอกาสที่จะตกหล่นลงมาได้ ก็ต้องหยุดการเดินรถ ขณะนี้ รฟท. กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงว่า เป็นการเคลื่อนตัวไปสุด และล็อกเรียบร้อยหรือยัง หรืออยู่ระหว่างเคลื่อนตัว หรือหล่นลงมา หรือใครทำให้หล่น นอกจากนี้จะต้องสอบสวนอีกว่า มีผู้ควบคุมงาน หรือผู้รับจ้างที่อยู่ประจำทุกสถานี ได้แจ้งผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ว่าจะมีรถไฟผ่าน ซึ่งผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จใน 15 วัน.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5504747/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NGYJaUZEFhiLYaO-gA24v