เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน สัญญาณจากภาคอุตสาหกรรมเริ่มสะท้อนภาพที่น่ากังวลมากขึ้น ทั้งความอ่อนแอของการบริโภคภายในประเทศ ความเปราะบางของครัวเรือน ความสามารถชำระหนี้ที่ลดลง จากรายได้ธุรกิจและประชาชนที่ลดลงจากผลพวงของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่า เมื่อมองถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันพบว่าน่าห่วงหลายมิติ หนึ่งในนั้นมาจากการเปิดปิดโรงงานอุตสาหกรรม ที่สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยได้บางส่วน
โดยจากสถิติ ในอดีตประเทศไทยมักมีจำนวนโรงงานที่เปิดใหม่สูงกว่าโรงงานที่ปิดตัวลงอย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันตัวเลขเริ่มขยับเข้ามาใกล้เคียงกันมากขึ้น และเมื่อมองเป็นรายไตรมาสกลับเห็นแนวโน้มการปิดโรงงานที่เริ่มมากกว่าการเปิดใหม่
“เทรนด์เริ่มน่ากังวล เพราะโรงงานปิดมากกว่าโรงงานเปิด ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่ากลุ่มผู้ผลิตและภาคอุตสาหกรรมกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และเชื่อว่าภาคธุรกิจอื่นก็ได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันด้วยไม่มากก็น้อย”
ภาพดังกล่าวทำให้โจทย์ของภาคธุรกิจในระยะข้างหน้าไม่ใช่เพียงการประคองธุรกิจให้อยู่รอด แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโลกธุรกิจกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเทคโนโลยี ต้นทุน ค่าครองชีพ สิ่งแวดล้อม โครงสร้างแรงงาน เศรษฐกิจที่เติบโตช้า และการเข้าสู่สังคมสูงวัย
- การปรับตัวสำคัญกว่าเศรษฐกิจ-ต้นทุน
ข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่าในช่วงปี 2025-2030 โลกและธุรกิจจะต้องเผชิญกับ 6 Megatrends สำคัญ ได้แก่ Digitalization, Economic Pressure, Decarbonization, Labor & Society, Slow Economic Growth และ Aging Society
ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ โดยจะสร้างทั้งความเสี่ยงและโอกาสในเวลาเดียวกัน
ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลไม่ได้อยู่เพียงแค่สถานการณ์เศรษฐกิจที่เติบโตช้าหรือแรงกดดันด้านต้นทุน แต่คือการที่ธุรกิจไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะหากยังคงดำเนินธุรกิจด้วยรูปแบบเดิม หรือที่เรียกว่า “ยังใช้ท่าเดิม” ความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจะเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ธุรกิจที่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้เร็ว จะมีโอกาสเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสใหม่ได้ แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงก็ตาม
“สิ่งที่ธุรกิจต้องทำจึงไม่ใช่เพียงการรอให้สถานการณ์กลับมาเหมือนเดิม เพราะโลกธุรกิจอาจไม่ได้กลับไปอยู่ในจุดเดิมอีกต่อไป แต่ต้องประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละด้านจะส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร และต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อรองรับความเสี่ยง เพราะการมาของ Megatrends เป็นทั้ง “ความน่ากังวล” และ “โอกาส” หากธุรกิจสามารถตีโจทย์ได้ถูกต้องและปรับตัวได้ทัน ก็สามารถเปลี่ยนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้”
ซึ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมาที่ การสนับสนุนของภาคการเงินที่ต้องมองไปถึงความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ และต้องพิจารณาจากข้อมูลและสมมติฐานที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงดูว่าธุรกิจมีงบการเงินอย่างไรในปัจจุบันเท่านั้น
- CFO ต้องเป็น Strategic Partner
ในมุมของการบริหารธุรกิจ มองว่า CFO ยุคใหม่ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ดูแลตัวเลขทางการเงินมาเป็น Strategic Partner ของ CEO และองค์กร CFO ต้องสามารถเชื่อมโยงตัวเลขทางการเงินเข้ากับ Supply Chain และมองเห็นโอกาสในการ Transform องค์กร ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขในงบการเงินเท่านั้น
ในระยะสั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือโครงสร้างต้นทุน โดยใช้หลัก 80/20 จัดการกับต้นทุนก้อนใหญ่ที่มีผลต่อธุรกิจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ พลังงาน สาธารณูปโภค หรือต้นทุนทางการเงิน
ขณะเดียวกัน ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitics เพราะความผันผวนที่เกิดขึ้นสามารถส่งผลต่อทั้งแหล่งจัดซื้อวัตถุดิบและตลาดปลายทาง
CFO จึงต้องวางแผนกระจายแหล่งซื้อวัตถุดิบ รวมถึงมองหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ภายในเวลาเพียง 3-6 เดือน
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การ “Predict & Prepare” หรือการคาดการณ์และเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อให้องค์กรสามารถรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น
- ถอดบทเรียน “ต้มยำกุ้ง”
“ขัตติยา” กล่าวต่อว่า หากมองย้อนกลับไปถึงวิกฤตในอดีต เช่นวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997 เป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสที่สุดสำหรับภาคธนาคาร โดยในเวลานั้น NPL หรือหนี้เสียพุ่งขึ้นไปถึง 45% ของพอร์ตโฟลิโอ สูงกว่าระดับปัจจุบันที่อยู่ราว 2-3% ถึง 15 เท่า
บทเรียนสำคัญจากวิกฤตครั้งนั้นคือ การสร้างความเชื่อมั่น หรือ Trust ให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด ผ่านการเปิดเผยตัวเลขทางการเงินอย่างชัดเจน และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
บทบาทของธนาคารในช่วงวิกฤตจึงมีความสำคัญอย่างมาก มากกว่ามองเพียงผลประกอบการของธนาคาร เพราะในยามวิกฤติหากระบบการเงินสะดุด ธุรกิจจะไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้
ดังนั้น ความสามารถในการสร้าง Operational Resilience จึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในยุคที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น
บริหาร NPL ไม่ใช่แค่ลดหนี้เสีย
ทั้งนี้ ในมุมของการบริหารหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการตั้งรับเพื่อควบคุมตัวเลขหนี้เสียเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจและลูกค้าในระดับโครงสร้าง
การพิจารณาสินเชื่อหรือการปรับโครงสร้างหนี้จึงต้องมองไปข้างหน้า โดยพิจารณาว่าธุรกิจมีความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันโลกได้ ภาคธุรกิจและสถาบันการเงินจะสามารถร่วมกันหาทางออกและผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยฝีมือและการวางแผนร่วมกัน
- กสิกรไทยตั้งรับความท้าทายครึ่งหลัง
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มองว่าจะมีความท้าทายมากกว่าช่วงครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อธนาคารบางส่วน เช่น มาตรการลดค่าธรรมเนียมของธนาคารแห่งประเทศไทย 19 รายการ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์
แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้ไว้เช่นเดิม แต่จะปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่หายไป โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาผลประกอบการ ควบคู่กับการแสวงหาแหล่งรายได้ใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนผลประกอบการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับเป้าหมายด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) ธนาคารยังคงตั้งเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาวในการรักษา ROE ให้อยู่ในระดับตัวเลขสองหลักเช่นเดิม ผ่านการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้ การบริหารต้นทุน และการควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านแนวโน้มอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มองว่า ผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา จะสะท้อนต่อผลการดำเนินงานของธนาคารเต็มปี แตกต่างจากปีก่อนที่ได้รับผลกระทบเพียงบางไตรมาส
“ในมุมของแบงก์ เราได้รวมปัจจัยดังกล่าวไว้ในประมาณการและแผนธุรกิจตั้งแต่ต้นปีแล้ว หากธปท.ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม เชื่อว่า NIM จะยังสามารถเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้” นางสาวขัตติยากล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/1245157&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10ZLIhYNT_MqHKfkjMRm5X
