อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ หุ้นสหรัฐฯ จับตาบอนด์ยีลด์ 5% พร้อมอัปเดตราคาน้ำมันไทย – สยามรัฐ

อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ-น้ำมัน-wti-ยืนเหนือ-100-ดอลลาร์-หุ้นสหรัฐฯ-จับตาบอนด์ยีลด์-5%-พร้อมอัปเดตราคาน้ำมันไทย-–-สยามรัฐ

ตลาดการเงินโลกเตรียมเข้าสู่การซื้อขายสัปดาห์ใหม่ในวันที่ 21 กันยายน 2569 ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยตลาดน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กต้องรับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ขยับขึ้นใกล้ระดับ 5% และราคาน้ำมันดิบที่ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดการซื้อขายวันที่ 21 กันยายน ราคายังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง แม้จะมีแรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในการซื้อขายวันที่ 18 กันยายน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 1.61 ดอลลาร์ หรือ 1.58% ปิดที่ 100.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 95 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 104.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันช่วงปลายสัปดาห์มาจากความเคลื่อนไหวทางการทูตของจีน หลังซาอุดีอาระเบียขอให้จีนช่วยผลักดันให้อิหร่านจำกัดการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ทำให้ตลาดประเมินว่าหากการโจมตีลดลง ความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางจะหยุดชะงักเพิ่มเติมก็อาจลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การอ่อนตัวของราคาน้ำมันยังไม่สะท้อนว่าตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งยังเป็นประเด็นที่ตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อีกปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้คือการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตี หากสามารถกลับมาใช้งานได้บางส่วนตามแผน ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานตึงตัวอาจลดลงและกดดันราคาน้ำมันในระยะสั้น แต่หากเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มเติม ตลาดก็มีโอกาสกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทานอย่างรวดเร็ว

นอกจากปริมาณน้ำมันดิบแล้ว ตลาดยังต้องจับตาภาคการกลั่น เนื่องจากกำลังการกลั่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทำให้ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำลังการกลั่นของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ถัดไปมีแนวโน้มลดลงอีกประมาณ 371,000 บาร์เรลต่อวัน

ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจึงยังเป็นจุดสำคัญของ WTI ในช่วงเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน หากราคายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ ตลาดยังสะท้อนค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระดับสูง ขณะที่การหลุดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์อาจทำให้แรงขายทำกำไรเพิ่มขึ้น หากนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานเริ่มคลี่คลาย

ข้อมูลวันที่ 19 กันยายนจากแหล่งข่าวตลาดน้ำมันระบุว่า WTI เคลื่อนไหวลงมาแถว 99.53 ดอลลาร์ และเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 103.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนแรงขายหลังราคาพุ่งขึ้นอย่างมากก่อนหน้านี้ ขณะที่เหตุโจมตีใกล้กรุงริยาดและพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบียยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ราคาน้ำมันเปิดสัปดาห์ใหม่ด้วยความผันผวนสูง

ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเตรียมเปิดการซื้อขายวันที่ 21 กันยายน นักลงทุนยังคงต้องประเมินแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรและราคาพลังงาน โดยการซื้อขายวันที่ 18 กันยายน ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 95.40 จุด หรือ 0.18% ที่ 51,682.64 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 12.74 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 7,650.50 จุด และดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 104.25 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 26,522.55 จุด

ปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญอย่างมากคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ขยับขึ้นแตะระดับ 5% ซึ่งเป็นระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและผู้บริโภคสูงขึ้น และเพิ่มความน่าสนใจของตราสารหนี้เมื่อเทียบกับหุ้น ส่งผลให้หุ้นที่มีการประเมินมูลค่าสูงและหุ้นเติบโตเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

ราคาน้ำมันที่ยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดหุ้นต้องจับตา เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงอาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ และทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ ขณะที่ตลาดยังประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ตามข้อมูลที่ระบุในรายงาน

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นแรงพยุงตลาด โดยในการซื้อขายวันที่ 18 กันยายน การฟื้นตัวของหุ้นชิปช่วยสนับสนุนดัชนีแนสแด็กและเอสแอนด์พี 500 ให้ปิดในแดนบวก แม้ภาพรวมตลาดยังมีแรงขายในหุ้นหลายกลุ่ม

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวโจนส์ลดลงประมาณ 1.7% หรือ 890.65 จุด ขณะที่เอสแอนด์พี 500 ลดลงประมาณ 0.1% และแนสแด็กเพิ่มขึ้นประมาณ 0.7% สะท้อนความแตกต่างของแรงซื้อระหว่างหุ้นกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์

สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการ รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ นอกจากนี้ การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนในวันที่ 24 กันยายน ยังเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ

ท่ามกลางภาพตลาดโลกที่ยังผันผวน ราคาน้ำมันดิบจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง อาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและเงินเฟ้อ แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การผลิตหรือการส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางหยุดชะงักเพิ่มเติม ราคาพลังงานอาจกลับมาเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนบริษัท และตลาดหุ้นอีกครั้ง

ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 20 กันยายน 2569 ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ระบุราคาขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ของ 4 ผู้ให้บริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ โดยข้อมูลที่ระบุในรายงานอัปเดต ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 เวลา 05.00 น. และราคาจริงควรตรวจสอบกับสถานีบริการอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศราคาน้ำมัน

ปั๊มปตท. แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 40.69 บาทต่อลิตร และเบนซิน 48.93 บาทต่อลิตร

ปั๊มบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.88 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 40.69 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม 49.25 บาทต่อลิตร

ปั๊มพีที ดีเซลราคา 40.69 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร เบนซิน 49.43 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.57 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.94 บาทต่อลิตร

ส่วนปั๊มเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.14 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 40.07 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 40.44 บาทต่อลิตร วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 51.84 บาทต่อลิตร ฟิวเซฟ ดีเซล 40.69 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร และวี-เพาเวอร์ ดีเซล 51.84 บาทต่อลิตร

ภาพรวมก่อนเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน 2569 จึงเป็นการเคลื่อนไหวที่ตลาดต้องติดตามหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พยายามยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความเคลื่อนไหวด้านการทูตในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ใกล้ 5% และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ทิศทางราคาน้ำมันและตลาดหุ้นในช่วงต้นสัปดาห์จึงมีแนวโน้มตอบสนองต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนในตลาดหุ้นยังต้องประเมินผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและบอนด์ยีลด์ควบคู่กันไป ส่วนผู้บริโภคในไทยควรตรวจสอบราคาหน้าสถานีบริการก่อนเติมน้ำมัน เนื่องจากราคาขายปลีกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของผู้ให้บริการ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/322757&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1w6xZGgIk9R85_rT5QxOlm