เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวแข็งแกร่งเกินความคาดหมายในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยเติบโตกว่า 8.4% แม้เผชิญผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังเติบโตโดดเด่น ส่งผลให้ธนาคารโลกยกระดับเวียดนามขึ้นเป็น “ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง”
สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของเวียดนามในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2026 ขยายตัว 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 7% และเร่งตัวขึ้นจากการเติบโต 7.9% ในไตรมาสแรก
ส่งผลให้เศรษฐกิจเวียดนามในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัว 8.18% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 7.63% และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของโลก
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในช่วง 5 ปีข้างหน้า หลังจากปี 2568 เศรษฐกิจขยายตัวถึง 8% แม้จะเผชิญมาตรการภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของประเทศ
ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้น 9.86% ในช่วงครึ่งปีแรก คิดเป็นกว่า 40% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งหมด ขณะที่ภาคบริการเติบโต 8.09% จากการฟื้นตัวของการบริโภค การค้า และการท่องเที่ยว ส่วนภาคเกษตรกรรมขยายตัว 3.57% จากการส่งออกสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น
ด้านการค้าระหว่างประเทศ เวียดนามมีมูลค่าการค้ารวม 549,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 6 เดือนแรกของปี โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 21% แตะ 266,520 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 37% ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 16,650 ล้านดอลลาร์ พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เกินดุล 7,950 ล้านดอลลาร์
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนาม ด้วยมูลค่าส่งออก 86,500 ล้านดอลลาร์ ส่วนจีนยังเป็นแหล่งนำเข้าสินค้ารายใหญ่ที่สุด มูลค่า 115,200 ล้านดอลลาร์
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่ารวม 34,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 61% จากปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจเวียดนาม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งหรือกลับมาดำเนินธุรกิจใหม่กว่า 169,800 แห่ง แม้ว่าจะมีธุรกิจราว 151,100 แห่งที่ระงับกิจการหรือออกจากตลาดก็ตาม ขณะที่ผลสำรวจผู้ประกอบการภาคการผลิตพบว่า 39.4% คาดว่าสถานการณ์ธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.25% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.38% ในช่วงครึ่งปีแรก
นางเหงียน ถิ เฮือง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในหลายภูมิภาค แต่เศรษฐกิจเวียดนามยังคงมีเสถียรภาพ โดยอุปสงค์ภายในประเทศ การท่องเที่ยว และภาคการผลิตยังขยายตัวต่อเนื่อง
ขณะที่ธนาคารโลกได้ประกาศยกระดับเวียดนามขึ้นเป็น “ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง” (Upper-Middle-Income Country) ในสัปดาห์นี้ โดยให้เหตุผลว่าประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในระยะยาว แม้จะยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลัง.
ที่มา VnExpress / AFP
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2943793&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZhiSIPqz1fzaxSfQp8UM_
