กลุ่มหุ้นวัสดุพื้นฐานและสินค้าอุปโภคบริโภค จ่อเป็นผู้นำตลาดหุ้นอินโดนีเซียในปี 2026

กลุ่มหุ้นวัสดุพื้นฐานและสินค้าอุปโภคบริโภค-จ่อเป็นผู้นำตลาดหุ้นอินโดนีเซียในปี-2026

ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) ปิดฉากปี 2025 อย่างโดดเด่น โดยดัชนีอ้างอิง IDX Composite พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 8,710.7 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ก่อนจะปิดสิ้นปีอย่างแข็งแกร่งที่ 8,646.9 การปรับตัวขึ้น 22.1% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงเวียดนามและสิงคโปร์ ซึ่งดัชนีหลักเพิ่มขึ้น 39.2% และ 22.9% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์มองว่า ในปี 2026 นี้หุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐานและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจะเป็นกลุ่มที่โดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง และการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงมีความยืดหยุ่น รายงาน Asia Pacific Equity Research ของธนาคารเพื่อการลงทุนสหรัฐฯ J.P. Morgan ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2025 ระบุให้หุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐาน สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น และสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือยในตลาด IDX อยู่ในระดับ น้ำหนักมากกว่าตลาด” (overweight) ในปี 2026 จากคาดการณ์การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น การบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น และปัจจัยพื้นฐานด้านสินค้าโภคภัณฑ์ที่เอื้ออำนวย

รายได้ของกลุ่มวัสดุพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมเคมี ปูนซีเมนต์ และโลหะ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 40% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่กำไรของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและฟุ่มเฟือย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% และ 14% ตามลำดับ ทำให้ทั้งสามกลุ่มเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของตลาดในปีนี้

ในบรรดาหุ้นขนาดใหญ่ J.P. Morgan เลือก Bank Central Asia (BCA), Astra International, Indofood CBP Sukses Makmur ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, GoTo Gojek Tokopedia และบริษัทเหมืองแร่ของรัฐ Aneka Tambang (Antam) เป็นหุ้นเด่นสำหรับปี 2026 โดยรายงานระบุว่า กลุ่มวัสดุพื้นฐานได้รับแรงสนับสนุนจากราคาทองคำและทองแดงที่แข็งแกร่ง และผู้กลั่นทองคำอาจได้รับประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีส่งออกทองคำที่เพิ่งประกาศใช้

รายงานยังระบุว่า Antam เป็นหุ้นที่น่าสนใจ เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปทานทองคำอาจคลี่คลายลงจากการกลับมาผลิตบางส่วนของ Freeport รวมถึงมาตรการภาษีส่งออกใหม่ ขณะที่ราคาพรีเมียมของแร่นิกเกิลยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ J.P. Morgan ยังมองเห็นโอกาสขาขึ้นจากการควบรวมกิจการเพิ่มเติมในภาคอินเทอร์เน็ตของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเมื่อแรงกดดันด้านการแข่งขันกับคู่แข่งระดับภูมิภาคอย่าง Grab เริ่มผ่อนคลายลง และบริษัทต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับการทำกำไรมากขึ้น

ธนาคารยังมองว่าการเสนอขายหุ้น IPO ของ Superbank ซึ่ง Grab และ Elang Mahkota Teknologi (Emtek) ถือหุ้นร่วมกัน อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นทั้งด้านมูลค่าและความเชื่อมั่นต่อระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ โดย Emtek ยังมีปัจจัยบวกอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การนำ Superbank และ Vidio เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรการลงทุน

แนวโน้มดังกล่าวสนับสนุนประมาณการกรณีฐานของ J.P. Morgan ที่คาดว่าดัชนี Jakarta Composite Index (JCI) จะปรับขึ้นสู่ระดับ 9,100 จุด ภายในสิ้นปี 2026 หรือมีอัพไซด์ราว 7% จากระดับปัจจุบัน ขณะที่ในกรณีเชิงบวกมากขึ้น หากการบริโภคภายในฟื้นตัวแรง เงินทุนต่างชาติไหลกลับ และกองทุนการลงทุนของรัฐ Danantara ใช้เงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดัชนีอาจปรับขึ้นแตะระดับ 10,000 จุด หรือมีอัพไซด์ประมาณ 17%

ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 5% กำไรบริษัทจดทะเบียนซบเซา และค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ดัชนี IDX Composite อาจปรับลดลงสู่ราว 7,800 จุด ภายในสิ้นปี 2026 โดย J.P. Morgan ระบุว่าปี 2026 จะเป็นปีสำคัญในการวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า

ความชัดเจนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น และนโยบายเศรษฐกิจเชิงมวลชนของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เช่น โครงการอาหารกลางวันโภชนาการ (MBG) และโครงการสหกรณ์ แดงขาว” (KMP) คาดว่าจะช่วยหนุนการใช้จ่ายภาครัฐและการฟื้นตัวของการบริโภค แม้ยังมีความกังวลด้านการบริหารงบประมาณและข้อจำกัดด้านรายได้ภาครัฐ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ Mirae Asset Sekuritas Indonesia มองว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียในปี 2026 ยังคงมีความแข็งแกร่ง จากอุปสงค์ที่ค่อนข้างมั่นคงต่อสินค้าโภคภัณฑ์หลัก เช่น ทองคำ ถ่านหิน และเฟอร์โรอัลลอย นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัทระบุว่า ปีนี้จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนของทิศทางสินค้าโภคภัณฑ์ โดยทองคำยังถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เด่น ราคาอาจทรงตัวเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางทั่วโลก

นอกเหนือจากสินค้าโภคภัณฑ์ Mirae Asset ยังมองบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้บริโภค โทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จากการขยายโครงการอาหารฟรี และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงซึ่งอาจช่วยหนุนการประเมินมูลค่าหุ้น 

ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรม นาย Nafan Aji นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของบริษัทระบุว่าสภาพคล่องที่ผ่อนคลายมากขึ้น จากความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะช่วยสนับสนุนความต้องการในกลุ่มพลังงานและวัสดุพื้นฐาน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอาจกระตุ้นความต้องการสินเชื่อ และเสริมความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคาร โดยยังคงสามารถได้รับประโยชน์จากการบริโภคที่แข็งแกร่งและแรงหนุนตามฤดูกาลในไตรมาสแรกได้ต่อไป

ความเห็นสำนักงาน

ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียปิดปี 2025 อย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี IDX Composite ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 22% ทำสถิติสูงสุดใหม่ และติดอันดับตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แนวโน้มปี 2026 นักวิเคราะห์สถาบันชั้นนำอย่าง J.P. Morgan และ Mirae Asset มองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐานและสินค้าอุปโภคบริโภค จากแรงหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ การบริโภคภายในประเทศ และการใช้จ่ายภาครัฐ โดยคาดว่าดัชนี JCI มีโอกาสปรับขึ้นสู่ระดับ 9,100–10,000 จุดในกรณีฐานถึงเชิงบวก ขณะที่ความเสี่ยงยังอยู่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าคาด ค่าเงินรูเปียห์ และเสถียรภาพด้านการคลัง ทั้งนี้ ปี 2026 นักวิเคราะห์มองว่าเป็นปีสำคัญในการวางรากฐานการเติบโตระยะกลางของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ทั้งนี้ แนวโน้มตลาดทุนและเศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2026 สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออุปสงค์ภายในประเทศและภาคสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอินโดนีเซีย การขยายตัวดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เข้าขยายตลาดและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในอินโดนีเซียได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการควรติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาค ค่าเงิน และนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกับบริบทตลาดที่ยังมีความผันผวนในระยะต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/diobghr866kl5w3v0lcdv7bn&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OsCsfk6vlbsRFzeWfHULU