ในปี 2568 นับตั้งแต่ช่วงเทศกาลนวราตรี (Navratri) จนถึงเทศกาลดิวาลี (Diwali) เศรษฐกิจของอินเดียมีการขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในหมวดสินค้ารถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทองคำที่มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 – 50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ข้อมูลจาก Business Standard ระบุว่า มูลค่าการค้าปลีกทั่วประเทศในช่วงเทศกาล Diwali สูงถึง 6.05 ล้านล้านรูปีอินเดีย ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 จากปี 2567 ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น Maruti Suzuki, Tata Motors และ Hyundai ระบุว่าปีนี้มียอดขายเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อิเล็กทรอนิกส์และสมาร์ตโฟน เครื่องประดับและทองคำ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก

โดยมีปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนให้ยอดขายการเติบโต ได้แก่
1. นโยบายการปรับลดภาษี GST:
การประกาศปรับโครงสร้างภาษีสินค้าและบริการ (GST) ของรัฐบาลอินเดียช่วยลดต้นทุนสินค้า เพิ่มความสามารถในการจับจ่ายของประชาชน
2. อุปสงค์ที่ถูกกักไว้ (Pent-up Demand):
ในช่วงหลัง 6 เดือน ผู้บริโภคอินเดียมักระมัดระวังการใช้จ่าย เพื่อรอจับจ่ายสินค้าราคาแพงในช่วงเทศกาลสำคัญ
3. โปรโมชั่นและสินเชื่อจูงใจ:
ผู้ขายหรือผู้ให้บริการมีการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาล เช่น การผ่อนชำระ (EMI) เงินคืน (Cashback) และของขวัญเทศกาล
4. กระแสรักชาติ “Vocal for Local”:
ผู้บริโภคอินเดียกว่าร้อยละ 87 เลือกซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ภายใต้นโยบาย “Make in India” ซึ่งช่วยส่งเสริมภาคการผลิตในประเทศ
5. การเติบโตของเมืองระดับ Tier-2 และ Tier-3:
ยอดขายในเมืองรองและเมืองขนาดกลางคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายรวม สะท้อนถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเมืองระดับ Tier-2 และ Tier-3 ที่มีรายได้และอำนาจในการจับจ่ายเพิ่มมากขึ้น
6. การฟื้นตัวของภาคบริการ:
โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยวมียอดจองสูงสุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะในสัปดาห์เทศกาล Diwali
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนแห่งเทศกาลถือเป็นช่วงที่มีการบริโภคในอินเดียสูงสุด คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดค้าปลีกประจำปีทั้งหมด โดยในปี 2567 การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
แต่ในปี 2568 มีปัจจัยเชิงบวกหลายประการ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อลดลง การปรับภาษีให้เหมาะสมขึ้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัว ส่งผลให้การบริโภคกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพรีเมียม การช้อปปิ้งออนไลน์ และบริการที่มีคุณภาพสูง ขณะที่ด้านผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกก็เตรียมสินค้าและระบบโลจิสติกส์ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดตลาดในช่วงที่ยอดขายพุ่งสูง
ข้อเสนอแนะ
จากพฤติกรรมผู้บริโภคในอินเดียที่นิยมจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะในช่วงนวราตรีและดิวาลี ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดส่งออกมายังอินเดียอาจพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้
1. วางแผนการกระจายสินค้าให้ทันช่วงเทศกาล: เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล
2. จัดทำแคมเปญส่งเสริมการขาย: เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลและต่อเนื่องหลังเทศกาล
3. พิจารณาช่องทางจำหน่ายแบบ Omnichannel: ใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
4. เพิ่มความร่วมมือกับผู้นำเข้าท้องถิ่น: เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อพฤติกรรมการบริโภคของตลาดอินเดียได้อย่างยืดหยุ่นและทันเวลา
แหล่งอ้างอิง
-
The Economic Times, “Festive Sales Season Ends with a Bang: Car, Smartphone, and White Goods Purchases Soar 50% YoY”, 20 October 2025.
-
Business Line, “Gold, Electronics, Auto Sectors Shine Bright This Festive Season”, 21 October 2025.
-
The Hindu, “Festive Rush Lifts Retail and Hospitality Sectors to Record Levels”, 22 October 2025.
-
Business Standard, “Diwali 2025 Sales Hit ₹6.05 Lakh Crore as Domestic Goods Demand Soars”, 21 October 2025.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/post-knowledge/kwzr1ewenyalimtyvee559eg&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IkLMhKZebRjiiwM5jmMxn
