เจาะ 5 เรื่อง ปลุกเศรษฐกิจไทย ที่ภาคอุตสาหกรรม อยากเห็นในรัฐบาล “อนุทิน”

เจาะ-5-เรื่อง-ปลุกเศรษฐกิจไทย-ที่ภาคอุตสาหกรรม-อยากเห็นในรัฐบาล-“อนุทิน”

“เกรียงไกร เธียรนุกุล” เผย 5 เรื่องด่วนพลิกวิกฤตเศรษฐกิจยุคนายกฯ “อนุทิน” ความพร้อมภาษีสหรัฐ เสริมสภาพคล่องการเงิน SMEs ลดค่าไฟ ยุติปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นการผสมผสานระหว่างนักการเมือง นักวิชาการ ข้าราชการประจำและผู้บริหารจากภาคเอกชน กลายเป็นความหวังจุดเริ่มต้นเศรษฐกิจไทยหรือไม่ และภาคธุรกิจต้องการฝากการบ้านกับรัฐบาลชุดใหม่อย่างไรบ้าง เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัวทาง”

จากที่ได้มีการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ส.อ.ท.ได้ฝากการบ้านไว้ 5 เรื่องสำคัญ คือ 

1) การเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และสงครามการค้า ซึ่งจะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยจากการหารือที่ผ่านมา ทางนายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมรับข้อเสนอของ ส.อ.ท. ในการเร่งสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ของสินค้าที่จะส่งออกไปสหรัฐฯ

การจัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษาเรื่องการคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (RVC) รวมทั้งกำกับดูแลการนำเข้าและการตรวจสอบสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย ควบคู่กับการผลักดันการใช้และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเน้นซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือ Made in Thailand (MiT) เพื่อกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว 

2) การส่งเสริมสภาพคล่องทางการเงินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้นด้วยการกำหนดมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมีนโยบายซอฟต์โลน ดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการปฏิรูประบบภาษีให้ทันสมัย โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมทั้งจัดทำมาตรการจูงใจให้ SMEs เข้าสู่ระบบบัญชีเดียวและเสียภาษีที่ถูกต้อง เพื่อมีสิทธิในการรับประโยชน์ต่างๆ จากโครงการความช่วยเหลือจากภาครัฐในอนาคต

3) การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยในระยะสั้น มุ่งหวังให้มีการลดค่าไฟให้แก่ประชาชน และลดต้นทุนค่าพลังงานให้แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถแข่งขันได้ โดยไม่ผลักภาระไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้มีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้บนเวทีโลกและสอดคล้องกับมาตรการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศในระยะยาว

4) การรับมือผลกระทบจากปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงคมนาคม เร่งเจรจาปัญหาเพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว หามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากช่วงการปิดด่านในระยะเร่งด่วน ระยะสั้นและระยะยาว  อีกทั้งช่วยหาเส้นทางการขนส่งสินค้าด้วยเส้นทางอื่นๆ ทดแทน รวมถึงมาตรการเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ และชดเชยค่าขนส่งที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

5) การบริหารจัดการผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่ง ส.อ.ท. ได้สะท้อนความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย โดยการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ในการแก้ปัญหาปม ‘เงินไม่รู้ที่มา ทะลักเข้าไทยทุกเดือนจำนวนมากผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา’ ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งหามาตรการเงินช่วยเหลือแก่อุตสาหกรรมส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/730767&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_Pw7xugHFnA6t7O4WxUpe