“ศ.ดร.พวงทอง” แนะ 7 ข้อไทยควรเปิดด่าน เพื่อผลประโยชน์เศรษฐกิจของไทยเอง
ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ นักวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นเรื่องการเปิด – ปิดชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า โปรดเข้าใจว่าการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา ให้กับการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย โดยระบุว่า คนไทยกำลังเชื่อผิดๆ จากกรณีที่คิดว่าการปิดด่านชายแดนเป็นการลงโทษกัมพูชาให้ย่อยยับทางเศรษฐกิจ และเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
อ.พวงทอง ให้เหตุผลไว้ว่า สินค้าที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการส่งข้ามชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ผลิตในลักษณะ supply chain และหาก supply chain ถูก disrupt ประเทศที่เกี่ยวข้องล้วนได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด และบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านนี้ เข้ามาลงทุนในไทย และกัมพูชา ตามนโยบาย Thailand Plus ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2562 ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และเมื่อปีที่แล้ว (67) รัฐบาลไทยพานักลงทุนกว่า 20 ราย ไปทัวร์กัมพูชา ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา เพื่อหาทางจับคู่ทำการลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus
ดังนั้น การเปิดชายแดนจึงกระทบต่อภาคการผลิตของบริษัทต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาไม่พูด เท่าที่ได้ข้อมูลมา บริษัทญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศ และทางเรือแทน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อยล้านบาท
คำถามคือ ญี่ปุ่นไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง แต่เขาเข้ามาลงทุนด้วยควาเชื่อว่ารัฐบาลไทย จะอำนวยความสะดวกให้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่อำนวยความสะดวกให้เขาได้ ด้วยเหตุผลเรื่องชาตินิยมและความเกลียดชังกัมพูชาญี่ปุ่นคงเข็ดกับประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ คงได้ข้อสรุปว่าไทยไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้นักธุรกิจต่างชาติได้เลย อินฟลูฯ ไม่กี่คนก็สามารถขัดขวางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้
อ.พวงทอง ระบุอีกว่า การปิดด่านย่อมทำให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทยได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน แม้ว่าสินค้านั้นจะเป็นของบริษัทญี่ปุ่น แต่รายได้จากการส่งออกนับเป็นรายได้ของไทยด้วย หุ้นส่วนก็เป็นคนไทย แรงงานก็เป็นคนไทย
และที่น่าสนใจคือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่ รมว.กลาโหม ดูจะเข้าใจปัญหานี้ จึงได้เสนอเปิดด่าน เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล คือนายทหารที่สวมหมวกฝ่ายการเมืองด้วย ทำให้ได้รับข้อมูลรอบด้านมากขึ้น
แต่ที่น่าจะใจคือ ลูกน้องท่าน แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง กลับเสนอความเห็นสวนทางแบบไม่เกรงใจผู้บังคับบัญชา และบอกว่า พล.ท.บุญสิน อาจจะมีความรู้เรื่องรบดี แต่ยังต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการต่างประเทศเพิ่มเติมอีกมาก
พร้อมทิ้งท้ายว่า ไทยส่งออกไปกัมพูชาเดือนละประมาณหมื่นล้านบาท การห้ามส่งสินค้าไปกัมพูชา ฝ่ายที่เจ็บตัวแน่ๆ คือไทย เพราะกัมพูชาสามารถหันไปซื้อของจากเวียดนามและจีนได้ แถมราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจะต้องสูญเสียตลาดในกัมพูชาที่นักธุรกิจไทยใช้เวลาสร้างสมมากว่า 30 ปีอย่างนั้นหรือ? คนไทยอยู่กับการใช้อารมณ์ จนมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในระยะยาวหรืออย่างไร?
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/257002&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DxlbE-ffRJTcqAUpWu8al
