ดัชนีเชื่อมั่นฯ ส.ค. แตะ 53.2 สูงสุด 6 เดือน เตือน ก.ย.-ต.ค. เศรษฐกิจเสี่ยงทรุด

ดัชนีเชื่อมั่นฯ-สค-แตะ-532-สูงสุด-6-เดือน-เตือน-กย-ตค.-เศรษฐกิจเสี่ยงทรุด
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยภาพรวม ในเดือนสิงหาคม

8 กันยายน 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากกลุ่มตัวอย่าง 2,240 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยภาพรวม ในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.2 ซึ่งเป็นการปรับดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 36.5 และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 61.4

เมื่อแยกตามดัชนีพบการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกด้าน ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 46.6

  • ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ อยู่ที่ระดับ 50.9
  • ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 62.1

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยประคับประคองและผลักดันความเชื่อมั่น ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย plus 60/40” ที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ต่อปี การส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัวต่อเนื่อง มติ ครม. เห็นชอบขยายเวลาคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 1 ปี ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ที่ปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่าปีที่ผ่านมา

ขณะที่ปัจจัยลบที่ยังกดดันความเชื่อมั่น ได้แก่ ความรู้สึกของประชาชนว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าและรายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ราคาขายปลีกพลังงานในประเทศที่ปรับสูงขึ้น โดยแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นลิตรละ 1 บาท และดีเซลเพิ่มขึ้น 1.7 บาทต่อลิตร ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวลดลง 28.48 จุดในเดือนสิงหาคม สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและผลผลิตการเกษตร การแข็งค่าของเงินบาทมาอยู่ที่ระดับ 33.015 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม และความวิตกกังวลต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและความขัดแย้งบริเวณชายแดน

ด้านดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายของผู้บริโภคพบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ที่ 60.8

  • ซื้อบ้านหลังใหม่อยู่ที่ 37.2
  • ท่องเที่ยวอยู่ที่ 82.6
  • การลงทุนทำธุรกิจอยู่ที่ 29.7

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

อย่างไรก็ดี ดัชนีความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองในเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงทั้งในปัจจุบัน (57.7) และอนาคต (58.9) เนื่องจากความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเมือง

จับตา ก.ย.-ต.ค. ไร้มาตรการเศรษฐกิจเสี่ยงทรุด

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เดือนกันยายนและตุลาคมนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทยเนื่องจากโครงการ “ไทยช่วยไทย plus” ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 140,000 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กำลังจะสิ้นสุดโครงการลงในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ หากในเดือนตุลาคม รัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นการบริโภคหรือมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานใหม่ออกมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง สัญญาณการบริโภคของภาคเอกชนอาจชะลอตัวลงและกลับมาทรุดตัวได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศที่อาจสร้างความพลิกผัน เช่น ความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลางที่อาจดันราคาน้ำมันดิบโลกขยับขึ้นแตะระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองและการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลในประเทศที่อาจทำให้นโยบายเศรษฐกิจสะดุดลง

แถลงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยภาพรวม ในเดือนสิงหาคม

เอกชนแนะ 5 เรื่องเร่งด่วนเสนอภาครัฐ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอแนะแนวทางเร่งด่วน 5 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ได้แก่

1.เร่งบริหารจัดการน้ำและภัยน้ำท่วมโดยด่วนที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อธุรกิจและเกษตรกรรม

2.บริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการผลิต ทั้งค่าไฟฟ้า ราคาพลังงาน และระบบขนส่ง

3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงรอบด้าน

4.ปกป้องและคุ้มครองผู้ประกอบการไทย จากการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติและสินค้านำเข้าราคาถูก

5.ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ไม่ให้ผันผวนจนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออก

นอกจากนี้สถาบันการเงินและภาครัฐจำเป็นต้องร่วมกันวางกรอบเพื่อเอื้อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สินเชื่อ และปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายขึ้นเพื่อประคองตัวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจนี้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/668442&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EzcDtVkWIAx9iRW6758PU