
พอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง เปิดเผยว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับขึ้นคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงในปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 3.8% ขณะที่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ดีกว่าที่ IMF ประเมินไว้
ชานระบุในบล็อกส่วนตัวว่า ในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเทพฯ ประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนทิศทาง อันเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ตลอดจนการเติบโตแบบก้าวกระโดดของกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำหรับประมาณการล่าสุด IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.5% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 3.1% ในปีนี้ พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการเติบโตที่ขยายวงกว้างขึ้น โดยกลุ่มประเทศที่เผชิญภาวะสงครามและความขัดแย้งถูกปรับลดประมาณการลงอย่างหนัก ตรงกันข้ามกับประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI ที่ได้รับการปรับเพิ่มตัวเลขขึ้น ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจในฝั่งเอเชียยังคงขยายตัวได้โดดเด่นแซงหน้าค่าเฉลี่ยโลก ส่งผลให้ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของฮ่องกงถูกปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% เช่นกัน
ชานชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี หรือสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจเพื่อรักษาระดับการจ้างงาน หัวใจสำคัญล้วนพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งฮ่องกงกำลังเดินหน้าทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการไหลเวียนของเงินทุนระดับภูมิภาคอย่างเต็มที่
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/665448&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kt5_JFYLc7dN1AVU8OvQa

