กูรูไอที ไขดราม่า QR Code บัตรเลือกตั้ง แค่คุมบัตรปลอม ระบุหาคนกายาก

กูรูไอที-ไขดราม่า-qr-code-บัตรเลือกตั้ง-แค่คุมบัตรปลอม-ระบุหาคนกายาก
กูรูไอที ไขดราม่า QR Code บัตรเลือกตั้ง แค่คุมบัตรปลอม ระบุหาคนกายาก

จากกรณ์มีการส่งต่อ และวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์ ถึงกรณีบาร์โค้ด หรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ว่า อาจจะทำให้รู้ได้ว่าใครกาอะไร หรือสามารถนำไปสแกน แล้วพบข้อมูลที่อาจระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

นายปฐม อินโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที  เปิดเผยถึงข้อกังวลกรณีการนำ QR Code หรือบาร์โค้ดมาใช้บนบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่าความกลัวที่ระบบจะ “รู้หมด” ว่าใครเลือกใครเป็นเรื่องความรู้สึกที่มาก่อนเหตุผลเสมอ ซึ่งในสภาวะที่ความไว้วางใจทางการเมืองไม่สูง การตั้งคำถามต่อ กกต. ถือเป็นสิทธิของประชาชนที่ทำได้ แต่ไม่ควรด่วนตัดสินโดยขาดความเข้าใจในเชิงเทคนิค

กฎหมายเลือกตั้งไทยกำหนดชัดเจนเรื่อง “บัตรลับ” เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้ลงคะแนน โดยไม่ได้บังคับว่าต้องมีรหัสใดๆ บนบัตร แต่เปิดช่องให้ กกต. กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อใช้บริหารจัดการ ซึ่งในหลายประเทศรหัสเหล่านี้มีไว้เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันบัตรปลอม แยกประเภทเขตเลือกตั้ง รองรับการนับคะแนนอัตโนมัติ และใช้ตรวจสอบเส้นทางของบัตร (Audit) เท่านั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผูกโยงกับตัวบุคคล

กูรูไอที ไขดราม่า QR Code บัตรเลือกตั้ง แค่คุมบัตรปลอม ระบุหาคนกายาก

ทั้งนี้ การจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” มีความซับซ้อนสูงมาก และต้องมีเงื่อนไขครบหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่:

• ต้องมีฐานข้อมูลบันทึกว่า “บัตรหมายเลขนี้ แจกให้ใคร”

• ต้องสแกนหรือบันทึกหมายเลขบัตรก่อนหย่อนหีบ

• ต้องเก็บลำดับการหย่อนบัตรเทียบกับตัวบุคคล

• ต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยเลือกตั้งกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิแบบ Real-time

QR Code หรือบาร์โค้ดบนกระดาษไม่ได้มีพลังวิเศษ มันเป็นเพียงตัวระบุเอกสาร หากไม่มีฐานข้อมูลจับคู่กับบุคคล ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนได้”

นายปฐมระบุ พร้อมเสริมว่าเทคโนโลยีเดียวกันนี้ยังช่วยป้องกันการทุจริตแบบเก่า เช่น การพิมพ์บัตรเกิน หรือความผิดพลาดจากการนับคะแนนด้วยมือ

อย่างไรก็ตาม ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต้องเกิดจากการตั้งคำถามและการเรียกร้องความโปร่งใส แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจกลไกทั้งระบบ เพราะสิ่งที่ดูน่ากลัวบนผิวกระดาษอาจเป็นเพียงเครื่องมือควบคุมเอกสารธรรมดาที่ยากจะนำมาใช้ติดตามตัวบุคคลได้จริง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/technology/651485&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hhkdod_aM7MoHwQLh_Sb3