อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปราศรัยที่ดุเดือด ว่า “ก็เป็นการปราศรัยปกติ ในจุดที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยที่จะปักธงให้ได้ ซึ่งจากนี้คงต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ”
ส่วนประเด็นที่มองกันว่า ในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาชน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง อนุทินกล่าวว่า “ออร์แกนิกนี่แหละ เดินขอเสียงพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาของเขาว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร”
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าแคมเปญ “น้ำเงินทั้งแผ่นดิน” จะช่วยให้คว้าชัยได้ อนุทิน กล่าวว่า “ผู้สมัครทุกคนของพรรคภูมิใจไทยก็ทุ่มเท ขยันเดินทางหาประชาชน”
ส่วนที่ถูกมองว่า การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ดูเหมือนโจมตีไปที่ “พรรคที่คิดจะแก้มาตรา 112” นั้น อนุทินกล่าวว่า “ไม่ได้โจมตี”
เมื่อถามว่า การจับมือจะยากหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ไม่น่าจะเป็นปัญหาและไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ทุกวันนี้ต่างคนก็ต่างฝ่ายอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ”
ส่วนเมื่อถามถึงกรณี ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาพาดพิงในทำนอง “วิ่งราวชาติ”พร้อมบอกว่า “ไม่ได้ฟังแดดดี้ แต่ฟังครูใหญ่” นั้น อนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “นั่นคือวาทกรรม แต่ว่า ‘ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง’ นี่มันชัดเจนแล้ว”
บอกว่าผมรับผิดชอบเองๆ ถ้ารับผิดชอบเอง ป่านนี้ก็คงไม่ได้ไปอยู่บนเวทีแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า ณัฐวุฒิพยายามเหน็บว่า “อนุทินฟังแต่ครูใหญ่” นั้น อนุทิน กล่าวว่า “นี่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนวงนอกจริงๆ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย คนมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะเที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้ได้อย่างไร”
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าทีมเศรษฐกิจที่พรรคภูมิใจไทยเอามาช่วยหาเสียงอาจจะมีคนไปดิสเครดิตหรือถูกโจมตีในภายหลัง อนุทิน กล่าวว่า “โอ้ย มือสะอาดทุกคน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เขาไปที่ไหนก็ไปสร้างแต่คุณงามความดี คนที่คอยจะไปหาสิ่งมาโจมตี แสดงว่าตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้ว”
ผมคิดว่าควรเอาเวลานี้ไปทำความดี ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อสังคม ขึ้นเวทีไปก็ต้องพูดแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเป็นตลกหน้าม่านแบบนี้ไม่ได้
ส่วนเมื่อตั้งข้อเกตว่า เป็นเพราะ “ไปแตะกล่องดวงใจที่เป็นแดดดี้ของเขาหรือไม่” อนุทิน กล่าวว่า “โอ้ย พวกนี้เขาก็ต้องทำใจ วัฒนธรรมแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน เขาชอบคิดว่าพรรคอื่นจะเป็นเหมือนพรรคนี้ แต่พวกผมไม่มีเวลาไปทำแบบนั้น เพราะผมไม่จำเป็นต้องไปทำหรือไปเอาใจใคร เพื่อให้ตัวเองได้พื้นที่ ที่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งอะไร นั่นคือวัฒนธรรมของพวกเขา แต่วัฒนธรรมของพวกผมคนละอย่างกัน พวกผมทำงานไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้เยอะแยะไปหมด”
เมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าทำ ไปออกรายการแล้วอ้างว่า “ตอนแรกนายกฯ จะให้ตำแหน่ง รมว.กลาโหม” นั้น อนุทิน กล่าวว่า “สุดท้ายเราต้องดูความเหมาะสมและสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ก็บอกว่าขอไปดูกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ไหม ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สื่อเสนอข่าวผิดนะ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พูดคุยตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว และสุดท้ายก็บอกว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เหมาะกว่า ดูจากบุคลากรและความถนัดของงาน และ ร.อ.ธรรมนัส อยากทำงานต่อเนื่องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย”
การคุยทางการเมืองมันต้องคุยหลายรอบ อย่างสมัยก่อนที่ผมจะเป็น รมว.มหาดไทย ผมได้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็เหมือนกันกับกรณีนี้ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร
เมื่อถามว่านายกฯ ผ่านมาแล้วหลายกระทรวง ถ้าครั้งหน้าได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกอยากได้กระทรวงไหน อนุทิน กล่าวว่า “เป็นนายกฯ แล้วจะไปเอากระทรวงอะไรเล่า ส่วนถ้าจะควบก็รอให้พ้นการเลือกตั้งไปก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่าเลย”
ส่วนตอนนี้โค้งสุดท้ายแล้ว คะแนนของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนดูเหมือนจะสูสีกัน จะต้องมีการเร่งในช่วงปลายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ผมว่าไม่สูสีนะ เพราะโพลของผมนำตลอด ซึ่งมีการประเมินจากหลายที่”
เมื่อถามว่า ถ้าดีดลูกคิดกันจริงๆ ประเมินไว้ที่เท่าไร อนุทิน กล่าวว่า “ตกข่าวเหรอจ๊ะ? ข่าวน้อยเหรอวีคเอนด์? ไปถามพรรคอื่นบ้าง”
ส่วนที่ขณะนี้มีความพยายามทวงถามความคืบหน้า “ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์” หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ยื่นฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน อนุทิน กล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ที่พยายามจะบอกว่ายึดมาแล้วยึดเมื่อไหร่ มีแต่สั่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทุกอย่างไม่มีการแทรกแซง ทุกวันนี้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผมยังไม่รู้จักเลยว่าเป็นใคร วันนั้นยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม จะให้เขาลาออกทั้งๆ ที่ยังไม่มีผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เลย”
ผมคิดว่าเป็นวาทกรรม และเป็นสิ่งที่ผู้ที่คิดว่าจุดนี้จะเป็นจุดอ่อน ซึ่งไม่ใช่หรอก อะไรที่เป็นไปตามกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการตามนั้น ถ้าสมมุติว่ามีการกระทำความผิด ดำเนินคดีแล้วมีการพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิด ก็ไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคเดียวกัน เป็นญาติ เป็นโยม เป็นเพื่อน เป็นฝูง ผมแสดงให้เห็นชัดเจนมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
เมื่อถามว่ามีความพยายามเล่นในแง่ของการดองคดี ดองเรื่องเอาไว้ อนุทิน ยืนยันว่า “ไม่มีหรอก ดูสิ ขนาดผมบอกขึ้นบัญชีดำบริษัทที่ทำงานไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งผมก็ต้องไล่จี้ทุกวันๆ มีแต่เร่ง ไม่มีดอง”
เหตุชายแดนเคลียร์จบแล้ว! ชี้ ‘ผู้บังคับบัญชาแนวหน้า’ มีสิทธิเจรจา แต่ไม่ควรเกิดบ่อย
ส่วนกรณีที่ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด M79 มายังฝั่งประเทศไทยนั้น นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า “ได้รับรายงานแล้ว และทั้งหมดเป็นไปตามข่าวที่กองทัพได้เผยแพร่ ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานให้ทราบเมื่อเช้าที่ผ่านมาว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล โดยเหตุแสงสว่างที่ชายแดนเกิดจากการเดินสะดุดแฟลร์ส่องสว่างที่เราวางไว้ตามแนวลาดตระเวน” ก่อนจะบอกว่า “ก็อย่างที่ว่ามีที่ให้เดินตั้งเยอะไม่เดิน มาเดินตรงนี้”
พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีการยิงเข้ามาแบบต่อเนื่อง อีกทั้งในสัญญาหยุดยิง หากเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว ให้ผู้บังคับบัญชาสองฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เมื่อตกลงได้ก็ถือเป็นการยุติ แต่ไม่ควรเกิดขึ้นบ่อย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานระดับพื้นที่ได้มีข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องถึงระดับที่สูงขึ้นมา”
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลกับเหตุที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยถึงเรื่องชายแดน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ไม่กังวลเลย และไม่เกี่ยวข้องกัน” พร้อมทิ้งท้ายว่า “กองทัพของเราเข้มแข็ง”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/anutin-defends-bhumjaithai-campaign-and-rejects-political-warfare&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BGxRBaHoOOQ8XleWVneoR
