- หน้าแรก
- เศรษฐกิจ
สศอ. ชี้ ‘ฮาลาล’ โอกาสทองเศรษฐกิจไทย เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นผู้นำอาเซียน
12 พ.ย. 2025 เวลา 17:44 น.

สศอ. ชี้ ‘ฮาลาล’ โอกาสทองเศรษฐกิจไทย มูลค่าตลาดโลกทะลุ 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ เร่งดันส่วนแบ่งไทยขึ้นเป็นผู้นำอาเซียน
- สศอ. ชี้อุตสาหกรรมฮาลาลเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ด้วยมูลค่าตลาดโลกรวมสูงถึง 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้า (อาหาร, เครื่องสำอาง, ยา) และบริการ (ท่องเที่ยว, ขนส่ง)
- ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง 5 กลุ่มในการตอบสนองตลาดฮาลาล ได้แก่ อาหารจากพืช, อาหารสัตว์ (โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ปีก), สมุนไพรและเวชภัณฑ์, เครื่องสำอาง และแฟชั่น
- สศอ. ตั้งเป้าผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมฮาลาลไทยไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี และวางแผนพัฒนาระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2567–2571) เพื่อยกระดับมาตรฐาน, พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, และจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล
- เป้าหมายหลักคือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางฮาลาลของอาเซียน” โดยต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศด้านอาหาร การท่องเที่ยว และสุขภาพ
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมม (สศอ.) Special Talk | THAILAND’s NEW PROSPECT: The Global Halal Economy ในงานสัมมนา Thailand’s New Prospect ที่จัดโดย “เนชั่น กรุ๊ป” ว่า อุตสาหกรรมฮาลาลถือเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สู่ความมั่นคงและยั่งยืน เนื่องจากอุตสาหกรรมฮาลาลมีตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีผู้บริโภคจำนวนมหาศาลทั่วโลก นับเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถผลักดันสินค้าและบริการฮาลาลให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป
ทั้งนี้ สศอ. ได้ดำเนินการศึกษาทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมฮาลาลอย่างรอบด้านในปี 2023 พบว่า ฮาลาลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอาหารอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่มีศักยภาพเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา, เครื่องสำอาง, เคมีภัณฑ์, เสื้อผ้า, เครื่องมือแพทย์, สมุนไพร, อาหารเสริม, อาหารสัตว์, บรรจุภัณฑ์, ตลอดจนการท่องเที่ยวและการขนส่ง
จากการศึกษาพบว่ามูลค่าตลาดโลกฮาลาลรวม (ปี 2023)มีมูลค่าสูงถึง 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเป็นสินค้าฮาลาลมีมูลค่าถึง 546,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีสินค้าหลักประกอบด้วย 1. อาหารฮาลาล มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 43% มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ 2. เคมีภัณฑ์สัดส่วนสูงถึง 26% 3.ยา สัดส่วนประมาณ 11% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมด
ส่วนบริการฮาลาลมีมูลค่า 815,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลักที่มีมูลค่าสูงมาก ได้แก่ 1. การท่องเที่ยว 2. การขนส่ง และ 3. การบริการทางธุรกิจอื่นๆ ซึ่งขนส่งและบริการมีสัดส่วนใกล้เคียงกันคือประมาณ 20–22% ของมูลค่ารวมบริการ
นายศุภกิจ กล่าวว่า แม้ตลาดโลกจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ปัจจุบันการส่งออกสินค้าฮาลาลของประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 8,850 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าสินค้าฮาลาลตลาดโลก (546,000 ล้านดอลลาร์) ส่วนแบ่งของไทยมีเพียงแค่ 1.6% เท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ประเทศไทยสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวและมีส่วนร่วมในส่วนแบ่งตลาดนี้ได้อีกมากในอนาคต
“ปัจจุบันสินค้าส่งออกหลักของไทยคือ อาหาร ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 67% ของมูลค่าการส่งออกฮาลาลของไทย (ประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์) รองลงมาคือเคมีภัณฑ์ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20% (1,750 ล้านดอลลาร์)”
ทั้งนี้ ประเทศไทยมี 5 อุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีความโดดเด่นมากในการสนองตอบต่อตลาดฮาลาล ได้แก่ 1. อาหารการพืช มีศักยภาพสูงในการแปรรูปวัตถุดิบ เช่น น้ำตาล น้ำมันปาล์ม และผลไม้ต่าง ๆ 2. กลุ่มอาหารสัตว์ โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก ซึ่งได้รับการยอมรับ 3. กลุ่มสมุนไพรและเวชภัณฑ์ ถือเป็นจุดแข็งของไทยเนื่องจากมีทรัพยากรวัตถุดิบ 4. กลุ่มเครื่องสำอาง และ 5. กลุ่มสิ่งของและแฟชั่น
ส่วนประเทศผู้ส่งออกหลักในตลาดฮาลาลโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหรัฐฯ อินเดีย เยอรมนี และบราซิล ส่วนประเทศผู้นำเข้าและบริโภคหลักคือกลุ่ม OIC (ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม) นำโดยตุรกี 18% ราว 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อินโดนีเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับผู้ประกอบการไทย
นายศุภกิจ กล่าวต่อว่า แม้ตลาดฮาลาลโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6–8% แต่สินค้าไทยยังเติบโตเพียง 4.2% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องเร่งวางยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันการเติบโตไม่น้อยกว่า 10% และผลักดันไทยให้เป็น “ศูนย์กลางฮาลาลของอาเซียน”
ทั้งนี้ สศอ. ได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2567–2571) ครอบคลุมการยกระดับมาตรฐานฮาลาลให้เป็นสากล สร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และบริการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและโลจิสติกส์ รวมถึงการจัดตั้ง “นิคมอุตสาหกรรมฮาลาล” เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากรเฉพาะทาง การจัดแสดงสินค้า การขยายตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซ และการสร้างความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศอาเซียนและทั่วโลก
“ฮาลาลคือประตูเศรษฐกิจใหม่ของไทย ที่สามารถต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ ทั้งด้านอาหาร การท่องเที่ยว และสุขภาพ ซึ่ง สศอ. จะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่แนวหน้าธุรกิจฮาลาลโลกอย่างยั่งยืน”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1207357&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pcfVwbcRItP8u03TmUDqi
