
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เสร็จสิ้นภารกิจการประเมินภาวะเศรษฐกิจกัมพูชาประจำปี 2569 โดยปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาลงเหลือ 3% ในปี 2569 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 4%
IMF ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น อุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวลง ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งฉุดรั้งให้ภาคการท่องเที่ยวซบเซาลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม
ในขณะเดียวกัน IMF คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของกัมพูชาในปีนี้จะพุ่งสูงถึง 5.6% ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ 2.5% โดยเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาสินค้าจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เองภายในปีหน้า แต่ถึงอย่างนั้น IMF ก็ได้เตือนให้ระวังการใช้มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันในวงกว้าง เพราะมาตรการในลักษณะนี้จะทำให้รายได้ของรัฐลดน้อยลง
อย่างไรก็ดี IMF ยังพอมองเห็นสัญญาณบวกอยู่บ้าง โดยประเมินว่าค่าเงินเรียลยังคงมีเสถียรภาพในวงกว้าง ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงแข็งแกร่ง และทุนสำรองระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยรองรับการนำเข้าได้นานราว 8 เดือน
ด้านธนาคารกลางกัมพูชาควรปรับปรุงการกำกับดูแลสถาบันการเงินและสื่อสารนโยบายให้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตสภาพคล่องซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี ทั้งยังย้ำว่า กัมพูชาจำเป็นต้องกระจายความหลากหลายของสินค้าส่งออก และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถกลับไปเติบโตในอัตราเดิมที่เคยทำได้ก่อนหน้านี้
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/611983&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0X-Bws1ZAmLdVEvCioEUcD
