“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ-2569”:-วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย

วิเคราะห์ 3 มรสุมใหญ่

1.    ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geopolitics & Geoeconomics): การใช้ภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นอาวุธทางการเมือง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกผันผวน

2.    ภัยพิบัติและภาวะโลกร้อน (Climate Change): ภาระงบประมาณมหาศาลในการเยียวยาน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพการคลัง

3.    ความอ่อนแอเชิงโครงสร้างภายใน: หนี้ครัวเรือนที่ฝังรากลึกและสังคมสูงวัยที่ทำให้การบริโภคภายในประเทศติดหล่ม รวมถึงสัดส่วนการลงทุนที่ลดลงจาก 40% ของ GDP ในอดีตเหลือเพียง 23% ในปัจจุบัน

เปิดยุทธศาสตร์ “ธนู 3 ดอก”

o    ดอกที่ 1: การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว: มุ่งเน้น Clean Energy และการเปิด Direct PPA เพื่อดึงดูด FDI ในกลุ่มอุตสาหกรรมนวัตกรรม

o    ดอกที่ 2: การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Skill Bridge): การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษากับโลกธุรกิจ โดยมีข้อกำหนดให้ผู้รับสิทธิประโยชน์ BOI ต้องทำ Technology Transfer สู่แรงงานไทย

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ 

o    ดอกที่ 3: การปฏิรูปกฎหมาย (Omnibus Law): การออกกฎหมายรวบยอด (กฎหมายรวบยอด) เพื่อลดขั้นตอนราชการที่ซับซ้อน ปลดล็อกปัญหาที่ดินและใบอนุญาตให้เป็น Fast Track
ยุทธศาสตร์เหล่านี้จะเป็นเลเยอร์พื้นฐานที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก่อนจะส่งต่อให้นโยบายการเงินเข้ามาทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การปฏิรูปโครงสร้างการเงินและการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉายภาพในมิติของเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพและการเติบโตของ GDP คือสองด้านของเหรียญเดียวกัน หากเศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพเป็นเวลานาน เสถียรภาพย่อมพังทลายลงในที่สุด

•    ประเมินมาตรการเฉพาะจุด (Targeted Policies): ธปท. ปรับบทบาทเชิงรุกผ่าน 4 แผนงานหลัก: 1) การแก้หนี้ NPL รายย่อย (บัญชีต่ำกว่า 1 แสนบาท) ผ่าน Virtual AMC 2) การเติมสินเชื่อ SME แสนล้านบาทผ่านกลไกค้ำประกัน 3) การกำกับดูแลทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล (USDT) เพื่อสกัดทุนเทาและลดความผันผวนของค่าเงิน และ 4) การสังคายนาค่าธรรมเนียมธนาคาร (เช่น Prepayment Fee และ Transaction Fee) ให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย วิทัย รัตนากร

•    วิเคราะห์ “SWOT” : ความท้าทายที่แท้จริงคือการที่ Potential GDP (ศักยภาพการเติบโต) ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.7% การกระตุ้นความต้องการ (Demand Side) ระยะสั้นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้โจทย์นี้ได้ แต่ต้องอาศัยการลงทุนใหม่และเพิ่ม Productivity เพื่อยกเพดานการเติบโตให้สูงขึ้น

หัวข้อเปรียบเทียบ

นโยบายการเงินแบบเดิม

บทบาทเชิงรุกของ ธปท. ในยุคใหม่

เครื่องมือ

เน้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

มาตรการเฉพาะจุด (Targeted) + ดอกเบี้ย

การจัดการหนี้

ปล่อยตามกลไกตลาด

เข้าแทรกแซงเชิงโครงสร้าง (NPL/SME Boost)

การกำกับดูแล

เน้นระบบธนาคารพาณิชย์

ขยายสู่ทองคำ/สินทรัพย์ดิจิทัล/สกัดทุนเทา

เป้าหมายหลัก

เสถียรภาพเงินเฟ้อ

เสถียรภาพควบคู่การเติบโตที่ทั่วถึง

โอกาสและการขับเคลื่อน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

เมลินดา กู๊ด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา มองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งที่หายากคือความเป็น “Neutral Middle” หรือตัวกลางที่เป็นกลางท่ามกลางสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งปิดช่องว่าง “Missing Middle” ในด้านเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

•    วิเคราะห์ 5 เครื่องยนต์เติบโต

1.    Agribusiness: เน้นความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยมีตัวอย่างความสำเร็จคือ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ (Pet Food) ที่ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต Top 5 ของโลก

2.    Manufacturing: ยกระดับสู่ Green & Advanced Manufacturing

3.    Tourism: เปลี่ยนจากปริมาณสู่คุณภาพ

4.    Creative Industries: การแปรรูป Soft Power สู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ

5.    Digital Services: การสร้าง Data Center สู่การเป็น Digital Backbone ของภูมิภาค

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย เมลินดา กู๊ด 

•    มูลค่าทางเศรษฐกิจและจุดเปลี่ยน

o    หากไทยยกระดับทักษะดิจิทัลพื้นฐานได้ จะเพิ่ม GDP ได้ถึง 20%

o    การปรับปรุงภาคการผลิตสีเขียวช่วยเพิ่ม GDP ได้อีก 2.9% ภายใน 10 ปี

o    หากภาค ICT ของไทยเทียบเท่ามาเลเซีย จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

o    วิเคราะห์: ปัญหาใหญ่คือ Digital Skill Deficit โดยเยาวชนและผู้ใหญ่ถึง 74% ยังขาดทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน
 

The Great Reset: การปรับฐานเศรษฐกิจไทยในยุคโลกปั่นป่วน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนสมาคมธนาคารไทย มองว่า เรากำลังอยู่ในโลกที่เรียกว่า “Never Normal” ที่พายุสงครามการค้ายกที่ 2 (Trump Tariff) จะรุนแรงและยืดเยื้อ ดร.กอบศักดิ์ใช้การเปรียบเทียบที่คมชัดว่า “ประเทศไทยวันนี้คือ Sony ในโลกที่มี LG และ Samsung” หากเราไม่เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังเหมือนเครื่องเล่น MP3 ในยุคที่มี iPod

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย •    วิเคราะห์การเปลี่ยนผ่าน: อุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปและฮาร์ดดิสก์รุ่นเก่ากำลังเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว (Dying Industries) สวนทางกับ EV, AI และ Data Center ที่กำลังผงาดขึ้น โดยมียอดขอรับส่งเสริมการลงทุน (FDI) สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เป็นโอกาสทองที่ไทยต้องรีบคว้า

•    ถอดรหัสหนี้ครัวเรือน: ปัญหารากเหง้าคือ หนี้นอกระบบที่มีสัดส่วนสูงถึง 42% ซึ่งมีกลไกทวงถามที่รุนแรงและดอกเบี้ยมหาศาล เป็นตัวฉุดรั้งกำลังซื้อที่แท้จริงของประเทศ

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล

•    3 คาถาเพื่อการอยู่รอด: มองโลกตามจริง (ยอมรับว่าโมเดลเดิมใช้ไม่ได้แล้ว), เปลี่ยนผ่านให้เร็ว (Pivot สู่เทคโนโลยีใหม่), และลงมือทำ (Execution)

The Great Resilience: กลยุทธ์การปรับตัวของยักษ์ใหญ่พลังงานไทย

ภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)  กล่าวว่า ในฐานะองค์กรยุทธศาสตร์ ปตท. ใช้กลยุทธ์ “Lean & Clean” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการสร้างกำไรที่ยั่งยืน

•    กลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอ: เร่งการ Divest (ถอนการลงทุน) ในธุรกิจที่ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และ Accelerate ในกลุ่ม LNG และระบบนิเวศ EV

•    Asset Monetization (ขุมทรัพย์ในงบดุล): การหยิบสินทรัพย์ที่ “นั่งเฉยๆ” เช่น ท่อส่งและคลังน้ำมัน มาสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางเพื่อดึงดูดพันธมิตรระดับโลก (Strategic Partners) ซึ่งได้รับความสนใจจาก Private Equity ชั้นนำกว่า 15 ราย

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย ภัทรลดา สง่าแสง

•    Mission X และ AI: ปตท. พิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้ AI และการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน (Internal Improvement) สามารถ เพิ่มกำไรได้ถึง 3.8 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนงานรูทีนให้เป็นงานสร้างสรรค์

ทรานส์ฟอร์มการท่องเที่ยวสู่ Migration Economy

พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า ถึงเวลาต้องเลิกนับแค่จำนวนหัวนักท่องเที่ยว และหันมาโฟกัสที่ “มูลค่า” ผ่านโมเดล “Migration Economy”

•    วิเคราะห์ช่องว่าง: นักท่องเที่ยวในไทยพักเฉลี่ย 11.6 วัน (นานกว่าญี่ปุ่น/เม็กซิโก) แต่ใช้จ่ายเพียง 385 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อวัน ขณะที่คู่แข่งอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ นี่คือช่องว่าง “Long Stay, Low Pay” ที่ต้องเร่งแก้ไข

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย พราวพุธ ลิปตพัลลภ

•    กลยุทธ์ Soft Power และ IP: การสร้าง IP (Intellectual Property) ระดับโลกในไทย เช่น “Thai Boxing Capital” ที่ไม่ใช่แค่ค่ายมวย แต่รวมถึง Athlete Visa, Wellness Rehab และ Branded Residences เพื่อดึงดูดเม็ดเงินมหาศาล

•    ข้อเสนอแนะ: รัฐต้องเชื่อมโยง ททท. และ BOI เพื่อเปลี่ยน “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ให้เป็น “นักลงทุนและประชากรคุณภาพ” ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้รอยต่อ

Roadmap สู่ปี 2569

สรุปจุดร่วมสำคัญจากเหล่านักยุทธศาสตร์: ประเทศไทยต้องเลิกวิเคราะห์แต่ต้องเริ่ม “Execution” ทันทีผ่าน 5 Action Plan หลัก

1.    Legal Transformation: ออก Omnibus Law เพื่อรวบยอดขั้นตอนอนุมัติการลงทุนให้จบในจุดเดียว

2.    Structural Debt Resolution: แก้หนี้นอกระบบ 42% อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคืนกำลังซื้อให้ฐานราก

3.    Human Capital Reboot: ใช้โครงการ Skill Bridge และ AI มายกระดับทักษะดิจิทัลเพื่อปิดช่องว่าง Digital Deficit

4.    Industry Pivot: เคลื่อนย้ายทรัพยากรจากอุตสาหกรรมเก่า (Sony Model) สู่ New Economic Core (AI/Data Center/Green Manufacturing)

“ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ 2569”: วิสัยทัศน์และข้อเสนอทางรอดประเทศไทย

5.    Migration Strategy: ยกระดับการท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการพำนักคุณภาพสูง สร้าง Value Density จาก 385 ดอลลาร์สหรัฐ ให้สูงขึ้น

กุญแจสำคัญคือ “3 คาถา” ของความอยู่รอด: มองโลกตามจริง เปลี่ยนผ่านให้เร็ว และที่สำคัญที่สุดคือการลงมือทำ (Execution) เพราะในมรสุมปี 69 ผู้ที่รอดไม่ใช่ผู้ที่รอ แต่คือผู้ที่กล้าจะข้ามขีดจำกัดเดิมตั้งแต่วันนี้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738556&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qZxnWiM8a8eSISF4xUXWi