รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำเดือนกรกฎาคม 2568 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ-สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม-ประจำเดือนกรกฎาคม-2568-สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ-ณ-กรุงฮานอย

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำเดือนกรกฎาคม 2568

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย

————————————————-

  1. สรุปภาพรวมทั่วไปในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

 ด้านเศรษฐกิจ 

       • สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) ปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2568 เป็นร้อยละ 7 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน 2568 ที่ร้อยละ 6.5 ส่วนธนาคารTechcombank คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดีมากในช่วงที่เหลือของปี 2568 โดยคาดการณ์ว่า GDP ของปี 2568 จะเติบโตร้อยละ 7.68 บริษัทหลักทรัพย์ SSI ระบุว่า ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เวียดนามพยายามดำเนินการปฏิรูปสถาบัน การระดมทรัพยากร และการปรับตัวเชิงรุกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างรากฐานสำหรับการฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในช่วง เดือนสุดท้ายของปี 2568 และตลอดปี 2569 คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5-8

• นายกรัฐมนตรี Pham Minh Chinh มีคำสั่งที่ 133/CD-TTg ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินมาตรการเพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2568 ที่ร้อยละ 8.3-8.5 โดยสั่งให้กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ส่งเสริมการเติบโตทั้งภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และการประมง และภาคบริการ ปรับตัวกับนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และรักษาความสมดุลของเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการดำเนินการ ดังนี้ 1) ส่งเสริมการผลิตภาคอุตสาหกรรม และขยายห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่การผลิต 2) ส่งเสริมการผลิตทางการเกษตร ป่าไม้ และการประมงเพื่อการส่งออกและการบริโภคอย่างยั่งยืน 3) ส่งเสริมการพัฒนาบริการ การท่องเที่ยว และการใช้ประโยชน์จากตลาดภายในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และ 5) รับมือกับนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะประสานงานกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ต่อไปเพื่อให้บรรลุพันธกรณีที่ดีที่สุดสำหรับเวียดนาม มุ่งสู่ข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุม เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ ในทิศทางที่สมดุลและยั่งยืน

• กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade- MoIT) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างระเบียบว่าด้วยการกำหนดทิศทางการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศแทนน้ำมันเบนซินทั่วไป โดยคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ มกราคม 2569 ภายในปี 2574 อาจเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ E15 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริง ในการประชุมดังกล่าว ผู้เข้าร่วมได้หารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ของแผนงานนี้ ระบบมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค ความสามารถในการจัดหาเชื้อเพลิงชีวภาพภายในประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อผู้บริโภค ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม สมาคมผู้ผลิตยานยนต์เวียดนาม (Vietnam Automobile Manufacturers’ Association- VAMA) ให้ความเห็นว่า รถยนต์รุ่นใหม่ที่ผลิต ประกอบ หรือนำเข้าสามารถใช้งานร่วมกับน้ำมัน E10 ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและการใช้งาน        อย่างไรก็ตาม รถยนต์รุ่นเก่า โดยเฉพาะรุ่นที่ผลิตก่อนปี 2543 อาจยังมีผลกระทบอยู่บ้าง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการประเมินอย่างละเอียดก่อนที่จะประกาศระเบียบดังกล่าว

• กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้ออกคำสั่งเลขที่ 2320/QĐ-BCT ว่าด้วยแผนปฏิบัติการของกระทรวง เกี่ยวกับการบูรณาการระหว่างประเทศภายใต้สถานการณ์ใหม่ ตามคำสั่งดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะมุ่งเน้นดำเนินการในกลุ่มภารกิจสำคัญ ได้แก่ (1) การปรับปรุงและพัฒนาระบบกฎหมายและนโยบายด้านการค้า ทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี (2) การส่งเสริมการขยายตลาดส่งออก (3) การพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุนและพลังงานที่ยั่งยืน (4) การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (electronic commerce) การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ายังกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแล ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐระดับท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ได้มี         การมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่สำนักงานกระทรวง กรมนโยบายการค้าพหุภาคี (Multilateral Trade Policy Department: MTD) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

• รัฐบาลเวียดนามจะเสนอแก้ไขมติหมายเลข 18 เพื่อเป็นพื้นฐานในการแก้ไขกฎหมายที่ดินปี 2567 โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน และการควบคุมราคาที่ดินโดยนโยบายเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลในทางเชิงบวก กฎหมายที่ดินได้เริ่มดำเนินการ แก้ไขอุปสรรคต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารของรัฐ และมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การรักษาความมั่นคง และการป้องกันประเทศ นโยบายด้านที่ดินยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และนักลงทุน อย่างไรก็ตาม นโยบายและกฎหมายที่ดินยังคงมีข้อบกพร่อง และยังไม่สอดคล้องกับแนวทางการจัดโครงสร้างการบริหารราชการระดับท้องถิ่นแบบสองระดับ รวมถึงยังไม่ตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาประเทศในระยะใหม่ ตัวอย่างเช่น นโยบายเวนคืนที่ดินยังมีความแตกต่างระหว่างโครงการที่ใช้เงินทุนจากภาครัฐและโครงการที่ใช้เงินทุนจากภาคเอกชน ขั้นตอนการเวนคืนที่ดิน การชดเชย การช่วยเหลือ การจัดตั้งถิ่นฐานใหม่ การจัดสรรที่ดิน การให้เช่าที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินยังคงล่าช้า เป็นต้น

สำนักงานสถิติเวียดนาม (GSO) ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 วิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีจำนวนประมาณ 107,710 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 โดยมีทุนจดทะเบียน 928,400 ล้านล้านด่ง (1,144,670 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นในภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และ     การประมง จำนวน 949 ราย (+0.7%) ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง 23,600ราย (+3.1%) และภาคบริการ 83,200 ราย (+13.1%)วิสาหกิจ 41,477 รายในเวียดนามลงทะเบียนหยุดดำเนินการ (+16.7%)

image.png

                                  ที่มาhttps://www.gso.gov.vn/       

         ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI)  ในเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.11 จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.19 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าและบริการที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มบ้านพักอาศัยและวัสดุก่อสร้าง (+0.36%)  เครื่องดื่มและบุหรี่ (+0.25%)  กลุ่มวัฒนธรรม บันเทิง และ     การท่องเที่ยว (+0.2%) ธุรกิจร้านอาหารและบริการจัดเลี้ยง (+0.18%) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้าน (+0.1%)  และยาและบริการทางการแพทย์ (+0.03%) ส่วนกลุ่มสินค้าและบริการที่มีราคาลดลง ได้แก่ กลุ่มไปรษณีย์และโทรคมนาคม (-0.02%) และกลุ่มคมนาคมและการขนส่ง (-0.48%) ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 CPI เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.18

  • ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IIP) ในเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 IIP เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 อุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 การผลิตและการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.การจัดการและบำบัดน้ำเสียเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ลดลงร้อยละ 2.7   

image.png                                    

                                 ที่มาhttps://www.gso.gov.vn/       

  • ในเดือนกรกฎาคม 2568 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.โดยรายได้จากการขายปลีกสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.รายได้จากที่พักและบริการรับประทานอาหารนอกบ้าน (+15%) บริการการท่องเที่ยว     (+20%) และบริการอื่นๆ (+12.4%) 

image.png

                         ที่มาhttps://www.gso.gov.vn/

            ตาราง 1 เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568

เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจ

อัตราการเติบโต 

(%)

– ดัชนีราคาผู้บริโภค

3.26

– ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

8.6

– ยอดค้าปลีกของสินค้าและบริการ

9.3

– อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน

3.18

– มูลค่าการส่งออก

14.8

– มูลค่าการนำเข้า

17.9

         ที่มาhttps://www.gso.gov.vn/

ด้านการลงทุน

  • การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในช่วง เดือนแรกของปี 2568 รวม 2,254 โครงการใหม่ ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 10,030 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เงินทุนจดทะเบียนรวมทั้งโครงการลงทุนใหม่ โครงการที่ปรับเพิ่มเงินทุน และซื้อหุ้นในธุรกิจเวียดนามรวม 24,090 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+27.3%) โครงการลงทุนจากต่างชาติมีการเบิกจ่ายเงินทุนประมาณ 13,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.4%) ซึ่งสูงที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศที่มีเงินทุนจดทะเบียนใหม่มากที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ จีน และสวีเดน ในส่วนเงินทุนจดทะเบียนใหม่และเงินทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 8 รองจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน และสวีเดน

  • ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 จังหวัดที่มีการลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด ได้แก่ Bac Ninh, Ha Noi, Ho Chi Minh, Dong Nai และ Ba Ria – Vung Tau 

  • ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 นักลงทุนต่างชาติลงทุนใน 18 ภาคธุรกิจ โดยภาคการผลิตและแปรรูปมีมูลค่า12,120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ60.6 รองลงมาคือ ธุรกิจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

              การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 จำแนกตามรายประเทศ

                                                                                                                 หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ลำดับที่

ประเทศ

จำนวนโครงการใหม่

เงินทุน             จดทะเบียนใหม่

เงินทุนจดทะเบียน

ที่เพิ่มขึ้น

1

สิงคโปร์

305

2,840

1,421.7

2

เกาหลีใต้

241

279.8

2,937.6

3

จีน

695

2,272

353.2

4

ญี่ปุ่น

158

865.8

1,093.1

5

ฮ่องกง

274

721.2

452.9

6

ไต้หวัน

104

735

367.2

7

สวีเดน

4

1,000

20.2

8

ไทย

19

59.4

483.7

9

หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน

26

317.1

220.1

10

หมู่เกาะคาเมย์

5

81.5

338.7

อื่นๆ

305

2,840

1,421.7

รวม

241

279.8

2,937.6

                    ที่มา: กรมการลงทุนจากต่างชาติ     

  • ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568  การลงทุนจากประเทศไทยมี 19 โครงการใหม่ ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 59.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีการปรับเพิ่มเงินทุน 476.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 9  โดยมี 776 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินทุนจดทะเบียนรวม 15,242 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ลงทุนด้านอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูป ภาคการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น นักลงทุนไทยรายใหญ่ที่ลงทุนในเวียดนาม เช่น SCG Group, CP Vietnam, TCC Group, Central Group, WHA Corporation, Hemaraj, ThaiBev, Amata, B.Grimm Power, Super Energy Corporation, Stark Coporation, Gunkul Engineering, Gulf Energy Development, J.S.T Vietnam เป็นต้น

2. การค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568

    ในเดือนกรกฎาคม 2568 เวียดนามเกินดุลการค้า 2,289 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมูลค่าการค้า 82,285
ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 จากเดือนก่อน โดยแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 42,287 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  (+7.0%) และการนำเข้า 39,998 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+9.1%) จากเดือนก่อน การส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้ารวมอยู่ที่ 514,700 ล้านเรียญสหรัฐฯ (+16.3%) โดยการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 และการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.9 มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนกรกฎาคม 2568 เพิ่มขึ้น  ร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

 ตาราง 7 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568                                                                                                                                         หน่วยล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปี 2567

(ม.ค -ธ.ค)

อัตราการเติบโต ปี 2567         

   (%)

ม.ค  ก.ค   2567

ม.ค  ก.ค  2568

อัตราการเติบโต (ม.ค  ก.ค 2568)

   (%)

มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ

 + มูลค่าการส่งออก

 + มูลค่าการนำเข้า

786,294

405,531

380,763

15.3

14.3

16.7

442,448

228,543

213,905

514,714

262,462

252,255

16.3

14.8

17.9

 ที่มา: กรมศุลกากรเวียดนาม

  • ตลาดส่งออกหลักของเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ได้แก่ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้นำเข้าสินค้าเวียดนามรายใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่า  85,122 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+27.9%) ตามด้วยจีน มูลค่า 35,022 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+7.8%) เกาหลีใต้ 16,298 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+11.9%) ญี่ปุ่น 15,148 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+10.1%) และฮ่องกง 9,420 (+33.7%) เป็นต้น

  • ตลาดนำเข้าหลักของเวียดนาม ได้แก่ จีน มูลค่า 101,455 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+27.2%) รองมาเป็นเกาหลีใต้  33,663 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+5.4%) ไต้หวัน 18,007 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+45.2%) ญี่ปุ่น 13,774 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+89.2%) และสหรัฐอเมริกา 10,535 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+22.7%) 

  • สินค้าส่งออกสำคัญของเวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบมีมูลค่า 56,711 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+41.9%) โทรศัพท์และส่วนประกอบมีมูลค่า 32,460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-0.4%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 32,198 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+14.6%)  สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมีมูลค่า 22,588 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+11%) และรองเท้า 14,086 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+9%) 

  • สินค้านำเข้าหลักๆ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบมีมูลค่า   81,784 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+37.2%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ  33,487 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+24.5%) ผ้าทุกชนิด  8,754 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+3.2%) วัตถุดิบพลาสติก 5,933 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+19.7%) และโทรศัพท์และส่วนประกอบมีมูลค่า 5,877 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.2%)

3. การค้าระหว่างไทย – เวียดนามในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 

        การค้าระหว่างไทย – เวียดนามในเดือนกรกฎาคม 2568 มีมูลค่า 1,798 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น         ร้อยละ 4.7 จากเดือนก่อน โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกไปเวียดนาม 1,137 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+6.7%) และมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากเวียดนาม 668 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-8.8%) ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 การค้าระหว่าง   ไทย – เวียดนาม มีมูลค่า 12,297 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+8.09%) โดยการส่งออกไปเวียดนามมีมูลค่า 7,457 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+10.5)  และการนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมีมูลค่า 4,840 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (+4.6) 

          ตาราง 8 มูลค่าการค้าระหว่างไทย  เวียดนามในช่วง 7 เดือนของปี 2568        

                                                                                                              หน่วยล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปี 2567

(ม.ค -ธ.ค)

อัตราการเติบโต ปี 2567         

   (%)

ม.ค- ก.ค  2568

ม.ค- ก.ค  2568

อัตราการเติบโต (ม.ค- ก.ค 2568)

   (%)

 – มูลค่าการค้า

  มูลค่าการส่งออกไปเวียดนาม

  มูลค่าการนำเข้าจากเวียดนาม

20,230
12,447

7,783

6.6

5.6

        8.3

11,376

6,749

4,627

12,297

7,457

4,840

8.09

10.5

4.6

สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568  เรียงลำดับตามสัดส่วนการนำเข้า ดังนี้

       ตาราง 9 สินค้าหลักที่เวียดนามนำเข้าจากไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568

                                                                                                              หน่วยล้านเหรียญสหรัฐฯ

ลำดับที่

สินค้า

ปี 2567

(ม.ค -ธ.ค)

อัตราการเติบโต         ปี 2567         

(%)

ม.ค- ก.ค   2567

ม.ค- ก.ค  2568

อัตราการเติบโต (ม.ค- ก.ค 2568)

   (%)

1

ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ

1,320

-22.7

696.1

982.6

41.2

2

รถยนต์ทุกชนิด

1,241

8.4

628.6

821.6

30.7

3

เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและส่วนประกอบ

643

-25.0

561.1

614.4

9.5

4

เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

800

22.1

556

600.3

8.0

5

ส่วนประกอบและชิ้นส่วน    ยานยนต์

712

13.4

360.8

431.6

19.6

6

วัตถุดิบพลาสติก

691

-1.7

377.9

392.7

3.9

7

สารเคมี

382

6.1

217.7

212.8

-2.3

8

ผลิตภัณฑ์สารเคมี

379

-6.0

209.9

211.3

0.7

9

วัตถุดิบสิ่งทอ เครื่องหนัง

325

19.9

186.1

194.6

4.6

10

น้ำมันทุกประเภท

1,014

11.7

224

91.2

-59.3

 

อื่นๆ

4,940

2,731

2,904

6.3

รวม

12,447

5.6

6,749

7,457

10.5

ที่มากรมศุลกากรเวียดนาม

image.png

สินค้าที่เวียดนามส่งออกไปไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568  เรียงลำดับตามสัดส่วนการส่งออก ดังนี้

                ตาราง 10 สินค้าหลักที่เวียดนามส่งออกไปไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568

                                                                                                              หน่วยล้านเหรียญสหรัฐฯ

ลำดับที่

สินค้า

ปี 2567

(ม.ค -ธ.ค)

อัตราการเติบโต ปี 2567         

   (%)

ม.ค- ก.ค   2567

ม.ค- ก.ค  2568

อัตราการเติบโต (ม.ค- ก.ค 2568)

   (%)

1

ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

580

-19.0

422.7

875.1

107

2

เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ

1,047

13.2

568.9

607.3

6.7

3

โทรศัพท์และส่วนประกอบ

785

-23.0

567.7

456.2

-19.6

4

ยานยนต์และชิ้นส่วน

688

-7.5

345.1

375.0

8.7

5

น้ำมันดิบ

886

48.4

526.0

296.0

-43.7

6

กาแฟ

170

51.7

107.3

191.8

78.8

7

สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

278

120.6

165.4

170.4

3.0

8

สัตว์น้ำสด แช่แข็ง แช่เย็น 

แปรรูป และ กึ่งแปรรูป

377

117.9

128.5

167.3

30.2

9

เหล็ก เหล็กกล้า

289

24.0

90.1

151.0

67.6

10

ผลิตภัณฑ์สารเคมี

259

-0.4

245

76.4

-68.8

 

อื่นๆ

2,445

1,705

1,474

รวม

7,783

8.3

4,627

4,840

4.6

ที่มากรมศุลกากรเวียดนาม

4ความเห็น สคต.         

          แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายประการ      เช่น ความเสี่ยงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของเวียดนาม ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะเป็นช่วงเวลาของการใช้อัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ อัตราภาษีร้อยละ 20 ที่ใช้กับเวียดนามจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ สิงหาคม 2568 พร้อมกับประเทศอื่นๆ      อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าที่บรรทุกขึ้นเรือแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการขนส่งและผ่านพิธีการก่อนวันที่ ตุลาคม 2568 ยังคงใช้อัตราภาษีเดิมตามคำสั่งที่ 14257 ของสหรัฐฯ อัตราภาษีร้อยละ 20 สำหรับสินค้าเวียดนามสูงกว่าบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะลดขีดความสามารถในการแข่งขันและผลกำไรของการส่งออกจากเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญๆ เช่น ไม้ สิ่งทอ เหล็กและเหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์โลหะ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเครื่องจักรและอุปกรณ์  เป็นต้น (จากปัจจุบันภาษีเพียงร้อยละ 10)

          แนวโน้มการส่งออกและนำเข้าระหว่างไทยและเวียดนามในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ยังคงเติบโตเป็นบวกจากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ เช่น การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม การนำเข้าส่งออกสินค้า การเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐ การลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการบริโภคในประเทศที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจเวียดนามยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายประการ เช่น ความเสี่ยงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ และแนวโน้มการบริโภคที่ลดลงในตลาดสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของเวียดนาม ซึ่งอาจทำให้ความต้องการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อส่งออกของเวียดนามลดลง รวมทั้งผู้ประกอบการเวียดนามอาจส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าในตลาดในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันกับสินค้าของไทยด้วย   

                                                                                                 สิงหาคม 2568

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ybyuqh3mimrhgti1txym4o3h&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uidvkUMz-xkst49QRBlop