วันอาทิตย์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
ปี 2568 ผู้ประกอบการทุกคนบ่นว่าเป็นที่เหนื่อยมากกับการกับทำธุรกิจ…ภาคประชาชนก็บ่นว่าเหนื่อยมากกับการใช้ชีวิต…แต่ถึงกระนั้นเศรษฐกิจไทยก็ยังขยายตัวได้ในระดับ 2% …แล้วปี 2569 จะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ เพราะทุกสำนักประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้แค่ในระดับ 1.6-1.8% เท่านั้น…ต่ำกว่าในปีที่พวกเราบ่นๆ กันว่าเหนื่อยมากเสียอีก…ทำไมหลายสำนักคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะแย่ลงกว่านี้นะหรือ ก็เพราะหลายเครื่องยนต์สำคัญที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจะดูอ่อนแรงลงไปจากปีนี้…เครื่องยนต์ตัวใหญ่ที่สุดคือ การส่งออก ซึ่งปี 2569 การส่งออกสินค้าของไทยจะได้รับผลกระทบจากทั้งการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สู่อัตรา 19% ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังได้รับผลจากภาษีนำเข้ารายสินค้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่มาตรการภาษีศุลกากรอาจครอบคลุมเพิ่มเติมไปยังสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย
ภาคท่องเที่ยว ซึ่งเคยเป็นพระเอกช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยมาหลายปีก่อนจะเกิดโควิด-19 ในปี 2569 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 35.5 ล้านคน (ต่ำกว่าก่อนเกิดโควิด-19) แม้จะมากกว่าในปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 33.3 ล้านคน…แต่ก็ต้องนับว่าเป็นการการฟื้นตัวยังค่อนข้างช้า โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทย เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย และการแข่งขันที่รุนแรงจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย
การใช้จ่ายภาครัฐ….อีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญที่เราพึ่งพิงกันอยู่ในช่วงนี้…แต่ในปี 2569 อาจชะลอลงตามข้อจำกัดทางการคลังและผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้จะมีแรงพยุงจากการเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี แต่ในปี 2569 การใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง เนื่องจากพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal space) ค่อนข้างจำกัด สะท้อนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ตั้งวงเงินรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งทั่วประเทศอาจจำกัดความสามารถของรัฐบาลรักษาการในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การอนุมัติโครงการลงทุนใหม่ และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม บทบาทของการใช้จ่ายภาครัฐจึงอาจลดน้อยลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
การบริโภคภาคเอกชน…อีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่เราหวังพึ่งมาโดยตลอด…ปี 2569 จะต้องเผชิญกำลังซื้ออ่อนแรงและถูกจำกัดด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้าง และมีแนวโน้มเติบโตในอัตราชะลอลงสู่ระดับ 2.2% ท่ามกลางระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงกว่า 80% ของ GDP ประกอบกับรายได้ของครัวเรือนส่วนใหญ่ยังเติบโตช้ากว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้เกษตรกรยังอยู่ในระดับต่ำ ดูจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกลงมาต่อเนื่องทั้งปี ส่วนการจ้างงานอาจได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของภาคส่งออกด้วย
เรื่องเหล่านี้คือโจทย์ใหญ่และสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะต้องเข้ามาแสดงฝีมือ นอกเหนือจากเรื่องปราบ“ทุนเทา ทุนดำ” และ เรื่องคอร์รัปชั่น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/932916&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RntZlDh-zybSuH1XiBYlU



