รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับภูมิภาคของธนาคาร BBVA[1] ระบุว่า ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนในปี พ.ศ. 2568 มีแนวโน้มชะลอตัวลงในเกือบทุกภูมิภาค โดยประมาณการ GDP ระดับประเทศถูกปรับลดลง 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ จาก 2.8% เหลือ 2.5% สาเหตุหลักของการปรับลดเกิดจากการปรับข้อมูลทางสถิติย้อนหลังของสถาบันสถิติแห่งชาติ (INE[2]) สำหรับไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2567 ซึ่งล่าสุดชี้ว่าการบริโภคภายในประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสต่อ ๆ ไปยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกสินค้าเป็นหลักรวมถึงการลงทุนของภาคเอกชนซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจฉุดการเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจสเปน

กราฟแสดงแนวโน้ม GDP ในแต่ละไตรมาส ตั้งแต่ปี 2565–2568 ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีการชะลอตัวบ้างในบางช่วง เช่น ปลายปี 2567 แต่แนวโน้มยังคงบวก ระดับ 0.6–0.7% ต่อไตรมาส แสดงถึงความต่อเนื่องและเสถียรภาพของการเติบโตของเศรษฐกิจสเปน
ที่มา: BBVA Research โดยอ้างอิงจากสถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE)
[1] ธนาคาร BBVA (Banco Bilbao Vizcaya Argentaria, S.A.)เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน
[2] INE (Instituto Nacional de Estadística) คือ สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน
ภาคส่งออกในแคว้นทางเหนือรับผลจากความไม่แน่นอนของการค้าโลก
ความไม่แน่นอนของการค้าระหว่างประเทศส่งผลโดยตรงต่อภาคการส่งออกและอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจในแคว้นตอนเหนือมีแนวโน้มชะลอตัวลง ประมาณการเติบโตของ GDP ถูกปรับลดลงเหลือ 1.8% ในแคว้นอัสตูเรียส (Asturias) และกันตาเบรีย (Cantabria) 1.9% ในอารากอน (Aragon) 2.0% ในกัสติยาและเลออน (Castilla y León) 2.2% ในนาวาร์รา (Navarra) และ 2.3% ในแคว้นบาสก์ (País Vasco) และกาลิเซีย (Galicia)
ภาคบริการยังเป็นหัวจักรหลัก เอื้อเศรษฐกิจหมู่เกาะ
ในทางกลับกัน ภาคบริการยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสเปนและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภูมิภาคที่คาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นในปี 2568 ได้แก่ หมู่เกาะคานารี Canarias (3.4%) หมู่เกาะบาเลอาริก Baleares (3.2%) และ นอกจากนี้แคว้นวาเลนเซีย Valencia (3.1%) ยังมีการประมาณการไว้ค่อนข้างสูงเนื่องจากได้รับประโยชน์จากงบประมาณภาครัฐและมาตรการฟื้นฟูผลกระทบจากพายุ DANA
สำหรับแคว้นกาตาลุญญา (Cataluña) และ กรุงมาดริด (Madrid) คาดว่าได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการส่งออกที่แข็งแกร่ง คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ 2.6% ส่วนแคว้นทางตอนใต้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคที่ชะลอตัว โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ถูกกกระทบจากภาคส่งออกในระดับจำกัด ทั้งนี้ แคว้นมูร์เซีย Murcia (2.8%) และ อันดาลูเซีย Andalucía (2.7%) ยังคงได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แคว้นกัสติยา–ลามันชา (Castilla- La Mancha) และ เอ็กซ์เตรมาดูรา (Extremadura) คาดว่าจะเติบโตในอัตรา 2.5% และ 2.3% ตามลำดับ

แหล่งข้อมูล: Observatorio Regional ของ ธนาคาร BBVA Research ปี 2568
ปี 2569 คาดวาเลนเซีย มาดริด กาลิเซียโตกว่าค่าเฉลี่ย
ทั้งนี้ การคาดการณ์ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) สเปน สำหรับปีหน้า 2569 ถูกปรับลง เหลือ 1.7% จากปัจจัยเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก ต้นทุนที่สูงขึ้น ปัญหาคอขวด เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบและการลงทุนที่ซบเซา โดยตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคทางเหนือมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบสูงจากความไม่แน่นอนทางการค้ากับสหรัฐฯ และการพึ่งพาอุตสาหกรรมการส่งออก ส่วนภาคใต้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าและมีการเติบโตที่มั่นคงกว่า อย่างไรก็ตาม ในภาคอุตาหกรรมการท่องเที่ยวของบางภูมิภาคคาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจะต่ำลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น หมู่เกาะคะเนรีCanarias (1.7%) และ หมู่เกาะบาเลอาริก Baleares (1.6%) แคว้นกาตาลุญญา Cataluña (1.5%) และ แคว้นบาเลนเซีย Valencia ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยรวมมีการประเมินว่าทุกภูมิภาคจะชะลอตัวลงมาอยู่ในช่วง 1.5–1.8% โดย แคว้นบาเลนเซีย จะยังคงรักษาการเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยไว้ได้ที่ 2.4% จากความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และมาดริดในระดับ 1.9%
โดยสรุปแล้วการคาดการณ์ของ BBVA Research และ สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE) สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสเปนมีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังจากการฟื้นตัวในช่วงหลังโควิด-19 โดย GDP ของประเทศขยายตัว 3.2% ในปี 2567 ก่อนประเมินว่าจะลดลงเป็น 2.5% ในปี 2568 และ 1.7% ในปี 2569 การชะลอตัวนี้ชี้ถึงการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของเศรษฐกิจ ภายใต้เงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นและอุปสงค์ของภาคการส่งออกจากต่างประเทศที่ลดลง ในระดับภูมิภาค
ที่มา: BBVA Research / สถาบันสถิติแห่งชาติของสเปน (INE)
ข้อคิดเห็นของ สคต.
แม้รายงานการวิเคราะห์จากธนาคารหลักของสเปนจะแสดงให้เห็นว่าในปี 2569 เศรษฐกิจเกือบทุกภูมิภาคของสเปนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ลดลง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกยุโรปอื่นจะเห็นว่าสเปนยังคงมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับดี นับเป็นตลาดยุโรปที่การค้าของไทยยังมีศักยภาพเติบโต ผู้ประกอบการไทยสามารถวางกลยุทธ์ทางการค้ากับสเปนในฐานะคู่ค้า พันธมิตร ตลอดถึงการมองสเปนเป็นประตูสู่ละตินอเมริกาและแอฟริกาเหนือ ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของสเปนกับภูมิภาคทั้งสอง

ประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่น่าสนใจจากรายงานฉบับนี้ คือ การกระจายตัวของความเจริญทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยแต่ละแคว้นหรือแต่ละภูมิภาคมีจุดแข็งเฉพาะตัว สามารถสร้างความเจริญมั่งคั่งได้จากภาคส่วนที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ภาคการผลิต การวิจัย การเกษตร การส่งออก การบริการ การท่องเที่ยว เป็นต้น ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะขยายการค้าการลงทุนในตลาดสเปนควรศึกษาข้อมูลรายภูมิภาคควบคู่กับกฎระเบียบทางการค้า ประเพณีการทำธุรกิจ รวมถึงจุดเด่น จุดด้อย เพื่อให้สามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น อาทิ การมุ่งเน้นตลาดในภูมิภาคภาคใต้หรือหมู่เกาะซึ่งยังคงมีภาคบริการและการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างมั่นคง เป็นต้น อนึ่ง สเปนประกอบด้วย 17 แคว้น 2 นครปกครองตนเอง ซึ่งมีระเบียบและกฎหมายท้องถิ่นของตนเองนอกเหนือจากกฎหมายพื้นฐานระดับชาติ ในลำดับต่อไป สคต. ณ กรุงมาดริด จะได้จัดทำข้อมูลรายแคว้นเพื่อนำเสนอเป็นข้อมูลพื้นฐานให้แก่ผู้สนใจ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน โปรตุเกส หรืออันดอร์รา สามารถติดต่อมาที่ info@thaitradespain.com
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
ตุลาคม 2568
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c2epc43ofa0dox95117qkuhl&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MNV3iW_UPIeOCzXtUJFiq
